โผครม.ถึงมือ"บิ๊กตู่"แล้วเร่งตรวจคุณสมบัติคาดทูลเกล้าฯภายในมิ.ย.

  • วันที่ 18 มิ.ย. 2562 เวลา 16:30 น.

โผครม.ถึงมือ"บิ๊กตู่"แล้วเร่งตรวจคุณสมบัติคาดทูลเกล้าฯภายในมิ.ย.

นายกฯเผยได้ รายชื่อ ครม. แล้วเร่งตรวจสอบคุณสมบัติคาดทูลเกล้าฯภายในมิ.ย. ไม่ตอบนั่งควบกลาโหม หรือไม่ ยอมรับดูข้อกม.ก่อนตัดสินใจนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ได้รับรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ซึ่งยืนยันว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ และจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในเดือนมิ.ย.นี้ หลังจากนั้นเป็นขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามที่คาดการณ์นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า ส.ส.มาจากการเลือกตั้งประชาชน หากใครมีคุณสมบัติถูกต้อง ไม่ขัดต่อกฏหมาย ก็สามารถทำหน้าที่ได้ ยืนยันว่า ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้

 “รายชื่อนิ่งหมดแล้ว มีแค่ 36 ที่ จัดให้ได้ไปก่อน ใครไม่ได้ ต้องดูว่าจะให้ช่วยงานตรงไหน   และหลังจากเริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้ว ทุกคนต้องสามารถตรวจสอบการทำงานได้  แม้แต่ผม นั่นหมายความว่า คณะรัฐมนตรีก็สามารถปรับเปลี่ยนได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์  ย้อนถามว่า  “หากผมต้องควบตำแหน่งจริง จะเสียหายตรงไหน”  และว่า เวลานี้อยู่ระหว่างตัดสินใจ เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์ขณะนี้ เหมาะสมหรือไม่ที่ตนจะดูแลกระทรวงกลาโหมด้วย

 “กองทัพมีการดูแลด้วยระบบและระเบียบวินัยอยู่แล้ว และขอสื่อฯ อย่าใจร้อนและต้องการจะรู้ว่า หน้าตาคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างไร เพราะที่จริงผมใจร้อนกว่า หากสื่อญใจเย็นลง ผมก็จะได้ใจเย็นลงบ้าง และจะได้มีเวลาคิดถึงงานในวันข้างหน้า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ หวังว่า  รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำหน้าที่ได้ เพราะทุกคนถูกเลือกมาโดยประชาชน และทุกอย่างต้องดำเนินการตามกติกาและกรอบกฏหมาย สิ่งสำคัญทุกคนต้องไวัวางใจซึ่งกันและกัน และต้องไม่เริ่มสร้างปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ขณะที่ ส.ส.ที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี  ยังสามารถทำงานช่วยเหลือประชาชนได้ตามกลไกการบริหารราชการแผ่นดิน และทุกพื้นที่จะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

“ผมย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประเทศ ไม่เลือกปฏิบัติเฉพาะพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตลอด 5 ปี ถือเป็นการทำงานฝ่ายการเมืองในการบริหารราชการ ซึ่งในตอนแรกยอมรับว่า ไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ต้องใช้การเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน และต้องรับฟังความเห็นจากทุกๆฝ่าย จนสามารถทำงานมาได้ตลอด 5 ปี

“และการทำงานต่อจากนี้ จะเรียกว่าผมเป็นนักการเมืองเต็มตัวหรือไม่นั้น  ไม่ทราบ แต่ที่รู้คือผมยังเป็นตัวของตัวเอง ยังคงทำงานและอยากให้รอดูผลงานจากนี้ไป ที่ผ่านมาก็มั่นใจว่า สามารถแก้ไขปัญหาได้เยอะพอสมควร  หากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ก็จะยิ่งทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้อีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า การทำงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมาและจากนี้ไปจะยังคงรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย รวมไปถึงความเห็นของนิสิต นักศึกษา แต่การแสดงความคิดเห็นจะต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง เข้าใจบริบทของสังคมและรู้หน้าที่ของแต่ละคน เพราะประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดีแต่ทุกอย่างต้องอยู่บนหลักของกฏหมาย ซึ่งเป็นแนวทางที่ทุกๆประเทศดำเนินการ

“ยืนยันว่า แม้การทำงานต่อจากนี้ จะไม่มีการใช้ ม.44 แต่รัฐบาลจะใช้กลไกของกฏหมายปกติ บริหารราชการและแก้ปัญหาต่างๆได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวการรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ได้ปรึกษากฎหมายอยู่ ขอให้ใจเย็นๆ ต้องดูความเหมาะสม-ไม่เหมาะสมอย่างไร

ข่าวอื่นๆ