พรรคเพื่อชาติจัดปราศรัยใหญ่ในกทม.เปิดภารกิจฝ่ายประชาธิปไตย
พรรคเพื่อชาติเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในกทม.จตุพรชี้บิ๊กตู่และทักษิณควรกลับบ้านได้แล้วทั้งคู่ จับตาปรากฎการงูเห่า ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาทางการเมือง
พรรคเพื่อชาติเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในกทม.จตุพรชี้บิ๊กตู่และทักษิณควรกลับบ้านได้แล้วทั้งคู่ จับตาปรากฎการงูเห่า ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาทางการเมือง
พรรคเพื่อชาติ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ในกรุงเทพมหานครก่อนการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่ พร้อมเปิดภารกิจฝ่ายประชาธิปไตยส่งพลเอกประยุทธ์กลับบ้าน นำโดย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค นายอารี ไกรนรา นายวิโชติ วัณโณ รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค และ ผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค
ก่อนเริ่มการปราศรัยพรรคเพื่อชาตินำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ประกอบพิธีสักการะ พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้
นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นปราศรัย ว่า ขณะนี้ถือว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง และพรรคเพื่อชาติเองเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ตระเวณหาเสียงไปทั่งประเทศ มีภารกิจคือการเพิ่มเสียงให้กับฝ่ายประชาธิปไตยให้เดินไปถึง 376 เสียง แต่หากเดินไปไม่ถึง 376 ฝ่ายประชาธิปไตยก็ต้องเดินไปให้ถึงอย่างน้อย 251 เสียง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบบัตรใบเดียวนั้นคะแนนจะถูกล็อคเมื่อเดินมาถึงครึ่งทางของ 350 เขต พรรคขนาดใหญ่จะไม่ได้ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว
อย่างไรก็ตามหากฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้รับชัยชนะแบบเด็ดขาดก็จะต้อบจับมือร่วมกันรวมให้ได้ 251 เสียง แม้จะมีการวางแผนกันว่า หากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก็จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่สิ่งที่ตนมีความกังวลมากที่สุดขณะนี้ มีการข่าวที่ทราบกันในหลายพรรคการเมืองว่าจะมีปรากฎการงูเห่าเกิดขึ้นอย่างมโหฬารในพรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 พรรค หากเสียงของฝ่ายประชาธิปไตยไม่ชนะอย่างเด็ดขาด และอาจจะนำไปสู่วิกฤตศรัทธาทางการเมืองส่งผลต่อการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ นำมาซึ่งหายนะทางการเมือง ดังนั้นภารกิจของพรรคเพื่อชาติคือการหาคะแนนเติมให้กับฝ่ายประชาธิปไตยชนะอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกันยืนยันว่าระบบบัตรใบเดียวนี้ไม่สามารถเทคะแนนให้กันได้ หากคิดจะเทคะแนนกันก็จะแพ้กันหมด เหมือนพรรคพลังประชารัฐ กับพรรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่เคยพูดว่าจะเทคะแนนให้กันเพราะรู้กันอยู่แล้วว่าหากเทคะแนนให้กันก็แพ้กันหมด ดังนั้นแต่ละพรรคจึงไม่สามารถออกแบบได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและในส่วนของพรรคเพื่อชาติก็จะทำให้ดีที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องฮั้วกัน
นายจตุพรกล่าวด้วยว่า ในห้วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ทุกอย่างเหมือนเปิดไพ่เล่นกันหมด ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน การร่วมมือระหว่างพลเอกประยุทธ์กับนายสุเทพ นายสุเทพพูดชัดว่าพลเอกประยุทธ์เป็นลูกน้องของนายสุเทพเหมือนกันและยังเคยพูดว่า หมดเงินไปกว่า 1400 ล้านบาทตอนชุมนุม กปปส.และสุดท้ายก็ไปเปิดประตูให้พลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจ
ขณะเดียวกันในช่วงปลายจะเห็นว่าคนในซีกเวที กปปส.นั้นก็อยูในคณะรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ แม้กระทั้งในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐก็เป็นลูกน้องของนายสุเทพ คือ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ดังนั้นเป็นการสมคบคิด ตาม ทฤษฎีสมคบคิดส่วนตัวก็พยายามที่จะชวนคุยกัน แต่ดูแล้วคุยกันยาก ดังนั้นที่ตั้งคำถามกันว่า กรณีเอา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับบ้านนั้นจริงๆทั้งพลเอกประยุทธ์และ นายทักษิณควรจะกลับบ้านทั้งคู่โดยไม่ต้องพึ่งการนิรโทษกรรม แต่ในความหมายของการกลับบ้านนั้นอาจแตกต่างกัน


