posttoday

เปิดวิสัยทัศน์ 2ดร. New Gen. ชิงชัยเขต1 เมืองกาญจน์

30 มกราคม 2562

การเลือกตั้งครั้งนี้ ความสนใจทางการเมืองคนรุ่นใหม่ เป็นกระแสที่ทุกพรรคยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียง

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

การเลือกตั้งครั้งนี้ ความสนใจทางการเมืองคนรุ่นใหม่ หรือ New Generation ซึ่งเรียกกันสั้นๆ ว่า นิวเจน เป็นกระแสที่ทุกพรรคยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียง ด้วยการให้ความสำคัญสำหรับการเมืองของคนรุ่นใหม่

สำหรับ จ.กาญจนบุรี ในยามนี้ พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมือง และศรีสวัสดิ์ ร้อนแรงขึ้นด้วยการเปิดตัวของผู้สมัครนิวเจน 2 คน จาก 2 พรรค ซึ่งล้วนมีดีกรีเป็นดอกเตอร์และผ่านประสบการณ์ทำงานที่มากด้วยความท้าทายมาด้วยกันทั้งคู่ โดยทั้งคู่จะมาท้าชิงเก้าอี้ สส.เขต 1 กาญจนบุรี จากแชมป์เก่า พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายค่ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

คนแรกคือ วรสุดา สุขารมณ์ หรือ "ดร.จุ๊บ" บุตรสาวนักการเมืองใหญ่ อดีต สส.กาญจนบุรี หลายสมัย น.ท.นพ.เดชา สุขารมณ์ หรือ หมอเดชา อดีต รมช.สาธารณสุข ซึ่งสวมเสื้อพรรคไทยรักษาชาติลงสมัคร ฐานเสียงเดิมของบิดาน่าจะการันตีได้ในระดับหนึ่งถึงโอกาสที่ ดร.จุ๊บ น่าจะมีลุ้น

ส่วนอีกคนหนึ่ง "ดร.จ๊อด" ธีรชัย ชุติมันต์ มีบทบาทเป็นอดีตประธานหอการค้า จ.กาญจนบุรี และอดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาญจนบุรี วันนี้สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยลงสมัครชิงเก้าอี้ สส. เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เมืองกาญจน์ โดยฐานเสียงหลักของ บิ๊กจ๊อด คือ ภาคเอกชนและภาครัฐที่เขาเคยร่วมงานเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นประธานหอการค้าจังหวัด

สำหรับแนวคิดทางการเมืองของผู้ท้าชิงทั้งสองรายมีจุดที่น่าสนใจ คือ เน้นถึงการผลักดันนโยบายจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติคล้ายกัน

ดร.จุ๊บ จากไทยรักษาชาติบอกว่า นโยบายระดับประเทศต้องใช้กลไก ภาครัฐเป็นตัวแก้นโยบายระดับท้องถิ่นเราช่วยกันผลักดันได้ การตัดสินใจลงสมัคร สส.ก็เพื่อขอพลังจากทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า มาช่วยกันแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ เศรษฐกิจ ระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กและขนาดกลางในกาญจนบุรี ให้ได้ขยายปัญหาออกไปและถูกแก้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เอาอีกแล้วกับรวยกระจุกจนกระจาย

ด้าน ดร.จ๊อด แห่งค่ายภูมิใจไทยก็กล่าวว่า หลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 กลไกราชการเติบโตใหญ่มาก ทำให้เทอะทะ ซับซ้อน ล่าช้า ไม่ต่อเนื่อง ปัญหาบางอย่างของชาวบ้านถูกละเลย บดบังไปด้วยปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ความสนใจของผู้รับผิดชอบงานแต่ละส่วนไปอยู่ที่การรักษาเก้าอี้และตำแหน่งของตัวเอง ไม่ได้รับฟังเสียงประชาชน จะหวังเพียงราชการไม่ได้ ความต้องการของคนในพื้นที่ต้องถูกนำไปสื่อสารแลกเปลี่ยนในระดับนโยบาย ก่อนที่ส่วนกลางจะมาขยับบ้านขยับเมืองเราโดยที่ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม หรือเข้าไปช่วยกันออกแบบเมือง

