"จองชัย"กลับบ้านสมัครสมาชิกชทพ. ยันไม่ทะเลาะ “ประภัตร"

  • วันที่ 02 ส.ค. 2562 เวลา 15:08 น.

"จองชัย"กลับบ้านสมัครสมาชิกชทพ. ยันไม่ทะเลาะ “ประภัตร"

“จองชัย” สมัครสมาชิกชทพ. แล้ว แจง เหตุที่ต้องออกไป เพราะเรื่องการเมืองต้องลงสมัครส.ส.  ยันไม่ทะเลาะ “ประภัตร" เผย “จองชัย” กลับมาทำเมืองสุพรรณมีเอกภาพ พร้อมสู้เลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำ อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฐานะประธานคณะทำงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ , นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา, นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรค และ ส.ส.ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี อาทิ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี, นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี ร่วมต้อนรับนายจองชัย เที่ยงธรรม ซึ่งเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ออกไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้นายจองชัย ได้เดินขึ้นไปไหว้รูปของนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ชั้น2 ก่อนกรอกใบสมัคร พร้อมมอบเงินค่าสมัครสมาชิกให้นายทะเบียนพรรคจำนวน 2,000 บาท เพื่อสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ จากนั้นนายวราวุธ ได้มอบและสวมเสื้อแจ็คเก็ตของพรรคให้นายจองชัย ด้วย

จากนั้นนายจองชัย กล่าวยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ที่ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยและลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สุพรรณบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นเหตุผลทางการเมือง ที่หลานชายของนายประภัตรจะลงแข่งขันเลือกตั้งในพื้นที่เลือกตั้งเขต 4 สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายเสมอกัน ตนจึงต้องลงแข่งขันในพื้นที่เลือกตั้งเขต 3 จ.สุพรรณบุรี อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเหตุที่ตนไปลงแข่งขันกับคนของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ใช่เพราะมีความขัดแย้งหรือบาดหมางกับนายประภัตร

“ผมยอมรับเรื่องทางการเมืองอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกันบ้าง ตามวิถีของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน หรือทะเลาะกัน เพราะนายประภัตรเรียกผมว่าเฮียทุกคำ แม้นายประภัตรจะเข้าวงการการเมืองมาก่อนผมก็ตาม ซึ่งเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผมได้โทรศัพท์ไปอวยพรวันเกิดปีที่ 70 ของนายประภัตรด้วย ซึ่งนายประภัตรตอบกลับว่าขอบใจเฮีย ซึ่งการกลับมายังพรรคชาติไทยพัฒนาครั้งนี้ คือการรวมเป็นทีมเดียวกันเพื่อดูแลบ้านเมือง และคนสุพรรณบุรี” นายจองชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อกลับสู่พรรคชาติไทยพัฒนาจะวางบทบาทภายในพรรคอย่างไร นายจองชัย กล่าวว่า “ไปเป็นหัวหน้ายาม  เพราะหากหัวหน้าพรรคไม่ได้มอบหมายอะไร ผมจะไปเป็นหัวหน้ายาม ทั้งนี้การมอบหมายหน้าที่ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค ผมเป็นคนไม่โลภโมโทสัน ชีวิตนี้ขอมีความสุขก็พอแล้ว จะมีอำนาจวาสนาอะไรบ้างขึ้นอยู่กับฟ้าลิขิต”

ถามต่อว่าจะจากประสบการณ์เข้าช่วยเหลืองานในกระทรวงใดที่พรรคดูแลหรือไม่ นายจองชัย กล่าวติดตลกว่า “ภาษากฎหมายคือ การจัดการรับสั่ง หรือภาษาชาวบ้านที่บอกว่า ผมไม่เสือก ซึ่งผมไม่เสือก ดังนั้นแล้วแต่จะได้รับมอบหมาย จะใช้ แต่หากไม่ใช้ก็ไม่เสือก เพราะไม่รู้ว่าจะไปขวางทางใคร หรือ ขัดนโยบายหรือไม่ แต่ยินดีให้ความช่วยเหลือ เพราะผมมีแต่มิตรไม่มีศัตรู”

ขณะที่น.ส.กัญจนา กล่าวว่าตนดีใจที่ได้นายจองชัยกลับคืนพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งตนขอบคุณนายจองชัยที่ได้กลับมาสู่บ้าน และเชื่อว่าจะไม่ไปไหนอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นนายประภัตร ได้กอดคอนายจองชัย พร้อมจับมือ และกล่าวว่า “เลือดสุพรรณ ไปด้วยกัน”

ทั้งนี้หลังจากนายจองชัย ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ได้เดินทางไปยังบ้านพักศิลปอาชา ถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อพบและกราบ คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา สมาชิกพรรคอาวุโสของพรรคชาติไทยพัฒนา โดยได้นั่งรถยนต์ส่วนตัว ยี่ห้อเบนซ์ ซึ่งกระจกด้านหลังของรถได้ติดสติ๊กเกอร์เป็นรูปโลโก้พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมข้อความว่า “บ้านเราแสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา”

แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า กรณีที่นายจองชัย เที่ยงธรรม ที่ช่วงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้ออกไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย และจะกลับเข้ามาทำงานกับพรรคชาติไทยพัฒนานั้น การตัดสินใจกลับมาเช่นนี้ ก็เพื่อจังหวัดสุพรรณบุรี เขาต้องการอยากเห็นจังหวัดสุพรรณฯ?เป็นเอกภาพ เพราะเมื่อถึงการเลือกตั้งแต่ละครั้งมันมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เมื่อมาแข่งกันเอง และไม่ทำให้เกิดผลดี เนื่องจากทำให้เห็นภาพความแตกแยกกัน ส่วนหนึ่งนอกจากเข้ามาทำงานการเมืองในภาพใหญ่แล้ว ในระยะเวลาอันใกล้อาจจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น การกลับมาก็จะมีส่วนช่วยในตรงนี้ด้วย

“เราไม่รู้ได้ว่าเขาออกไปประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ แต่เรารู้สึกว่าจังหวัดสุพรรณบุรีมันถูกปลูกฝังมานาน เป็นเอกภาพมาโดยตลอด ประภัตร(โพธสุธน) จองชัย(เที่ยงธรรม) บรรหาร(ศิลปอาชา) บุญเอื้อ(ประเสริฐสุวรรณ) เหล่านี้อยู่ในความทรงจำของคนสุพรรณฯเสอม เมื่อออกไปแล้วทำให้วางตัวยาก และลูกคุณจองชัยก็อยู่ที่นี่ สุดท้ายก็ต้องกลับมา ดังนั้นการเมืองสุพรรณฯ ถึงยังไงก็เป็นของพรรคชาติไทยฯอยู่แล้ว ยากมากจะหาใครพรรคไหนมาเบียดตำแหน่งได้” แหล่งข่าว กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