posttoday

ภท. ติงกฎหมายกัญชารัฐควรเป็นพี่เลี้ยงไม่ใช่คู่แข่ง

02 มีนาคม 2562

ภูมิใจไทย ติงกฎหมายกัญชารัฐบาลควรเป็นพี่เลี้ยงไม่ใช่คู่แข่ง ย้ำนโยบายนี้สร้างเงินเข้าประเทศมาใช้พัฒนา โดยไม่เปลืองงบประมาณ

ภูมิใจไทย ติงกฎหมายกัญชารัฐบาลควรเป็นพี่เลี้ยงไม่ใช่คู่แข่ง ย้ำนโยบายนี้สร้างเงินเข้าประเทศมาใช้พัฒนา โดยไม่เปลืองงบประมาณ

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา ที่รัฐบาลออกมา อนุญาตให้คน 7 กลุ่ม ได้สิทธิ์ในการปลูก แม้จะมีคำว่าวิสาหกิจชุมชน แต่ประชาชนก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะกำหนดให้ต้องมีการทำผลการวิจัย แล้วใครจะทำประชาชน และใครจะทำได้บ้าง และพบอีกว่าหลังกฎหมายใหม่เกี่ยวกับกัญชาประกาศใช้เพียงไม่กี่วัน กระทรวงสาธารณสุข ไปทำโรงเรือนระบบปิดปลูกกัญชาได้เลย ในเวลาไม่กี่วัน พร้อมสร้างภาพว่าจะต้องมีคนใส่ชุดปลอดเชื้อ เหมือนชุดนักบินอวกาศ โรงเรือน 10 ล้านบาท พื้นที่ 100 ตารางเมตร คิดหรือไม่ว่าต้องใช้เวลาขนาดไหน แต่ไม่กี่วันก็สร้างเสร็จ

ทั้งนี้ เห็นว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะนำเอากัญชา ไปสกัดเป็นสารเพื่อเอาไปทดลองในคนป่วย แล้วบอกว่า จะนำมาขายในราคาแบบไทยๆ เห็นบอกว่า ซีซี ละ 100-200 บาท ทั้งที่ขณะนี้มีคนหรือปราชญ์ชาวบ้าน ทำในตลาดล่าง ตลาดมืด ก็ซีซีละ 100 บาท 1 ลิตร 1,000 ซีซี คือ 100,000 บาท แล้วใครจะมาซื้อ ใครเป็นคนซื้อ เป็นการบังคับคนซื้อ เรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นเหมือน พ.ร.บ.เหล้า รัฐบาลมีความพร้อมมีองค์กรเภสัช มี อย. ทำไมรัฐบาลจะมาทำเอง ทำไมไม่เป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกร มาทำแล้วขายให้ชาวบ้าน ทำไมไม่ให้ชาวบ้านปลูกแล้วขายให้รัฐแล้วนำไปแปรรูป ที่พรรคให้ปลูกได้แค่ 6 ต้น เอาไว้ใช้เองได้ด้วย เหลือก็เอาไปขาย รัฐเป็นพี่เลี้ยงว่าจะให้ปลูกพันธุ์แบบไหน จะให้ปลูกระบบแบบใด ดังนั้น อย่าไปดูถูกชาวบ้านว่าปลูกไม่ได้ จะมีเศรษฐีเท่านั้นหรือที่ปลูกได้

นายศักดิ์สยาม ย้ำว่า นโยบายการปลูกกัญชาของพรรคภูมิใจไทย ใช้ทางการแพทย์เชิงพาณิชย์ ใช้สันทนาการที่บ้าน และใช้ประกอบอาหาร อย่างไรก็ดีที่พรรคเสนอให้ครอบครัวมีการปลูกได้ 6 ต้น เสียค่าใบอนุญาตต้นละ 30 บาท สามารถจะไปรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนและปลูกรวมได้ ซึ่งโครงสร้างนโยบายกัญชาของพรรคได้ทำมาหมดแล้ว เหมือนแคลิฟอร์เนียโมเดล ทั้งหมด เช่น ปลูกใช้ในบ้านได้ หรือจะปลูกรวมกันเป็นเชิงพาณิชย์ เพื่อที่จะขายให้กับรัฐ ซึ่งรัฐจะต้องเป็นพี่เลี้ยง มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีสถาบันการศึกษา ยังไม่รวมปราชญ์ชาวบ้าน ที่ทำเรื่องนี้ ตำรับยาแพทย์แผนไทยมี 200-300 ตำรับ แต่ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข รองรับเพียง 20 ตำรับ ซึ่งหายไปจำนวนมาก จึงมีคำถามตามมาว่าเกิดอะไรขึ้น

“ที่จริงประเทศไทยเคยมีการส่งกัญชามาก่อนปี 2505 แล้ว ประเทศไทยสามารถที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากมาย โดยใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบ อย่างต่างประเทศมีการใช้ผสมสปาเก็ตตี้ ไอศกรีม ซึ่งจริงๆต่างประเทศได้มีการทำมานานแล้ว กัญชาไม่ได้มีพิษ ไม่ใช่ยาเสพติด อย่างที่คนอื่นคิด ถ้าหากเป็นยาเสพติดจริงจะต้องแสดงอาการออกมา อย่างเช่น บุหรี่ หรือ กาแฟ ที่คนไม่สูบ หรือไม่ได้ดื่มก็จะกระวนกระวาย จากผลการวิจัยพบว่า กัญชาไม่มีความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากผู้เสพ ถ้าหากพรรคไม่เสนอนโยบายกัญชาเสรี สิ่งที่จะเกิดขึ้น เรื่องกัญชาก็จะไม่ต่างกับเรื่องเหล้า และเบียร์ ที่มีนายทุนผูกขาด และประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ถ้าปล่อยให้นายทุนผูกขาดแต่ผู้เดียวแบบนี้ ถือว่า ประเทศนี้ แย่มากๆกับความคิดแบบนี้ ถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน”นายศักดิ์สยาม กล่าว

นอกจากนี้ กัญชายังสามารถปลูกในระบบเปิดได้ ไม่ต้องปลูกในระบบปิด ต้องไปสร้างด้วยงบประมาณถึง 10 ล้านบาท หากให้ประชาชนปลูกครอบครัวละ 6 ต้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย คือ จะมีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมเป็นเงินประมาณ 3.3 แสนล้านบาท ซึ่งคือคำตอบของคำถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน มาใช้กับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย 12 เรื่อง ที่ต้องใช้เงินประมาณ 9 หมื่นล้าน ที่เหลืออีก 2 แสนล้านบาท จะนำไปลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เหลือ 5% เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ในเรื่องกัญชา และพรรคกล้าที่จะแสดงว่า คือ “พรรคกัญชา”

ข่าวล่าสุด

วิบากกรรม “3 พรประภา” คดีปั่นหุ้น MORE ศาลไม่ให้ประกันตัว