"เสรีพิศุทธ์"ฟ้องหมิ่น"หมอระวี"ให้ข่าวไม่เอาสถาบัน

วันที่ 05 ก.ค. 2562 เวลา 19:24 น.
"เสรีพิศุทธ์"ฟ้องหมิ่น"หมอระวี"ให้ข่าวไม่เอาสถาบัน
"เสรีพิศุทธ์"ฟ้องหมิ่น"หมอระวี"ให้ข่าวไม่เอาสถาบันศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง26 ส.ค.นี้

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.ค.62 "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส" หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบอำนาจให้ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง "นพ.ระวี มาศฉมาดล" หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 โดยคำฟ้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.62 เวลากลางวัน จำเลยได้แถลงต่อสื่อมวลช ซึ่งข้อความตอนหนึ่งว่า "การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ อาจมองในแง่หนึ่งได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเอาสถาบันกับไม่เอาสถาบัน ดังนั้นสมาชิกพรรคของเรา จะมีมติให้เราเลือกข้างที่รักษาสถาบัน โดยพรรคพลังธรรมใหม่จึงต้องประกาศจุดยืนตามเสียงข้างมากของสมาชิกพรรคทั่วประเทศที่จะเข้าร่วกับ พรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาล" ซึ่งข้อความที่จำเลยกล่าวทำให้ประชาชนทั่วไปในสังคมเข้าใจว่า โจทก์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เทิดทูนและไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้โจทก์และสมาชิกพรรคโจทก์ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคการเมืองของโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรคร่วมกันแถลงเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง เป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สืบทอดอำนาจที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไปอีก

โดยโจทก์และกลุ่ม 7 พรรคการเมือง เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย ได้กล่าวอยู่เสมอว่าเป็นฝ่ายที่ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เคยนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงตามที่ถูกกล่าวหาให้ร้ายจากพรรคการเมืองอื่น แต่จำเลยพยายามเอาใจพล.อ.ประยุทธ์ เพราะเหตุ กกต. คำนวณให้จำเลยได้เป็น ส.ส. ทั้งที่จำเลยมีคะแนนเพียง 35,099 คะแนน ต่ำกว่าคะแนน 71,065 ที่พึงมี ส.ส.ได้เสียอีก

การกระทำนั้นใส่ร้ายโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆว่า"เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบัน" โดยคำว่า"ไม่เอาสถาบัน"เมื่อนำมาใช้กับความหมายรวมกข้อความทั้งหมดที่จำเลยกล่าว มีความหมายในลักษณะแบ่งพวกแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งย่อมหมายความว่าเหตุที่จำเลยและสมาชิกพรรคของจำเลย ไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรค แต่ไปเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้นเนื่องจากโจทก์เป็นหนึ่งในพรรคการเมือง 7 พรรคที่เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ คิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้นเพราะความจริงแล้วโจทก์และสมาชิกพรรคทุกคนมีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยดังนั้นประชาชนชาวไทยจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องรักษาไม่ให้บุคคลใดมาล้มล้างทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยจึงทำให้โจทท์เสียหายแบะนำคดีมาฟ้อง

โดย "ศาล" รับคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในคดีหมายเลขดำ อ.1729/2562 วันที่ 26 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.