The Green Olympic games มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ กับความยั่งยืน

วันที่ 27 ก.ย. 2564 เวลา 14:55 น.
The Green Olympic games มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ กับความยั่งยืน
โดย ดร.รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล

************************

โอลิมปิกเกมส์  มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ เป็นมหกรรมกีฬา ที่เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก แต่ในอีกมุมนึงก็เป็นมหกรรมกีฬาที่ใช้ทรัพยากรอย่างมากมาย ซึ่งได้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและ มวลมนุษยชาติไม่น้อยเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล สร้างขยะรวมทั้งสิ้นมากกว่า 17 ล้านตัน และ มีการประเมินเอาไว้ว่ากิจกรรมโอลิมปิกเกมส์ครั้งนั้น ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3.6 ล้านตันเลยทีเดียว

“การจัดงานมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ แต่ก็ทิ้งปัญหาใหญ่ให้กับมวลมนุษยชาติเอาไว้เช่นกัน”

จากบทเรียนของการจัดงานที่ริโอ ทำให้โจทย์ในเรื่องของการจัดงานโอลิมปิกเกมส์ต้องเปลี่ยนไป การจัดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติจำเป็นต้องมุ่งเน้นในเรื่องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญและถูกกำหนดมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของการจัดงานโตเกียวโอลิมปิก 2020 โดยในโตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้มีการตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความยั่งยืน โดยได้กำหนดเป็น Tokyo 2020 Main Sustainability Themes เอาไว้ 5 ด้าน คือ

1.City within Nature/Nature within the City

2.Towards Zero Carbon

3.Celebrating Diversity

4.United in Partnership and Equality

5.Zero Wasting

ทำให้ใน โตเกียวโอลิมปิก 2020 ครั้งนี้ เราได้เห็นโครงการที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ดีๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิเช่น

Olympic Cauldron: กระถางคบเพลิง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดและปิดกิจกรรมของกีฬาโอลิมปิก ในอดีตเขาใช้เชื้อเพลิงจากธรรมชาติเช่นน้ำมัน แต่ในโอลิมปิกครั้งนี้ได้เลือก Renewable Energy ซึ่งได้เลือกใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมีการใช้พลังงานจากไฮโดรเจนในการทำน้ำร้อนในส่วนของห้องอาหาร ที่พัก หรือ ศูนย์ฝึก ในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้อีกด้วย

Medals: เหรียญรางวัลทุกเหรียญที่ได้แจกให้กับเหล่านักกีฬาในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล 100% โดยก่อนจะถึงการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ทางคณะทำงานเขาได้ใช้เวลาราวๆ 2 ปี ในการเก็บสะสมขยะอิเล็กทรอนิกส์ อาทิเช่น มาจากมือถือ หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มาจากเมืองต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมารีไซเคิล โดยได้โลหะจากการรีไซเคิลมารวมทั้งสิ้น 5.7 ตัน ทำเป็นเหรียญรางวัลได้ 5,000 เหรียญ โดยแบ่งเป็น เหรียญทอง 32 กิโลกรัม, เหรียญเงิน 3,500 กิโลกรัม และ เหรียญทองเแดง 2,200 กิโลกรัม

Olympic Ceremony Podium: ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโอลิมปิก ที่แท่นรับเหรียญรางวัลทำมาจากขยะพลาสติก 100% โดยในโครงการนี้ได้ใช้เวลาประมาณ 9 เดือน ในการเก็บสะสมขยะพลาสติก ราวๆ 24.5 ตัน ที่ได้มาจากประชาชนในแต่ละชุมชนในประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำมาทำแท่นรับเหรียญรางวัล จำนวน 98 ตัว

Village Plaza: โอลิมปิก Village Plaza ออกแบบมาด้วยแนวคิด “Design for Reuse” โดย Village Plaza ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้แปรรูป ที่ได้ไปยืมมาจากหน่วยงานภาครัฐ จากบรรดาเมืองต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากจบโอลิมปิกเกมส์แล้ว ก็จะมีการรื้อถอนไม้แปรรูปเหล่านี้ ไปใช้งานต่อไปในกิจกรรมต่างๆ ในเมืองนั้นๆ ต่อไป เช่น เอาไปทำเก้าอี้ หรือ ทำที่พักคอยรถโดยสาร เป็นต้น