เมื่อมองถึงอนาคตของกาญจนบุรี ดร.จุ๊บ มองว่า กาญจนบุรีกำลังจะเป็นประตูตะวันตกที่เชื่อมโยงภูมิภาค อาเซียนเข้าด้วยกัน การค้าขายจากฝั่งตะวันออกเชื่อมไปตะวันตกจะมีมอเตอร์เวย์และโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 รวมถึงการพัฒนาเส้นทางการคมนาคม สนามบินพาณิชย์ การพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือทาง การค้าระหว่างไทยเมียนมา ด้านทวายที่เข้มข้นที่สุดที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์กาญจนบุรี

"วันนี้คนเมืองกาญจน์ปรับตัวกันหรือยัง มีความพร้อมหรือยัง อย่ารอให้ใครมาเตรียมความพร้อมให้ เราต้องพัฒนาตัวเราเองก่อน ทั้งในแง่ธุรกิจ เริ่มศึกษาหาช่องทางใหม่ๆ ในการทางธุรกิจ ตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายและพอเพียง ที่สำคัญคนเมืองกาญจน์ต้องรักสามัคคี และช่วยเหลือกันในการที่จะนำประโยชน์มาสู่บ้านเมือง พวกเราเท่านั้นที่กำหนดอนาคตกาญจนบุรี"

ขณะที่ ดร.จ๊อด มองอนาคตเมือง กาญจน์ต่อไปว่า การพัฒนาเมืองไม่มีทางสำเร็จ ถ้าไม่เริ่มที่พัฒนาคน

"มอเตอร์เวย์กำลังจะมา เมืองกำลังจะขยาย เรายังไม่ได้เตรียมตัวกันเลย ประมาณการว่าคนจะไหลเข้าเมืองมาในหลายรูปแบบ ทั้งนักท่องเที่ยว นักลงทุน แรงงาน ระบบต่างๆ ต้องขยายตาม การเตรียมคนเพื่อรอรับโอกาสเป็นสิ่งเร่งด่วน มิฉะนั้นแทนที่จะเป็นโอกาสจะกลายเป็นปัญหาทันทีเมื่อถึงเวลา ลูกหลานบ้านเราต้องมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ พร้อมปรับทัศนคติเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่จะถึงนี้ สถาบันการศึกษาต้องปรับตัว ปรับหลักสูตรวิธีสอนให้สอดรับกับสิ่งที่จะเข้ามาในจังหวัด อาชีพใหม่ๆ จะเกิดขึ้น ตลาดความต้องการแรงงาน จะเคลื่อนตามทิศทางเมืองที่จะเปลี่ยน เด็กๆ ต้องรู้เท่าทันตั้งแต่วันนี้ จะเรียนอะไร จะเรียนไปทำไม จะเรียนไปประกอบอาชีพอะไร ต้องรู้แล้ว"

วิสัยทัศน์ของสองดอกเตอร์นิวเจน จาก 2 พรรค เป็นสิ่งที่น่าสนใจและ ท้าทายต่อแนวทางการพัฒนาการเมืองและการพัฒนาเมืองต่อไปในอนาคต ในฐานะที่กาญจนบุรีกำลังจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในยุทธศาสตร์การค้า การลงทุนระดับภูมิภาค และเชื่อมโยงถึงระดับโลก

เพียงแต่ชัยชนะทางการเมืองนั้น นอกจากวิสัยทัศน์ที่ชี้นำให้ผู้คนเห็นถึงอนาคตร่วมกันแล้วยังมีอีกหลายปัจจัย ซึ่งยังต้องจับตากันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ต่างชาติแห่ลงทุนไทยปี 68 ทะลุ 3.2 แสนลบ. สูงสุดรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์ นำโด่ง