หลากหลายแนวคิดและแนวทางเรื่องวัคซีนโควิด-19 (26)

วันที่ 03 ส.ค. 2564 เวลา 10:30 น.
หลากหลายแนวคิดและแนวทางเรื่องวัคซีนโควิด-19 (26)
น.พ.วิชัย โชควิวัฒน

******************

อัลเบิร์ต โบร์ลา เรียกปี พ.ศ. 2563 ว่าเป็น “ปีสติแตก” (insane year) เพราะโลกประสบภาวะวิกฤต จากมหันตภัยคือ คือ โควิด-19 อย่างกว้างขวางทำให้เจ็บป่วย ล้มตาย กันมากมาย เศรษฐกิจชะงักงัน ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ตามปกติ แต่อัลเบิร์ต โบร์ลา และคณะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างยิ่งใหญ่และงดงามด้วยการค้นคว้า วิจัยวัคซีนที่ทรงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ เขาสรุปบทเรียนความสำเร็จไว้ 6 ประการ

ประการแรก ซึ่งเขาถือว่าสำคัญที่สุด คือ ทีมเวิร์ค โบร์ลา สรุปว่าทุกๆ คนในบริษัทไฟเซอร์ และไบโอ เอ็นเทค ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงลงไปจนถึงฝ่ายผลิต และขนส่ง ล้วนมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาวัคซีนของ พวกเขา ถ้าปราศจากความเสียสละจากการทุ่มเททำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ “โดยไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตลอดเวลาหลายเดือนโดยไม่มีเวลากลับไปพบหน้าครอบครัว ต้องทำงานหนักมากขึ้น และด้วยชั่วโมงการทำงานที่ยาวขึ้นอย่างไม่เคยทำกันมาก่อน” พวกเขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ โบร์ลา บอกว่าเขา “ครั่นคร้าม และสำนึกในบุญคุณของพวกเขาทุกคน” ที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จนี้

ประการที่สอง คือ การมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อเป้าประสงค์เหนือสิ่งอื่นใด (To put purpose first) โบร์ลา บอกว่าผลบวกด้านผลกระทบทางการเงินของบริษัทจากวัคซีนโควิด-19 เกิดขึ้นได้ “เพียงเพราะเราไม่เคยให้ความสำคัญกับผลตอบแทนทางการเงินเลย” (return on investment was never a consideration)

นี่คืออุดมการณ์ที่หลายคนอาจไม่เชื่อว่าจะเป็นจริงสำหรับธุรกิจยาข้ามชาติ

โบร์ลาบอกว่า “เราขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยอุดมการณ์เพื่อมนุษยชาติในหัวใจ” (We drove ahead with mission in mind.) และยังคงมั่นคงเช่นนั้น “แม้เราจะไม่ได้พัฒนาวัคซีนที่ทรงประสิทธิภาพอันน่าประทับใจ, กระจายออกไปอย่างรวดเร็วดังที่เราได้ทำ, และได้ผลตอบแทนจากสิ่งที่พวกเราลงทุนไป, การตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องจะยังคงมีค่าสำหรับผม, พนักงานของเรา, และบริษัทของเรา. ภาคเอกชนมีหน้าที่รับผิดชอบใน การช่วยแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของสังคม. ถ้าเราไม่ทำ พวกเราจะไม่มีอนาคต”

ประการที่สาม เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ระดับการมุ่งไปเหยียบดวงจันทร์ (moon-shot challenge) ที่เชื่อมโยงกับเป้าประสงค์ที่ถูกต้อง (right purpose) คือ พลังอันยิ่งใหญ่ (galvanizing)

โบร์ลา เปรียบเป้าหมายการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ให้ได้ภายในปี 2563 เสมอกับการที่อดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้เคยประกาศจะ “ส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์และกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยให้ได้ภายในหนึ่งทศวรรษ” โดยเคนเนดี้ประกาศเช่นนั้นในช่วงที่สหรัฐยังเป็นรองโซเวียตอยู่ “หลายขุม” เพราะโซเวียตสามารถส่งยาน สปุตนิคออกไปโคจรในอวกาศได้แล้ว และยังตามมาด้วยการส่งนางสุนัขไลก้าออกไปโคจรอบโลกได้สำเร็จ รวมทั้งยังส่ง ยูริ กาการิน เป็นมนุษย์อวกาศคนแรกที่ออกไปโคจรรอบโลก และกลับสู่โลกโดยปลอดภัย

