"บิ๊กตู่"ขอเด็กไทยรู้รักสามัคคี-มีคุณธรรมย้ำให้ความสำคัญการศึกษานอกโรงเรียน

วันที่ 12 ม.ค. 2562 เวลา 13:37 น.
"บิ๊กตู่"ขอเด็กไทยรู้รักสามัคคี-มีคุณธรรมย้ำให้ความสำคัญการศึกษานอกโรงเรียน
นายกฯ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่ ศธ. ขอเด็กไทย ขอเด็กไทยรู้รักสามัคคี-มีคุณธรรม เป็นพลเมืองดีของสังคม ยันเน้นให้ความสำคัญกับการศึกษานอกโรงเรียน ยังย้ำเตือนต้องไม่ทำนโยบายขายฝัน

เมื่อวันที่ 12  ม.ค. เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562 ที่กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวคิด “เด็กไทยรู้คิด มีจิตอาสา Volunteer kids” เพื่อทำให้เด็กเป็นคนเก่ง คนดี มีสุขและมีทักษะอาชีพ ทั้งนี้ รูปแบบการจัดงานวันเด็กแห่งชาติที่กระทรวงศึกษาธิการ แบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 Thinking Kids (เด็กเก่ง) เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคิดวิเคราะห์ มีความรู้ด้านเทคโนโลยี โซนที่ 2 Good Kids (เด็กดี) เพื่อให้เด็กปฏิบัติตนตามคุณธรรมและมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมส่วนรวมพร้อมมีทักษะในการทำงานอาชีพต่าง ๆ โซนที่ 3 Happy Kids (เด็กมีความสุข) เพื่อให้เด็กได้รับความสุขสนุกสนาน และโซนที่ 4 Model Kids (เด็กเป็นแบบอย่าง) เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกในทางที่ดี

นายกฯ ได้กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่ง ว่า ทุกภาคส่วนได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับเด็กๆ วันนี้เราต้องมีความรัก ความสามัคคี เยาวชนใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเป็นพลเมืองดีของสังคม เพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ต้องร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาประเทศ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นเครื่องมือเพื่อให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า เราต้องสร้างความฝันของเราให้เป็นความจริง อย่างที่บอกว่า ไม่ต้องทำลายความฝันของเด็ก และเด็กต้องไม่ทำลายความฝันของพ่อแม่ ผู้ใหญ่ ต่างฝ่ายต่างต้องรักษาความฝันความหวัง เพื่อให้ทุกอย่างได้กลายเป็นความจริง รัฐบาลตั้งใจส่งเสริม ให้เด็กมีความรู้คู่คุณธรรม รู้ว่าอะไรดีเราก็ทำ อะไรที่ไม่ดีเราก็ไม่ทำ การทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่เรามีความสุข มีรายได้เพิ่มขึ้น มีความสุขใจ แบบนี้ไม่ได้ ต้องมีคุณธรรม มีความเป็นจิตอาสา ตามพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ ทุกอย่างไปเร็ว มาใหม่ทุกวันดังนั้นต้องรู้จักคิด รู้จักสงสัย ต้องเรียนรู้ทางวิชาการและศิลปะนำมาใช้ประโยชน์ ตนอยากให้มุ่งเน้นเรื่องการศึกษานอกระบบ เพราะหลายคนมีความจำเป็น บางคนต้องทำงาน รัฐบาลจึงเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ และต้องมีการประเมินคุณภาพ ทั้งนี้ตนเน้นการศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ถ้าทุกคนมุ่งหวังให้คนเข้าไปในระบบด้วยการให้เงินไปเรียน เขาเรียนไม่ได้อยู่ดี เพราะเวลาไม่มี เพราะเขาต้องดูแลพ่อแม่ปัญหาคือตรงนี้ นั้นคือความจำเป็นของเขา ไม่ใช่ไม่มีเงินถึงไม่เรียน เพราะฉะนั้นกศน.เน้นการศึกษาของผู้ที่อยู่ตามโรงงาน และตั้งเป้าขยายในพื้นที่มีโรงงานเพื่อยกระดับ

"เวลานี้มีคนออกมาพูดว่ามีคนนอกระบบการศึกษา 5 แสนคน 5 ล้านคน จะหาเงินให้เรียน เขามาไม่ได้หรอก นั่นคือพูดสร้างความฝันแล้วเป็นจริงไม่ได้ ฝากพ่อแม่ด้วยเพราะวันนี้มีการพูดหลายอย่างจะทำโน้นทำนี้ มันใช่เหตุผลจริงๆหรือเปล่า ความเท่าเทียมคือเรื่องของโอกาส การจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินให้ทุกคนเข้าถึงโอกาส การศึกษา ด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่ หาเวลาดูแลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งทุกระทรวงมีหมด ให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เท่าเทียมกันหมดไม่ได้ เพราะพื้นฐานต่างกัน ไม่มีทางเท่ากันได้ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งโลกเป็นแบบนี้ต้องมีศิลปในการบริหาร อย่าพูดเหมารวมทั้งหมด มันทำไม่ได้จริง ทุกรัฐบาลต้องมีหน้าที่สร้างเกราะกำบังเหล่านี้ให้พี่น้องปวงชนชาวไทยมีความรัก ความสามัคคี ทุกคนต้องมองผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวหน้า สมอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 คาดหวังการพัฒนาบุคลากรสำคัญที่สุดของประเทศเวลานี้"นายกฯกล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบของขวัญให้เด็ก ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก เด็ก ๆ จำนวนมากเข้าแถวเพื่อรอรับของขวัญจากนายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมซุ้มต่าง ๆ พร้อมพูดคุยกับเด็กและเยาวชน โดยย้ำว่า ให้เรียนในสิ่งที่ตนเองชอบและถนัด พร้อมสอบถามถึงความใฝ่ฝันในอนาคตว่าอยากทำอาชีพอะไร ซึ่งมีเยาวชนคนหนึ่งตอบว่า อยากเป็นนักเขียน นายกรัฐมนตรี จึงขอทดสอบความสามารถในการแต่งคำ โดยให้แต่งวลีหรือคำพูดที่มาจากคำว่า “พระอาทิตย์ กับคำว่า ฟ้า” ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้ยกตัวอย่างการแต่งกลอนของตนที่มาจากทั้งสองคำดังกล่าวว่า “พระอาทิตย์ลับดับลงตรงปลายฟ้า แล้วจันทราอยู่ที่ไหนมองไม่เห็น คืนนี้จากไปไกลลำเค็ญ” ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากเด็กและผู้ปกครอง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง ต้องสอนให้เด็กกล้าพูดและใช้โซเชียลอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมการแสดงของวงโยธวาทิตจากนักเรียน โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมยกนิ้วโป้งชื่นชมว่า “ทุกคนเยี่ยมมาก” และแซวว่า เล่นดี แต่ไม่มีใครยิ้มเลย พร้อมพูดระหว่างการแสดง ขอให้ทุกคนยิ้มหน่อย ยิ้มเห็นฟันด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมซุ้ม 13 หมูป่าผจญภัยถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พร้อมพบปะพูดคุยและถ่ายรูปกับน้อง ๆ ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ที่ได้มาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติของกระทรวงศึกษาธิการด้วย

ต่อมาเวลา 09.50 น. นายกฯเยี่ยมชมพื้นที่จัดกิจกรรมเยาวชนสัมพันธ์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งมีเยาวชนสัมพันธ์ จำนวน 1,550 คนที่มารอต้อนรับ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงพื้นที่กิจกรรม เยาวชนสัมพันธ์ได้ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต