กคพ.รับต่อสัญญาบีทีเอส-เงินบริจาคปชป.คดีพิเศษ

วันที่ 10 ต.ค. 2555 เวลา 14:24 น.
กคพ.รับ 8 คดีสำคัญทุจริตหอมแดง-บ่อนออนไลน์อีสาน -ต่อสัญญาบีทีเอส เป็นคดีพิเศษ  สั่งดีเอสไอเดินหน้าทำคดีเงินบริจาคพรรคปชป.ต่อ แจงยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาใคร

นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ที่มีร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุม ว่าที่ประชุมมีมติรับการกระทำความผิดทางอาญาไว้เป็นคดีพิเศษจำนวน 8 เรื่อง ประกอบด้วย 1. กรณีขบวนการบุกรุกและลักลอบขุดทรายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา  2.  กรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก ม. 1 ต.หนองแม่นา  อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 3. กรณีการทุจริตในโครงการแก้ไขปัญหาราคาหอมแดงตกต่ำ ฤดูกาลผลิต ปี 2554/2555 จ.ศรีสะเกษ  4. กรณีบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่ายหรือตัวแทนจำหน่ายเครื่องตรวจวัตถุสงสัยซึ่งมีพฤติการณ์ฉ้อโกงหรือลวงขายเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยที่ไม่มีคุณภาพตามที่กล่าวอ้างกับหน่วยงานของรัฐ  5.กรณีการลักลอบเปิดบ่อนออนไลน์กลางเมือง  ในพื้นที่หลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

6. กรณีน.ส.โซเบดา  พงษ์สว่าง ร้องขอต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับนางรัศมี คาน กับพวก ในข้อหาข่มขู่ทำให้เกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญและข่มขู่จะทำร้ายร่างกายจนถึงแก่เสียชีวิต พยายามลักพาตัวบุตรสาว และเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีของศาล 7. กรณีการทำสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมาย และ 8.กรณีการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550

สำหรับกรณีการทำสัญญาบีทีเอสกับกรณีการรับบริจาคเงินของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายธาริต กล่าวว่า  กคพ.ให้ความ สำคัญและใช้เวลาในการพิจารณานาน เพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด โดยได้กำชับให้ดีเอสไอทำงานร่วมกับอัยการอย่างใกล้ชิด  หากจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาใด กับบุคคลกลุ่มใดก็ต้องเป็นความเห็นชอบร่วมกัน แต่เบื้องต้นยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใครทั้งสิ้น  การรับเป็นคดีพิเศษก็เพียงกระบวนการขอความเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การสอบสวน  แต่หากสอบสวนไม่พบความผิดก็ต้องยุติ ส่วนแนวทางการสอบสวนหลังจากนี้จะมีการประชุมเพื่อหารือกับอัยการเพื่อกำหนดแนวทางการสอบสวนต่อไป