posttoday

"ปีย์ มาลากุล" กระตุกสังคมเลือกให้ดีถ้า "ไม่ชอบปฏิวัติ-การชุมนุม"

10 มีนาคม 2562

ปีย์ มาลากุล ยืนยันรักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข-แนะถ้าไม่ชอบปฏิวัติไม่อยากเห็นการชุมนุมต้องพิจารณาให้ดี

ปีย์ มาลากุล ยืนยันรักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข-แนะถ้าไม่ชอบปฏิวัติไม่อยากเห็นการชุมนุมต้องพิจารณาให้ดี

ปีย์ มาลากุล โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงการเลือกผู้แทนประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า เรื่องหนึ่งที่ผมพูดอยู่เสมอก็คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและการทำหน้าที่ของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง มีความสำคัญมากกว่าการเลือกตั้ง

ผมไม่ได้ต่อต้านการเลือกตั้ง แต่ขอให้พิจารณาบรรยากาศทางการเมืองในเวลานี้ ทั้งที่การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามา แทนที่เราจะได้มานั่งถกกันว่านโยบายของพรรคการเมืองไหนโดดเด่นอย่างไร มาคุยกันถึงประวัติการทำงานของนักการเมืองแต่ละคน ผลงานของแต่ละพรรค เรากลับได้ยินแต่การแสดงความเห็นที่ชัดเจนว่าคือความเกลียดชัง และดูหมิ่นกันอย่างเปิดเผยไม่สนใจแล้วว่า เรากำลังจะเลือกนักการเมืองเข้าไปทำอะไรในสภา

หลายคนอวดอ้างว่าตนเองคือประชาธิปไตย แต่กลับไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แล้วก็ลงท้ายด้วยการใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อกัน ที่รู้สึกเป็นห่วงที่สุด ทนไม่ได้จริงๆคือการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของศาลโดยที่ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ฟัง ไม่ได้คิดตามคำวินิจฉัยนั้น รู้แต่ว่านี่คือคำตัดสินที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ต้องการ เป็นการกระทำที่ละเมิดอำนาจศาล ที่ผมส่วนตัวเคารพ การพูดครั้งนี้เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลกันอย่างชัดเจน ที่สุด เราจะเหลืออะไร เป็นที่ยึดเหนี่ยว

ความแตกแยกในสังคมมันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ หากเราเลือกนักการเมืองด้วยเหตุผลเรื่องรูปลักษณ์ เรื่องที่มีวาทะเฉียบคม แทนที่จะมาพิจารณากันว่านโยบายของเขาทำได้จริงหรือไม่ จะส่งผลดีต่อสังคมของเราหรือไม่ แล้วเราจะได้นายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองแบบไหนมาบริหารบ้านเมือง...แล้วประเทศไทยของเราจะก้าวไปในทิศทางใด....นี่คือความกังวลใจของผมในเวลานี้

ถ้าถือซะว่าเป็นข้อดี คือมีโอกาสได้ยินได้ฟัง ที่นักการเมืองแต่ละคนเปิดเผยธาตุแท้ออกมาว่า เขาอยู่ฝ่ายไหน ที่เห็นๆว่าเมืองไทยมีพรรคการเมืองอยู่มากมายเป็นร้อยนั้น แต่แท้ที่จริงเรามีอยู่ไม่ถึงสิบ แถมบางคนยังชัดเจนว่าสนับสนุนคนที่ทำผิดกฎหมาย ด้วยการอ้างอิงตรรกะที่ผมไม่เข้าใจ ดีครับ ได้ยินแล้วก็ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เหลือตัวเลือกที่จะนำมาพิจารณาน้อยลง

ผมรักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เคารพและเทิดทูนใน 3 สถาบันอันประกอบไปด้วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในอํานาจทั้ง 3 คืออํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหารและอํานาจตุลาการ

ผมยังคงยืนยันคำเดิมที่ว่า เราต้องรู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เรากำลังจะไปใช้สิทธิ์เลือกกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ มีหน้าที่อะไรในสภา นี่คือเรื่องสำคัญมากนะครับ หากคุณไม่ชอบการปฏิวัติ ไม่อยากเห็นการชุมนุมทางการเมืองอย่างรุนแรงเกิดขึ้นอีก เราก็ต้องพิจารณาให้ดีครับ ใช้ปัญญาครับ เพราะอะไรที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเรา พวกเรามีส่วนทุกคนครับ”

 

ข่าวล่าสุด

อัปเดต! สถานการณ์ เหตุเครนหล่นทับรถไฟ พบ เสียชีวิตแล้ว 28 ราย