ท่วมท้น! มติสภา 500 เสียงโหวต "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯคนที่30
ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเห็นชอบ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ด้วยคะแนน เสียง ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเห็นชอบ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ด้วยคะแนน 500 เสียง ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62 ที่ห้องประชุมสภาชั่วคราว อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ ได้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจาณาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้เสนอชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งต่อมา นายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาได้เปิดโอกาสสมาชิกรัฐสภาอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่
หลังจากมีการอภิปรายนานกว่า 10 ชั่วโมง กระท้่งเวลา 22.00 น. ประธานสภาฯจึงสั่งปิดการอภิปราย พร้อมกับให้มีการลงมติเห็นชอบผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยที่ประชุมใช้วิธีการอ่านชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงลำดับตามตัวอักษร แล้วให้ขานชื่อผู้ที่จะเลือกให้เป็นนายกฯ นอกจากนี้ที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการนับคะแนนจำนวน6คนจากพรรคต่างๆ
ผลการลงมติมีดังนี้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้คะแนนเห็นชอบ 500 เสียง
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้คะแนนเห็นชอบ 244 เสียง
งดออกเสียง 3 เสียง ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุ ผู้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ จะต้องได้รับคะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาหรือ 374 เสียงขึ้นไป โดยในที่ประชุมมีสมาชิกรัฐสภาจำนวน 747 คนจาก 750 คน เนื่องจาก นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากส.ส. และ นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ลาประชุมเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับคะแนนเห็นชอบ 500 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา ให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30


