“กรณ์” โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ วางหลักชู “อนาคตเศรษฐกิจไทย”
รองหน.ปชป. โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช วางหลักชู “อนาคตเศรษฐกิจไทย” ชี้ไทยมีโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ จาก 3 เมกะเทรนด์
รองหน.ปชป. โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช วางหลักชู “อนาคตเศรษฐกิจไทย” ชี้ไทยมีโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ จาก 3 เมกะเทรนด์
วันที่ 26 เมษายน 2562 เวลา 17.00 น. ที่หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปาฐกถาพิเศษ “อนาคตเศรษฐกิจไทย” และโอกาสในการแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องชาวใต้ ต่อสมาชิกหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีว่าที่ส.ส.นครศรีธรรมราช ชัยชนะ เดชเดโช พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี และนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ให้การต้อนรับ
นายกรณ์ กล่าวกับหอการค้านครศรีธรรมราชในช่วงต้น ยืนยันว่า แม้ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์จะได้ที่นั่งไม่เป็นไปตามเป้า แต่ก็เป็นแรงกระตุ้นให้พรรคได้รับรู้ในข้อเท็จจริงว่าเราต้องขยันมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในทุกแขนงอาชีพ พร้อมทั้งยืนยันว่าสมาชิกพรรคไม่หมดกำลังใจและจะเดินหน้าปรับตัวเพื่อทำงานต่อไป
จากนั้นได้บรรยายเศรษฐกิจ “อนาคตเศรษฐกิจไทย และโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อปากท้องพี่น้องชาวใต้” โดยระบุว่า
Mega Trends หรือกระแสหลักของโลกทุกวันนี้คือสิ่งจำเป็นที่พรรคการเมือง นักการเมือง ผู้นำ หรือประชาชนต้องรู้เท่าทันโลก ที่วันนี้ Mega Trends ที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยมีอยู่ 3 เรื่องหลักด้วยกัน
ประเทศไทยได้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงจากการพึ่งพารายได้จากสินค้าการเกษตร สู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่ หรือยุคประเทศไทย 3.0 เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในโลก รายได้ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 8 ปี มีน้อยประเทศในโลกที่สามารถทำได้ และในอีก 20 ปีถัดมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจเริ่มอยู่ตัว จนเข้าสู่การชะงักงันเมื่อราว 7 ปีที่แล้ว ส่งผลต่อราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการเยียวยา อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นมีที่มาที่ไป เกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจโดยรวม ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า ถ้าเราจะยกระดับ สถานะเศรษฐกิจทางประเทศ จากรายได้ระดับปานกลาง ไปสู่ระดับสูง จำเป็นต้องมีการอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าปัจจุบัน ถ้ายังคงอิงกับระบบ 3.0 จะไม่สามารถไปสู่การประเทศรายได้สูงได้
“เราต้องดูเมกะเทรนด์-กระแสหลัก ซึ่งสำคัญมากโดยในปี 2529 เป็นปีแรกที่ผมทำงาน ปีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์คือประเทศไทยมีรายได้จากภาคอุตสาหกรรมมากกว่าภาคการเกษตรเป็นครั้งแรก ผมจึงได้ติดตามกระแสหลักอย่างต่อเนื่องและทำให้คิดได้ว่า ถ้าไทยเราเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต่างจากการ การเกษตร ท่องเที่ยว และการบริการ อย่างชัดเจน เพราะอุตสาหกรรมต้องใช้ทุน ประเทศมีความจำเป็นต้องการใช้ทุน ก็เลยคาดการณ์ว่า ตลาดทุน ตลาดหหุ้นต้องโต ผมจึงตัดสินใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับหุ้น ผมได้เดินตามกระแสหลัก ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า กระแสหลักวันนี้มีอยู่ 3 ประการ คือ ประการแรกการพัฒนากำลังซื้อของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นกระแสหลักมาหลายปี จุดเริ่มต้นตั้งแต่ 10 ปี ที่แล้ว สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เป็นจุดเปลี่ยนผ่าน จากยุคที่ตะวันตกขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก มาเป็นทีวีเอเเชีย โดย จีนและอินเดีย ที่มีความเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดจากกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลลัพธ์คือจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้น จนถึงปัจจุบันไปสู่ 15-16 ล้านคนแล้ว เพราะเขารวยขึ้น กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น และเขาเลือกที่จะมาประเทศที่เขาสะดวกใจมากที่สุดคือประเทศไทย ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ประเทศอื่น ๆ ที่เก่งเรื่องการท่องเที่ยว คือ ประเทศฝรั่งเศส ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมากที่สุดในโลกถึงปีละ 80 ล้านคน ขณะที่ประเทศมีเพียง 30 กว่าล้านคน ทั้งที่พื้นที่ของประเทศใกล้เคียงกัน มี ภูเขา ทะเล แหล่งเที่ยวเมืองที่คล้ายกัน อนาคตเราจะไป 80 กว่าล้านหรือไม่ อยู่ที่ตัวบ่งชี้สำคัญคือ ประเทศเพื่อนบ้านของฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ร่ำรวย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเรายากจน แต่ขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในประเทศเพื่อนบ้านของเรา และเชื่อว่าในอนาคตเราจะไปถึงจุดเดียวกับฝรั่งเศส และอาจจะมากกว่า เนื่องจากเรามีจำนวนประชากรในประเทศเพื่อนบ้านที่มากกว่าเกือบเท่าตัว
กระแสหลักประการสองคือ ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ สัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เรายังสูงกว่า และแรงงานที่เข้ามาดูแลผู้สูงอายุก็เป็นต่างด้าว อนาคตหากประเทศเขารุ่งเรือง จะทำอย่างไร ใครจะเป็นดูแลผู้สูงอายุให้กับเรา แต่ก่อนสังคมไทยอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ ปัจจุบันครอบครัวเล็กลง คนไทยมีเงินออมไม่เพียงพอ ขณะที่หนี้ครัวเรือน 5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ติดอันดับที่ 1 ในโลก การจะพึ่งพารัฐบาล ก็มีปัญหางบประมาณขาดดุลอยู่แล้วทุกปี จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรในเรื่องนี้
กระแสหลักประการที่สาม คือ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในช่วง 3 ปีทีผ่านมาเกือบทุกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยี ทำให้การเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงทำให้สถาบันการเงินลดจำนวนมาก ขณะที่กำลังซื้อของประเทศเพื่อนบ้านเราเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของรายได้ของประชากรจะติดอันดับสูงสุดในโลกไปอีกเป็นสิบปี และทุกประเทศแถวนี้ นิยมสินค้าไทยเพราะมองเป็นพรีเมี่ยม ต้องหาวิธีขยายผลให้ได้
“ความเปลี่ยนแปลงในกระแสหลักที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง โอกาสของประเทศไทยยังมีอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ว่าจะวางแผนกันอย่างไร ผมอยากจะบอกว่ามีน้อยประเทศในโลกที่จะมองกระแสโอกาสการค้าขายของการค้าขายได้เท่ากับประเทศไทย จุดยุทธศาสตร์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางบวกที่เกิดขึ้นในโลก ไม่มีประเทศไหนอยู่ในสถานภาพที่ได้เปรียบเท่ากับประเทศไทย ที่เหลืออยู่ที่ตัวเราเอง ว่าเราจะต้องปรับตัวอย่างไร และแน่นอนมันหมายถึงรัฐบาลที่ต้องปรับตัวด้วย” อดีต รมว. คลัง กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของวันที่ 27 เม.ย. นายกรณ์ ได้รับประทานอาหารในตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีประชาชนมากมายให้การต้อนรับ


