หมวดเจี๊ยบ มองงานบอลประเพณีคนรุ่นใหม่สะท้อนไม่นิยมเผด็จการ
ร.ท.หญิงสุณิสา มองกิจกรรมงานฟุตบอลประเพณีสะท้อนคนรุ่นใหม่ไม่นิยมระบอบเผด็จการ ขู่อย่ากดดันอาจารย์ให้เล่นงานเด็ก
ร.ท.หญิงสุณิสา มองกิจกรรมงานฟุตบอลประเพณีสะท้อนคนรุ่นใหม่ไม่นิยมระบอบเผด็จการ ขู่อย่ากดดันอาจารย์ให้เล่นงานเด็ก
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือ หมวดเจี๊ยบ รองโฆษกฯและผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นมุมมองต่อการแปรอักษรและขบวนพาเหรดล้อการเมืองงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ วานนี้ ว่า “ในฐานะที่เป็นทั้งนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจี๊ยบมองว่า การแปรอักษรและขบวนพาเหรดล้อการเมืองในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 กำลังสะท้อนว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่นิยมระบอบเผด็จการ เด็กๆ คงรู้สึกอึดอัดที่ถูกปิดกั้นเสรีภาพจึงระบายออกมาเป็นข้อความในการแปรอักษรและสื่อความหมายออกมาผ่านขบวนพาเหรด
ซึ่งก็น่าดีใจที่เด็กไทยเคารพสิทธิมนุษยชน ทั้งยังมีสำนึกของความเป็นพลเมืองโลกสูง เพราะได้ร่วมเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้นาย ฮาคีม อัล-อาไรบี ซึ่งเป็นประเด็นในระดับสากล สะท้อนให้เห็นความรับผิดชอบต่อสังคมชาติและสังคมโลกของน้องๆ นิสิต นักศึกษา แต่อาจจะไม่ถูกใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ซึ่งก็หวังว่า หลังจากนี้จะไม่ใครไปกดดันอาจารย์หรือมหาวิทยาลัยให้ไปเล่นงานเด็กๆ ที่ทำกิจกรรม เพราะในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนมากที่ปลอมตัวใส่เสื้อเชียร์บอล ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ เพื่อแฝงตัวแอบถ่ายรูปนิสิตนักศึกษาที่ทำกิจกรรมพาเหรดล้อการเมืองและแปรอักษร ซึ่งทำให้ผู้ปกครองและเด็กๆ ไม่สบายใจว่าลูกหลานของพวกเขาจะได้รับผลกระทบหรือไม่
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ควรเปิดใจให้กว้างๆ แล้วยอมรับความจริงว่า นี่คือเสียงสะท้อนของประชาชนต่อการบริหารประเทศที่ล้มเหลว การเอาเปรียบทางการเมืองและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงของรัฐบาล ซึ่งที่จริงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ควรดีใจด้วยซ้ำที่เยาวชนไทย มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ปล่อยให้ใครล้างสมองแม้จะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนักก็ตาม. #เด็กฉลาดชาติย่อมเจริญค่ะ
ก่อนหน้านั้น ร.ท.หญิงสุณิสา โพสต์บทกลอนว่า
“วิหคหวีด ดีดดิ้น ทั้งอินทรีย์
สรวงสุดา สนิทไพรี เลือกข้าง
ทำวางมาด จาบจ้วง ห่วงหลักการ
ทีรัฐประหาร คาบสาก ปากไม่มี..”
#จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน”


