25 มิ.ย.นี้ศาลปกครองสูงสุดนัดชี้ปมตั้งกก.สรรหาสว.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

วันที่ 23 มิ.ย. 2562 เวลา 18:38 น.
25 มิ.ย.นี้ศาลปกครองสูงสุดนัดชี้ปมตั้งกก.สรรหาสว.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ลุ้นศาลปกครองสูงสุดชี้ปมตั้งกก.สรรหาสว.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่หลังศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้องมาแล้ว

23 มิ.ย.2562 - เว็ปไซต์สำนักงานศาลปกครองแจ้งว่า ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ 445/2562 ระหว่าง คณะราษฎรไทยแห่งชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 34 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในวันอังคารที่ 25 มิ.ย.นี้

สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจาก คณะราษฎรไทยแห่งชาติกับพวกฟ้อง คสช.กับพวกว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีการแต่งตั้งบุคคลซึ่งไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบหกคนซึ่งเป็นประชาชนชาวไทยได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีนี้เป็นกรณีเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

มิใช่เป็นเรื่องของการใช้อำนาจทางปกครอง หรือดำเนินกิจการทางปกครอง ศาลปกครองจึงไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา 197 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 9 วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ. 2542

สำหรับคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่คนที่ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาดังกล่าวขัดต่อมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น

การที่ศาลปกครองจะส่งบทกฎหมายใดให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องเป็นกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับคดีแก่คดีที่รับไว้พิจารณา และบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 5 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ตามมาตรา 212 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

แต่เมื่อคดีนี้ศาลปกครองไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่คนไว้พิจารณาได้ จึงไม่มีกรณีที่ต้องนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่คนอ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาใช้บังคับแก่คดีนี้แต่ประการใด ศาลจึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่คน