Athlete Beds: เตียงและที่นอนของนักกีฬา ออกแบบมาด้วยแนวคิด “Design for Recycling” เตียงนักกีฬาทำจากกระดาษแข็ง เมื่อจบโอลิมปิกเกมส์แล้วก็จะเอาไปรีไซเคิลเพื่อทำเป็นกระดาษ และ ส่วนที่นอน ก็จะนำไปรีไซเคิลเป็นพลาสติกเพื่อนำไปใช้งานด้านอื่นๆ ต่อไป

Energy: งานโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ มุ่งเน้นในเรื่องลด Carbon Emission พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในการจัดการแข่งขันและในโอลิมปิก Village Plaza มาจาก Renewable Energy 100% โดยราวๆ 30-40% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด มาจาก Biomass Energy และ Solar Power

Transportation: รถบัสสำหรับขนส่งนักกีฬากว่า 100 คัน (ซึ่งเป็นของ Toyota) สำหรับงานโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ ก็ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยลด Carbon Emission ได้เช่นกัน

Waste Management: การบริหารจัดการขยะสำหรับโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ เขามีการโดยมีถังขยะแยกสำหรับขยะแต่ละประเภท อาทิเช่น สำหรับขวดพลาสติก แก้ว กระป๋อง กระดาษ หรือ เศษอาหารเป็นต้น และในโอลิมปิกครั้งนี้ส่งเสริมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษมาทดแทน กลุ่มที่เป็น Single-use plastic 

“เป้าหมายของความยั่งยืน กลายเป็นมาตรฐานใหม่ สำหรับการจัดงาน หรือกิจกรรมระดับโลก”

ความสำเร็จของ โอลิมปิกเกมส์  มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ คงจะวัดผลในเรื่องจำนวนผู้ชม หรือ รายได้ ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว คงต้องวัดผลในเรื่องความยั่งยืน เข้าไปด้วย

โตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว และ เชื่อว่าเราจะได้เห็นผลลัพธ์จากโครงการที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างความยั่งยืนในโอลิมปิกเกมส์ครั้งถัดไปที่ปารีสอย่างแน่นอน

“ความยั่งยืน ควรเป็นมาตรฐานใหม่ สำหรับการจัดงานในบ้านเราเช่นกัน”

กิจกรรม หรือ งานต่างๆ ที่จัดกันในบ้านเรา ต่างก็สร้างปัญหาทิ้งเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณขยะ หรือ มลภาวะที่เกิดขึ้นตามมาอันเนื่องมาจากการขาดการบริหารจัดการขยะที่ดี

จากบทเรียนของการจัดงานโตเกียวโอลิมปิก 2020 เราจะเห็นแล้วว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน แต่ก็สามารถจัดงานและตอบโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนได้จริงๆ

ในเมื่อมีตัวอย่างให้เห็นแล้ว หากภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน เอาหลักการเรื่องของความยั่งยืน ผนวกไปกับแผนในการจัดงานได้ เราคงได้เห็นโครงการดีๆ เกิดขึ้นด้วยฝีมือคนไทยมากมายแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ในเรื่อง BCG Economy Model (Bio-Circular-Green Economy Model) ที่ทางรัฐบาลกำลังผลักดันได้เช่นกัน เชื่อว่าไม่ช้าเรื่องนี้จะต้องกลายเป็นมาตรฐานในการจัดงานบ้านเราอย่างแน่นอน

******************

อ้างอิง

https://olympics.com/tokyo-2020/en/games/sustainability/asset 

https://natemorris.com/blog/an-olympic-effort-to-reduce-waste/ 

https://olympics.com/ioc/news/tokyo-2020-highlights-the-possibilities-for-a-circular-economy 

https://www.euronews.com/green/2021/07/22/could-the-tokyo-2020-olympic-games-usher-in-a-fully-circular-economy 

https://acehub.org.au/news/how-the-tokyo-olympics-are-embracing-the-circular-economy