ภท.ยันนโยบายพรรคคิดก่อนใครปัดตามกระแสย้ำทำงานที่บ้าน1วันช่วยลดฝุ่น
ภูมิใจไทยยันนโยบายพรรคผุดก่อนใคร ปัดคิดตามกระแสโดยเฉพาะแก้ฝุ่นควัน ย้ำทำงานที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ช่วยลดมลพิษในกทม.25%
ภูมิใจไทยยันนโยบายพรรคผุดก่อนใคร ปัดคิดตามกระแสโดยเฉพาะแก้ฝุ่นควัน ย้ำทำงานที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ช่วยลดมลพิษในกทม.25%
เมื่อวันที่ 2 กพ. พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีบางพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร ที่อาจมีความคล้ายคลึงกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยนั้น ในฐานะโฆษกพรรคขอทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งนโยบาย “กรุงเทพ สะดวก สบาย” ได้เปิดตัวไปตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 61 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำเสนอแนวคิดแก้ปัญหาให้กับชาวกรุงเทพด้วยตัวเอง
โฆษกพรรค กล่าวต่อว่า ซึ่งนโยบายทั้งหมดได้ถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงกันอย่างประสานสอดคล้อง ไม่ใช่ออกมาทีละเรื่อง และพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอในคราวเดียวเรียกว่า “กรุงเทพ สะดวก สบาย” โดยนโยบายดังกล่าวสามารถช่วยลดมลภาวะทางอากาศในกรุงเทพได้ และเป็นการเสนอก่อนที่จะเกิดปัญหาฝุ่นพิษในพื้นที่ กทม.
"ขณะนี้แนวคิดดังกล่าวก็ได้ถูกนำมาพูดอย่างแพร่หลาย และมีบางหน่วยงานได้นำไปใช้แล้ว โดยเฟสบุ๊คของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ได้โพสต์ ข้อความว่า "ตรงกันเป๊ะ!!!! ลดมลพิษ!! บริษัท 'ไลน์' ไฟเขียวพนักงานทำงานที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ พร้อม แนบลิงค์ของสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง ที่ระบุว่าจากสถานการณ์ฝุ่นพิษPM2.5 ส่งผลให้ ไลน์ ประเทศไทย ให้พนักงานของตัวเองหยุดทำงานที่บ้านเป็นเวลา1วันต่อสัปดาห์ โดยให้ทดลองเป็นเวลา1เดือน เพื่อป้องกันสุขภาพต่อพนักงาน และรับผิดชอบต่อสังคมในการลดมลพิษอากาศ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว
อย่างไรก็ดี พรรคขอบคุณ “ไลน์ ประเทศไทย” ที่ใช้แนวทางดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรค คือ ไปทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน อีก 1 วัน ทำงานอยู่บ้าน ที่จะช่วยลดปัญหาฝุ่นควันพิษและปัญหาการจราจรได้ โดยพรรคหวังว่าหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะนำแนวทางนี้ไปใช้ และหากทุกฝ่ายพร้อมใจทำงานที่บ้าน 1วัน ต่อสัปดาห์ มั่นใจว่าจะลดปัญหาฝุ่นพิษ รวมทั้งแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ได้อย่างยั่งยืนและทันที โดยไม่ต้องรอให้พรรคเข้าไปเป็นรัฐบาลก่อนและค่อยทำ
สำหรับแนวนโยบายกรุงเทพสะดวก สบาย ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ประกอบด้วย “การเรียกรถผ่าน แอพพลิเคชั่น ถูกกฎหมายทุกคัน” สร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทาง ของคนกทม. และปริมณฑล ให้ความสะดวกปลอดภัย คุ้มครองสวัสดิภาพให้ผู้โดยสาร เป็นการเพิ่มทางเลือก สร้างงาน สร้างรายได้ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดปริมาณการจราจร ลดการใช้พลังงานและลดมลพิษ ซี่งจะออกกฎหมายรับรองความถูกต้อง ของบริการทางเทคโนโลยี
ส่วนแนวคิด “Home Office อยู่บ้านก็ทำงานได้” เป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาการจราจร ลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ อย่างละ 25 % ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ จะทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน จากบุคลากรที่ทำงานในลักษณะที่เหมาะสม และ สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุน หน่วยงานภาคเอกชน ใช้มาตรการทางภาษี แก่บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการทำงานที่บ้าน ต่อมาคือ แนวคิด “Digital Home School อยู่บ้านก็เรียนได้” เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดปัญหาจราจร ลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ สร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว โดยจะสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนแบบ Digital Home School ด้วยการศึกษาผ่านออนไลน์ ตามโครงการ “Thailand Sharing University เรียนฟรี ตลอดชีวิต”.
นอกจากนี้ แนวคิด “Co-Working Space 1 แขวง 1 ออฟฟิศ” เพื่อลดต้นทุนการทำงานและการประกอบอาชีพ ลดการใช้พื้นที่อาคารสำนักงาน สนับสนุนการประกอบอาชีพให้กับกลุ่ม Start-Up ด้วยการจัดสร้างสำนักงานสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระใช้ประโยชน์ร่วมกัน สนับสนุนการให้เอกชน จัดสร้างสำนักงาน Co-Working Space บนที่ดินของรัฐ และที่ดินเอกชนโดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าแนวนโยบายกรุงเทพ สะดวก สบาย ของพรรคภูมิใจไทย เป็นสิ่งที่ได้เริ่มนำเสนอมาตั้งแต่แรก ทำได้จริง เห็นผลแก่คนกทม.ชัดเจน นโยบายของจึงเปรียบเป็นของแท้ เพราะทุกนโยบายที่เสนอได้ผ่านการศึกษาอย่างลงลึกและรอบด้าน จึงมั่นใจว่าพรรคเป็นต้นแบบที่ทำได้จริงแน่นอน


