ซูเปอร์โพลระบุคนยก "พิธา-ปิยบุตร" เป็นดาวสภาฯคนรุ่นใหม่

วันที่ 28 ก.ค. 2562 เวลา 10:52 น.
ซูเปอร์โพลระบุคนยก "พิธา-ปิยบุตร" เป็นดาวสภาฯคนรุ่นใหม่
ซูเปอร์โพลเผยคนพอใจการแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่สองมากกว่าวันแรก ยก "พิธา-ปิยบุตร" เป็นดาวสภาฯคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนต่อการแถลงนโยบายรัฐบาล ระหว่างวันแรกและวันที่สอง” โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,111 ตัวอย่าง สรุปผลได้ดังนี้

เมื่อเปรียบเทียบผลโพลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการแถลงนโยบายรัฐบาลระหว่างวันแรก กับ วันที่สอง พบว่า ประชาชนได้ประโยชน์จากการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่สองเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27.2 ในวันแรกเป็นร้อยละ 55.8 ในวันที่สอง ในขณะที่คนที่ระบุไม่ได้ประโยชน์ลดลงจากร้อยละ 72.8 ในวันแรกเหลือร้อยละ 44.2 ในวันที่สอง ตามลำดับ

ที่น่าสนใจ คือ ผลโพล 5 อันดับ ดาวสภาฯคนรุ่นใหม่ ขวัญใจประชาชนในการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล พบว่า เป็นผู้อภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ 3 อันดับรวด ได้แก่ อันดับที่ 1 หรือร้อยละ 16.3 ระบุ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคอนาคตใหม่ อันดับที่สอง หรือร้อยละ 13.1 ระบุ นายปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ อันดับที่สามหรือร้อยละ 11.3 ระบุ นางสาวพรรณิการ์ วานิช พรรคอนาคตใหม่ เช่นกัน

ร้อยละ 5.3 ระบุว่าเป็น นายวัน อยู่บำรุง พรรคเพื่อไทย และร้อยละ 2.9 ระบุ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ พรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ

ที่น่าพิจารณาคือ ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของประชาชนต่อกลุ่มฝ่ายต่างๆ ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน จำแนกตามกลุ่มจุดยืนทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบ พบว่า กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลพอใจรัฐบาลที่ 7.07 คะแนน มากกว่า กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ที่ 3.87 และมากกว่ากลุ่มพลังเงียบที่ 5.73 คะแนน

ขณะที่ค่าเฉลี่ยความพอใจต่อฝ่ายค้าน พบว่า กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลพอใจฝ่ายค้านอยู่ที่ 8.46 คะแนน กลุ่มพลังเงียบที่ 6.71 คะแนนและกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลแต่พอใจฝ่ายค้านอยู่ที่ 5.52 คะแนน

นอกจากนี้ ความพอใจต่อประธานสภาฯ พบว่า กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลพอใจสูงสุดต่อประธานสภาฯ คือ 8.19 คะแนน กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ที่ 5.53 และกลุ่มที่เป็นพลังเงียบพอใจประธานสภาฯ ที่ 6.28 ตามลำดับ

นายนพดล กล่าวอีกว่า อารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนไม่โอเคกับบรรยากาศในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา เพราะนักการเมืองบางคนมักจะเลือกที่จะปั่นอารมณ์และทำให้บางคนโกรธ จนกระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่วันที่สองเห็นได้ว่าประเทศไทยยังมีนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดีอภิปรายในสาระประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ และหาทางออกร่วมกันจนทำให้ประชาชนสบายใจขึ้น

"ในการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายที่ดี ทุกคนควรพูดได้ทั้งประชาธิปไตยและรูปแบบอื่นๆ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่รูปแบบ แต่สิ่งสำคัญ คือ คนในรัฐสภาสร้างความเกลียดชังต่อกันขัดขวางคนที่ไม่ใช่พวกเข้ามีส่วนร่วมแก้ปัญหาของประชาชน โดยลืมหลักสำคัญประการหนึ่งของประชาธิปไตยที่ดีคือ การลดความขัดแย้งในกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ผ่านรัฐสภา ไม่ใช่คนในรัฐสภาเป็นต้นตอของความขัดแย้งเสียเอง และคนบางกลุ่มตั้งกำแพงกั้นจนไม่สามารถเข้าทำงานร่วมกันได้ในวิถีประชาธิปไตยของไทยเพราะพวกเขาละเลยประวัติศาสตร์และความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ"นายนพดล กล่าว