ช่วงนั้น ยังเป็นสมัยประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ ปฏิกิริยาของไอเซนฮาวร์ คือ การมุ่งปกป้องสหรัฐจากสงครามนิวเคลียร์ ทำให้คนอเมริกันจำนวนมากไม่พอใจ เคนเนดี้ จึงประกาศเช่นนั้น และเป็นคำประกาศที่เชื่อว่าทำให้เคนเนดี้ชนะเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่ เป็นรองนิกสัน ผู้สมัครจากพรรคริพับลิกันอยู่มาก และต่อมา สหรัฐก็ส่งยาน อะพอลโล 11 นำมนุษย์อวกาศไปลงดวงจันทร์ได้สำเร็จ และกลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย ภายในเวลากำหนด 10 ปี ที่เคนเนดี้ประกาศไว้ โดยทำได้สำเร็จในสมัยที่ริชาร์ด นิกสัน เป็นประธานาธิบดี

การตั้งเป้าหมายเหมือนการไปพิชิตดวงจันทร์ จึงเป็นการตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่จนอาจจะ “ไกลเกินฝัน” แต่ก็สามารถบรรลุได้ จึงเป็นการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่ง และสร้างแรงขับเคลื่อนได้อย่างทรงพลังยิ่ง

ช่วงแรกที่โบร์ลา ประกาศเรื่องวัคซีนโควิด-19 เขาตั้งเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จในเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น และนักวิทยาศาสตร์ในบริษัทล้วนไม่เชื่อว่าจะทำได้ แต่พวกเขาก็ลงมือทำตาม และทำได้สำเร็จใกล้เป้าหมายที่กำหนดเช่นเดียวกับฝ่ายผลิต และขนส่ง ที่ต้องผลิตให้ได้มากตามเป้าหมาย และทำการขนส่งในอุณหภูมิระดับทวีปอาร์คติก พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่พวกเขาก็ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ (make the impossible possible).

ประการที่สี่ เมื่อตั้งเป้าหมายใหญ่มหึมา จะต้องทำให้พวกเขา “คิดนอกกล่อง” (out-of-the-box thinking) “ถ้าทำแบบเก่าจะไม่มีทางได้ผลอย่างใหม่” ช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2563 ทีมงานนำเสนอวิธีการต่างๆ แบบที่ 1, 2, 3 ซึ่งล้วนเป็นวิธีคิดแบบเก่าทั้งสิ้น โบร์ลาจึงพยายามค้นหาคำตอบถึงวิธีที่ 4, 5, 6 ซึ่งทีมงานก็ทำตาม สองสามเดือนหลังจากนั้น วิธีคิดนอกกล่องเช่นนี้ ก็กลายเป็น “อุปนิสัย” (habit) ของทุกคนในทีมงาน พวกเขาพากันระดมความคิด “นอกกล่อง” กันเอง

ประการที่ห้า เขากันนักวิทยาศาสตร์ให้หลุดพ้นจากความกังวัลเรื่องเงินและระบบราชการ คณะกรรมการบริหารของบริษัทเห็นพ้องกันว่า งานนี้มีความเสี่ยงสูง และความสำเร็จเป็นเรื่องสำคัญ จึงเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องเผชิญกับคลื่นลม นั่นคือ ไม่ต้องกังวลกับเป้าหมายทางการเงินที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2562 และไม่ต้องห่วงว่าจะต้องทำ “ผลกำไรต่อหุ้น” ให้ได้ตามเป้า และเพราะบริษัทตัดสินใจไม่รับเงินสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลสหรัฐและเยอรมนี จึงไม่ต้องมีการรายงานหรืออธิบายกับเจ้าของทุน คือ “หน่วยงานรัฐ” ผู้ให้ทุนในทั้ง 2 ประเทศ สิ่งที่ต้องยึดถือคือต้องทำตามหน่วยกำกับดูแล เช่น อย. เท่านั้น

ประการที่หก จะต้องร่วมมือกันทำงานอย่างแน่นแฟ้น (embrace cooperation) โดยที่งานนี้เป็นความร่วมมือกับไบโอเอ็นเทค ซึ่งตกลงร่วมงานกันด้วย “หนังสือแสดงเจตจำนง” (Letter of Intent) เท่านั้น ไม่มีสัญญาต่อกันจนกระทั่งปลายปี แต่ทั้งสองฝ่ายลงทุนและทำงานร่วมกันโดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับระหว่างกันตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เพราะทั้งสองบริษัทเคยร่วมงานกันมาก่อน ต่างรู้ดีว่าทั้งคู่มีมาตรฐานจริยธรรมที่สูง และต่างมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จให้ได้อย่างรวดเร็ว

นั่นคือบทเรียนความสำเร็จ 6 ประการ ทางฝั่งของอัลเบิร์ต โบร์ลา ซึ่งเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดของความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยและประสิทธิศักย์สูง สามารถขึ้นทะเบียนกับทางการของประเทศต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สามารถผลิตได้จำนวนมาก และนำไปฉีดให้แก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และย่อมเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” สำคัญที่จะพลิกสถานการณ์การระบาดใหญ่ทั่วโลกของโควิด-19 ในเวลาไม่ช้า

***************