
เปิดใจ "โทน บางแค" ยัน! ไม่หนีหนี้ แฉวิธีทวงสุดพิสดาร-หวั่นอำนาจมืด
ฟังความอีกด้าน! เปิดใจ "โทน บางแค" ยัน ไม่ได้หนีหนี้ แฉวิธีทวงสุดพิสดาร-หวั่นอำนาจมืด ย้ำ พร้อมพิสูจน์ความจริงตามกฎหมาย
8 พ.ค. 2569 นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง ได้เปิดใจกับสื่อในเครือกรณีกระแสข่าวความขัดแย้งเรื่องหนี้สินและการแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูง โดยระบุว่าสังคมกำลังเข้าใจผิดว่าตนหนีหนี้ ทั้งที่ความจริงมีการผ่อนชำระมาโดยตลอด
แจงปมหนี้ 120 ล้าน และวิธีทวงที่ผิดปกติ
โทน บางแค อธิบายว่าหนี้จำนวน 120 ล้านบาท มาจากการเช่าซื้อตึกพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี มีกำหนดผ่อนชำระ 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้จ่ายทั้งเงินสดและทรัพย์สิน รวมถึงโอนเงินงวดล่าสุด 550,000 บาทตามที่เป็นข่าว แต่จู่ๆ ฝ่ายเจ้าหนี้กลับเรียกร้องให้ชำระทั้งหมดทันที ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรมเหมือนการผ่อนบ้านที่อยู่ๆ ธนาคารสั่งให้ปิดยอดทั้งที่ยังไม่ครบสัญญา
นอกจากนี้ยังมีหนี้อีก 180 ล้านบาท ซึ่งใช้ทรัพย์สินค้ำประกันและมีกำหนดชำระในปี 2573 โดยตนมีเจตนาจะไถ่ถอนพระทุกองค์ที่รักคืนมา พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องการประเมินมูลค่าทรัพย์สินว่าผู้ประเมินมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่กรณี (มาดามเก่ง) ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใส
เปิดหน้าชนบิ๊กตำรวจ หวั่นอำนาจมืดและความไม่ปลอดภัย
สำหรับการแจ้งความเอาผิดนายตำรวจระดับสูง โทน บางแค ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องอำนาจมืด แต่ต้องออกมาปกป้องสิทธิ์เนื่องจากถูกกดดันอย่างหนักในห้องสอบสวนชั้น 27 โดยระบุว่าหากไม่ใช่เรื่องจริง ตนซึ่งเป็นเพียงพ่อค้าพระคงไม่กล้าเสี่ยงแจ้งความ
"ท่านบอกว่าไอ้คนตัวลายอย่างนี้ไม่มีค่าหรอก ผมอาจไม่มีค่าในสายตาท่าน แต่ผมมีค่ากับครอบครัว สังคมตราหน้าว่าผมโกงทั้งที่เรื่องยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ผมมีลูกที่ต้องดูแล จึงต้องออกมาสู้เพื่อความเป็นธรรม"
ย้อนความสัมพันธ์พี่-น้อง มาดามเก่ง "ถ้ารู้แบบนี้ไม่ทำธุรกิจด้วย"
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับคู่กรณี โทน บางแค เผยว่าหากย้อนเวลาได้ยังอยากรู้จักกันในฐานะพี่น้องเพราะอีกฝ่ายเป็นคนน่ารัก แต่จะไม่ขอทำธุรกิจด้วยเด็ดขาด และไม่อยากเชื่อว่่าระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียวหลังจากเพิ่งไปรับประทานข้าวด้วยกันที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เรื่องราวกลับพลิกผันจนกลายเป็นคดีความ
"วันนี้ ถามว่ารู้สึกยังไงรู้สึกโกรธไหม ผมก็ยังบอกนะว่า อาจจะมีบ้างในช่วงเวลาจะไปบอกว่าไม่โกรธเลยดูแสดงเกินไป ก็มีบ้างในช่วงเวลา แต่มันก็มีช่วงเวลาดีดี อย่างวันที่ 19 กุมภาพพันธ์ที่ผ่านมา ผมยังไปฝรั่งเศสไปนั่งทานข้าวอยู่ด้วยกันอยู่เลย ก็ยังถามคุยสารทุกข์สุขดิบ ผ่านมาเมษามาเดือนเดียว ไหงมันเป็นอย่างงี้ ผมก็ไม่รู้ไม่เข้าใจนะครับก็ก็อย่างที่บอกครับก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ”
นายโทน บางแค กล่าว
ทั้งนี้ โทน บางแค ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ กตร. เพื่อขอความเป็นธรรม และขอให้โอนย้ายคดีไปยังหน่วยงานที่เป็นกลาง เนื่องจากปัจจุบันติดขัดเรื่องความเป็นคู่ขัดแย้งในพื้นที่เดิม โดยยืนยันจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริงทั้งหมดต่อไป







