"เกิดกบฏลมปาก-พูดแต่ทำไม่ได้" สุเทพ กระตุกวัยรุ่นไทยคิดให้ดี
สุเทพ ขอให้ลูกหลานไทยไตรตรองให้ดีในการเลือกตั้ง มองตอนนี้เป็นยุคที่เกิดกบฏลมปาก-ดีแต่พูดแต่ทำจริงไม่ได้
สุเทพ ขอให้ลูกหลานไทยไตรตรองให้ดีในการเลือกตั้ง มองตอนนี้เป็นยุคที่เกิดกบฏลมปาก-ดีแต่พูดแต่ทำจริงไม่ได้
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์การเมืองไทยช่วงนี้ ว่า ในช่วงนี้ที่ผมออกไปช่วยผู้สมัครหาเสียงไปทั่วประเทศ มีพี่น้องที่เคยร่วมชุมนุม กปปส.สอบถามถึงคดีความด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะข้อหา “กบฏ” ในช่วงที่ร่วมกันออกมาขับไล่ระบอบทักษิณ 204 วัน
ผมตอบไปว่า “ไม่เคยกลัว ไม่เคยหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย” เพราะทุกๆข้อหา ผมทำไปด้วยความหวังดีต่อแผ่นดินไทย โดยมีพี่น้องประชาชนเรือนแสน เรือนล้านจากทั่วประเทศเป็นร่วมชะตากรรมเดียวกัน การที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “กบฏ” จากเหตุการณ์นั้น จึงเป็นข้อหาที่ผม “เต็มใจ” ผมไม่หนี และพร้อมน้อมรับคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรมไทย
มาถึงวันนี้ประเทศไทยดูคล้ายกับว่า กำลังเกิดบุคคลที่เป็น “กบฏทางความคิด” ขึ้นมา เพราะเขากล้าที่จะออกมาท้าทายเสาหลักของประเทศโดยไม่สนใจที่ต่ำที่สูง สร้างภาพตัวเองว่าเป็นผู้นำของคนยุคใหม่ด้วยการ “ดูถูก” รากเหง้าของบรรพบุรุษ อ้างว่าจะสานต่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ตัวเองก็ไม่ได้เข้าใจในประวัติศาสตร์แตกฉาน คิดสร้างนโยบายเสี่ยงๆ ฟังแล้วเท่ฮึกเหิม เอาใจคนรุ่นใหม่ สร้างภาพรักประชาธิปไตย ชักชวนให้ออกมา “เป็นกบฏต้านเผด็จการร่วมกัน” ใช้ปากกาฆ่าเผด็จการ
เรื่องของบ้านของเมือง ผมไม่อยากให้คิดเป็นเรื่องสนุกเอาแต่อารมณ์ เพราะบรรพบุรุษของเราในอดีตใช้เลือดใช้เนื้อ ใช้ชีวิตแลกมาอย่างยากลำบาก และถ้าไม่เหลืออดจริงๆ คงไม่มีใครอยากเป็นได้ชื่อว่าเป็นกบฏแน่
แต่ในยุคที่เกิด“กบฏลมปาก” นี้ ลูกหลานคนไทยจึงควรพิจารณาไตรตรองให้ดี มองให้ลึกถึงเจตนาไม่ใช่เพราะคารมดี มองให้เห็นถึงที่มาไม่ใช่เพราะใครส่งมา มองให้เห็นถึงความเป็นไปได้ไม่ใช่ดีแต่พูดแต่จริงๆทำไม่ได้ มองให้เข้าใจประวัติศาสตร์ไม่ใช่มองเฉพาะศาสตร์แห่งการเอาใจ”


