"ธนาธร - ปิยบุตร" รับฟังปัญหาประมงภาคตะวันออก

  • วันที่ 15 มิ.ย. 2562 เวลา 18:00 น.

"ธนาธร - ปิยบุตร" รับฟังปัญหาประมงภาคตะวันออก

ทำงานเป็นทีม ! "ธนาธร - ปิยบุตร" พร้อม ส.ส.อนาคตใหม่ เดินหน้าตามคำขอ ตะลุยรับฟังปัญหาประมงภาคตะวันออก

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล พร้อมด้วย ส.ส.ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.เขต 1 จ.จันทบุรี, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.เขต 2 จ.จันทบุรี, น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.เขต 3 จ.จันทบุรี, นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.เขต 4 จ.ฉะเชิงเทรา, กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.เขต 7 จ.ชลบุรี และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายคารม พลพรกลาง และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ร่วมเวทีเสวนาทางออกประมงไทย ซึ่งนายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.เขต 1 จ.ตราด พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับ ชาวประมงภาคตะวันออก จัดขึ้นเพื่อรับฟังปัญหาจากชาวประมงและหาทางแก้ไข โดยมี นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด (อบจ.ตราด) ในฐานะเจ้าบ้านให้การต้อนรับ

นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.เขต 1 จ.ตราด กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมประมง สมาคมประมงพื้นบ้าน จ.ตราด ตลอดจนพี่น้องประมงใน 5 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และตราด ที่มาร่วมงาน รวมถึงยังได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนต่างๆ จำนวนมากมาร่วมงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน 1.เพื่อเป็นเวทีสะท้อนปัญหาของพี่น้องประมง อันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ 2.เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เกิดการสร้างสรรค์ของพี่น้องชาวประมง สู่การทำประมงอย่างยั่งยืน เป็นที่ยอมรับสังคมและสากล 3.เพื่อเป็นเวทีทางวัฒนธรรม การเรียนรู้อยู่ด้วยกันอย่างสันติการบริหารจัดการปัญหาอย่างรอบด้าน และ 4. เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลอันเกิดจากภาควิกฤตของประชาชน สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยกระบวนการทางสภาผู้แทนราษฎรผ่านพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ ปัญหาและวิกฤตพี่น้องประมงขยายใหญ่โตเกินกว่าที่ท้องถิ่นจะแก้ไข จำเป็นต้องให้สภาผู้แทนแก้นำเรื่องนี้ไปพิจารณาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนั้น เวทีนี้จึงมุ่งหวังพี่น้องประชาชนร่วมมือกัน แสดงตัวตนผู้เดือดร้อน เพื่อมีความหวัง ปัญหาจะคลี่คลาย

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนเองเดินทางไปรับฟังปัญหาภาคการประมงและที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน พบความเดือดร้อนของพี่น้องที่ทำอาชีพนี้ จนคิดว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องทำอะไรบางอย่าง พระราชกำหนดประมง 2558 ซึ่งแก้ไข 2560 นั้น เกิดจากการที่รัฐบาลบังคับใช้มาตรฐา IUU โดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ซึ่งมาตรฐานนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการประมงที่ยั่งยืน ในระยะยาว พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าจำเป็น แต่ก็มีปัญหาเรื่องการบังคับใช้ ดังนั้น เราจึงมารับฟังปัญหา เพื่อรวบรวมไปประมวลผลและผลักดัน ทำให้เกิดข้อเสนอแก้ปัญหาประมงอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะฟื้นฟูการการประมงกลับมา เพราะถ้าเดินหน้าอย่างนี้ต่อไปภาคประมงอาจล่มสลาย พรรคอนาคตใหม่ยินดีมารับฟังปัญหา เพราะแต่ละแห่งปัญหาไม่เหมือนกัน คือ ปัญหาหลักๆ อาจเหมือนกัน ในแต่รายละเอียดต่างกัน อย่างภาคใต้ที่ตนเพิ่งกลับมา นอกจากในทะเลแล้วยังมีนักท่องเที่ยวอีกด้วย สิ่งที่ชาวประมงภาคใต้คิดคือทำอย่างไรที่เรือลำหนึ่งจะทำได้ทั้งประมงและท่องเที่ยว ดังนั้น ช่วยเล่าให้เราฟัง เพื่อจะเอาปัญหาเหล่านี้กลับไปประมวลผลแก้ไข และนำไปทำเป็นข้อเสนอต่อไป

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับประมงเป็นเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญ เราจัดเวทีหลายครั้งทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ปัญหาของทุกท่านไม่ได้เป็นเพียงแค่คะแนนเสียงให้ใครได้เข้าสภา หากแต่เป็นปัญหาร่วมกันของประชาชน ของสังคมไทย และพรรคการเมืองมีหน้าที่นำมตินี้ไปแปลง ไปพูดให้ปรากฏอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร และแก้ไขปัญหา นี่คือพันธกิจของพรรคอนาคตใหม่ เลือกตั้งเสร็จแล้วเราจะทำหน้าที่นี้ต่อไป ไม่ใช่ไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วเลิก งานในสภาผู้แทนส่วนหนึ่ง งานที่พรรคจะเดินหน้าสร้างพรรค รับฟังปัญหาต่างๆ ก็อีกส่วนหนึ่ง เราจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มีชีวิตตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะช่วงหาเสียง สำหรับปัญหาพี่น้องประมง เรายืนยันเสมอว่าไม่ได้ต่อต้านมาตรการไอยูยู และก็เชื่อว่าพี่น้องชาวประมงเองก็ไม่ได้ต่อต้าน ต่างเห็นร่วมกันว่าเป็นมาตรการที่รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมเรื่องแรงงาน สร้างมาตรฐาการประมงอย่างยั่งยืน เพียงแต่ที่ไม่เห็นด้วยคือ มาตรการที่ คสช. นำมาใช้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายโดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม อัตราโทษสูงไม่สมควรแก่เหตุ ระบบขอใบอนุญาตกระจัดกระจายหลายหน่วย ไม่มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้ตั้งตัว เป็นต้น เราตั้งใจว่า หลังการรับฟังปัญหาแล้ว ภายใน 1-2 เดือนนี้จะเป็นข้อเสนอเป็นรูปธรรมที่จะเอาไปผลักดันต่อไป

"ปัญหาจากเวทีแบบนี้เราจะเอาไปผลักดัน ส.ส.เอาไปพูดในสภา เราจะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ จะใช้ทุกศักยภาพที่มี ทั้ง ส.ส. ในสภา ทั้งงานรับฟังปัญหากับภาคประชาชน เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยยึดหลักความสมดุลย์ร่วมกันทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน ทั้งอนุรักษ์ธรมชาติ อนุรักษ์ชายฝั่ง และชีวิตชาวประมง ทั้งเรื่องการต่อสู้การค้าระหว่างประเทศ และการรักษาชีวิตพี่น้องประมงในประเทศ เป็นต้น ทางออกต้องเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เทไปข้างใดข้างใดข้างหนึ่ง เหมือนย 5 ปีที่ผ่านมา ในยุค คสช. ดังนั้น ไม่ว่ามีเสียงเท่าไหร่ในสภา จะอยู่ในบทบาทใดฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราสามารถทำงานได้ตลอดเวลา เสียงไม่ใช่ข้อจำกัด การเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านไม่ใช่ข้อจำกัด เวทีแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ" นายปิยบุตร กล่าว

ข่าวอื่นๆ