posttoday

"อย่าคิดว่าพลังประชารัฐจะให้ค่าพี่สูงขนาดนั้น" แรมโบ้อีสานตอกกลับขวัญชัย

03 กุมภาพันธ์ 2562

"สุภรณ์ อัตถาวงศ์" ยืนยันพลังประชารัฐไม่ได้ทาบทาม "ขวัญชัย ไพรพนา" มาร่วมพรรค ลั่น "อย่าไปคิดว่าผู้ใหญ่ของพรรคจะให้ค่าพี่สูงส่งขนาดนั้น"

"สุภรณ์ อัตถาวงศ์" ยืนยันพลังประชารัฐไม่ได้ทาบทาม "ขวัญชัย ไพรพนา" มาร่วมพรรค ลั่น "อย่าไปคิดว่าผู้ใหญ่ของพรรคจะให้ค่าพี่สูงส่งขนาดนั้น"

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 62 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงกรณี นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดร ระบุว่า นายสุภรณ์เป็นคนไปทาบทามให้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐว่า นายขวัญชัย เป็นพี่ชายที่ตนรักเคารพและเคยร่วมอุดมการณ์ต่อสู้ด้วยกันมา ที่ผ่านมามีเพื่อนโทรศัพท์มาเล่าถึงเรื่องสุขภาพของนายขวัญชัยให้ฟัง ตนจึงแสดงความห่วงใยด้วยการโทรศัพท์ไปถามอาการด้วยความห่วงใยในฐานะพี่น้อง แต่ตนไม่คิดว่านายขวัญชัยจะเอาความห่วงใยของตนมาเป็นประเด็นฉกฉวยใช้เป็นประโยชน์ ให้กับตนและพรรคเพื่อไทย กลายเป็นว่าตนไปเป็นคนทาบทามนายขวัญชัย ให้ย้ายมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐซึ่งไม่เป็นความจริง

นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่าผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐได้สอบถามความเป็นอยู่ของนายขวัญชัยกับตน ขณะที่นายขวัญชัยยังอยู่ในคุก โดยไม่ได้มอบหมายให้ตนไปทาบทามให้นายขวัญชัยย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด

"พี่ขวัญชัย อย่าไปคิดว่าผู้ใหญ่ของพรรคผมจะให้ค่าพี่สูงส่งขนาดนั้นเพราะทุกคนทราบดีว่าพี่ไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ เพราะหมดเวลารับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองไปนานแล้ว ถ้าผมจะทาบทามจริงก็คงทำก่อนหน้านั้น และไม่มีผู้ใหญ่พรรคพลังประชารัฐคนใดสั่งการหรือมอบหมายให้ตนไปติดต่อทาบทามนายขวัญชัยฯตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้นเป็นเพียงโทรศัพท์ไปสอบถามด้วยความห่วงใยเท่านั้น"นายสุภรณ์ กล่าว

นายสุภรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ระบุว่าผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐถามตนว่านายขวัญชัยยังมีบารมีอยู่หรือไม่และในข่าวระบุว่าตนตอบว่ายังมีบารมีที่อุดรและภาคอีสานนั้น ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ตนตอบไปว่านายขวัญชัยยังมีคนรู้จักที่อุดรธานีและทั่วภาคอีสาน คำว่า "คนรู้จัก" กับ "คนมีบารมี" นั้นความหมายแตกต่างกัน "บารมี" คือมีคนเคารพนับถือ แต่คำว่า "คนรู้จัก" คนอาจจะชอบหรือไม่ชอบหรือเกลียดหรือหมั่นไส้ก็เป็นได้ เหมือนตนก็มีคนรู้จักและก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ

ฉะนั้นจึงขอให้นายขวัญชัยแยกแยะคำว่า "คนที่มีบารมี" กับ "คนที่รู้จัก" ออกจากกัน อย่างไรก็ตามส่วนตัวตนยังรักและเคารพนายขวัญชัย เสมอและไม่อยากให้ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องต้องมาล่มสลายหรือแตกแยกกันแม้เราจะอยู่คนละพรรคการเมืองแต่เราก็เป็นพี่น้องกันได้ วันนี้ประเทศชาติต้องการความรักความสามัคคีและความปรองดองหมดเวลาที่จะมากล่าวหาสาดโคลนใส่กันไปมาการเมืองแบบสกปรกใส่ร้ายป้ายสีกันควรจะหมดไปจากเมืองไทยเสียที ด้วยเหตุนี้พรรคพลังประชารัฐจึงยึดหลักก้าวข้ามความขัดแย้งไม่มีเวลาที่มาทะเลาะกันอีกต่อไปและพรรคเราก็ไม่มีเวลาที่จะมาดูดคนที่ชื่อ “ขวัญชัย ไพรพนา” เพราะวันที่ 4 ก.พ.นี้ทุกคนก็จะไปยื่นใบสมัครต่อ กกต.แล้ว

ข่าวล่าสุด

BBL โชว์งบปี 68 กำไรสุทธิ 46,007 ล้าน โต 1.8% ท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย