ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สวีเดนปัจจุบันมาจากสามัญชนชาวฝรั่งเศส (ตอนใกล้จบ)

วันที่ 25 ก.พ. 2564 เวลา 15:15 น.
ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สวีเดนปัจจุบันมาจากสามัญชนชาวฝรั่งเศส (ตอนใกล้จบ)
โดย...ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร

*************

ท่านผู้อ่านบางคนที่มีเพื่อนเป็นชาวสวีเดนบอกกับผมมาว่า เพื่อนชาวสวีดิชบางคนของเธอนั้นก็ไม่เคยพูดให้ฟังว่า ราชวงศ์เบอร์นาดอตต์ของสถาบันพระมหากษัตริย์สวีเดนปัจจุบันมีต้นกำเนิดมาจากฌอง แบบติส เบอร์นาดอตต์ (Jean Baptiste Bernadotte) นายทหารสามัญชนชาวฝรั่งเศสคนสนิทของนโปเลียน

                    สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ                          สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 14 โยฮัน 

ไม่ทราบว่า เพื่อนคนนั้นของเธอไม่รู้หรือเพียงแต่ไม่ได้พูดถึง ผมเองก็มีเพื่อนนักวิชาการที่เป็นชาวสวีดิช และผมก็ลืมถามเขาไปด้วย !

นายพลฌอง แบบติส เบอร์นาดอตต์ ได้รับเลือกเป็นมกุฎราชกุมารผู้สืบราชบัลลังก์ (heir-presumptive) ของสวีเดนอย่างไม่มีใครทั้งในและนอกสวีเดนคาดคิดมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอำนาจภายในประเทศอย่างคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เรียกว่า “คณะบุคคล ค.ศ. 1809” หรือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่เรียกว่า “the Gustavians” เพราะการเสนอชื่อเบอร์นาดอตต์ต่อรัฐสภาสวีเดนมาจากการริเริ่มและความเห็นส่วนตัวของนายพันโท บารอน (Otto Moerner)

นับว่าเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดทางการเมืองอย่างยิ่ง ที่เพียงความคิดความเห็นส่วนตัวของนายทหารและสมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนตัวเลือกที่น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือ Frederick VI พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก-นอร์เวย์ และเจ้าชาย Frederick Christian มาเป็น Bernadotte ที่มาจากสามัญชนและไม่ได้โยงใยเกี่ยวข้องกับสแกนดิเนเวียเลยอย่าง Frederick VI และ Frederick Christian

เหตุผลสำคัญที่รัฐสภาสวีเดนตัดสินใจเลือกเบอร์นาดอตต์คือ ต้องการผู้นำที่เข้มแข็งที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศให้อยู่ในความสงบได้ อีกทั้งต้องการหาผู้นำที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนโปเลียน แต่ก็คงไม่ต้องการให้สวีเดนตกอยู่ภายใต้ฝรั่งเศสด้วย

เมื่อเบอร์นาดอตต์เป็นมกุฎราชกุมารสวีเดน ได้ทรงเปลี่ยนพระนามมาเป็น Karl Johan อันเป็นชื่อในภาษาสวีดิชที่เป็นที่ยอมรับของผู้คนในสวีเดน และจากที่กล่าวไปในตอนก่อนๆว่า พระเจ้าคาร์ลที่สิบสามพระมหากษัตริย์สวีเดนขณะนั้นได้ทรงมอบหมายพระราชภารกิจเกือบทั้งหมดให้มกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ อันทำให้ในทางปฏิบัติ พระองค์ทรงทำหน้าที่ทั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และประมุขของรัฐเลยทีเดียว

ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1810 พระองค์ได้ทรงเสด็จเข้ากรุงสตอคโฮล์มและเข้าร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ และวันที่ 5 พฤศจิกายน พระองค์ทรงได้รับการปฏิญาณถวายสัตย์จากรัฐสภา และทรงใช้พระนามว่า Karl Johan และได้เปลี่ยนจากการนับถือศาสนคริสต์นิกายคาธอลิกมาเป็นลูเธอรันอันเป็นศาสนาของสถาบันพระมหากษัตริย์สวีเดน เพราะรัฐธรรมนูญสวีเดนกำหนดให้พระมหากษัตริย์ต้องนับถือลูเธอรัน

พระองค์ก็ได้เริ่มศักราชใหม่ของสวีเดนและได้แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ และเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะทำหน้าที่พระมหากษัตริย์แห่งสวีเดนเพื่อผลประโยชน์ของสวีเดน และจะด้วยความที่เคยไม่ลงรอยกับนโปเลียนหรือจะเป็นเพราะพระองค์มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พระองค์ทรงเล็งเห็นว่า อำนาจและอิทธิพลและยุคทองของนโปเลียนในยุโรปกำลังจะถึงกาลอวสาน

และจากความชราภาพของพระมหากษัตริย์คาร์ลที่สิบสามและความขัดแย้งในฝ่ายบริหารทำให้การบริหารราชการ โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายต่างประเทศจำเป็นต้องอยู่ในมือของมกุฎราชกุมาร และหัวใจสำคัญของนโยบายทั้งหมดของสวีเดนขณะนั้นคือ สวีเดนจะต้องได้นอร์เวย์มาเพื่อเป็นการชดเชยกับการที่สูญเสียฟินแลนด์ไป และที่สำคัญคือ จุดยืนของสวีเดนกับฝรั่งเศสภายใต้นโปเลียน

คนสวีเดนจำนวนมากคาดหวังให้มกุฎราชกุมารผู้ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พิชิตฟินแลนด์กลับคืนมาจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงตระหนักถึงความยุ่งยากหลายประการในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ อันได้แก่ สถานะทางการเงินของรัฐ และความลังเลของชาวฟินแลนด์ที่จะกลับมาอยู่กับสวีเดน พระองค์คิดว่าแม้ว่าจะได้ฟินแลนด์กลับมา แต่ก็จะทำให้สวีเดนกลับเข้าสู่วงจรความขัดแย้งใหม่กับเพื่อนบ้านที่ทรงอำนาจ เพราะไม่มีหลักประกันที่รัสเซียจะยอมเสียฟินแลนด์โดยไม่พยายามที่จะเอาคืน

ดังนั้น พระองค์จึงตัดสินใจที่จะตั้งสหภาพสแกนดิเนเวีย ที่จะทำให้ง่ายต่อการปกป้องตัวเองมากขึ้น โดยดึงนอร์เวย์ออกจากเดนมาร์กให้มาเข้ากับสวีเดน แต่ไม่รวมกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์และเกาะฟาโร (the Faroe Islands) พระองค์พยายามเบนความสนใจคนสวีเดนออกจากฟินแลนด์ไปสู่นอร์เวย์แทน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการทำให้คาบสมุทรสแกนดิเนเวียรวมกันเป็นปึกแผ่น โดยมีทะเลเป็นพรมแดนธรรมชาติ และเพื่อเริ่มต้นยุคแห่งสันติภาพ เพราะการทำสงครามกับรัสเซียจะนำมาซึ่งผลเสียร้ายแรง

หลังจากที่เบอร์นาดอตต์ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการฯ นโปเลียนได้บังคับให้เบอ์นาดอตต์ยอมรับระบบภาคพื้นทวีป (the Continental System) ที่นำโดยนโปเลียน และให้สวีเดนประกาศสงครามกับอังกฤษ มิฉะนั้นแล้ว สวีเดนจะต้องเผชิญกับมาตรการจากฝรั่งเศส เดนมาร์กและรัสเซีย ข้อเรียกร้องให้สวีเดนประกาศสงครามกับอังกฤษย่อมจะกระทบการค้าระหว่างสวีเดนกับอังกฤษ และย่อมจะส่งผลเสียต่อการทำมาหากินและการอุปโภคบริโภคของผู้คน

ภายใต้สถานการณ์อันยากลำบากนี้ เบอร์นาดอตต์ตัดสินใจประกาศสงครามกับอังกฤษ แต่ก็แอบมีการตกลงลับๆขึ้น โดยทั้งสองประเทศแค่ทำทีว่าทำสงครามกัน แต่ไม่ได้ทำจริงๆ และก็ยังแอบมีการค้าระหว่างกันอยู่อย่างปกติ

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1812 กองทัพฝรั่งเศสได้บุกไปยังพื้นที่พอมเมอเรเนีย (Pomerenia) และเกาะรูเกน (Rugen) ของสวีเดนทันที เหตุผลสำคัญคือ ก่อนฝรั่งเศสจะเคลื่อนทัพไปยังมอสโค นโปเลียนจะได้มั่นใจไม่ต้องระวังหลัง เพราะเขาไม่ไว้ใจสวีเดน และเพื่อจะทำการตัดไม้ข่มนามมกุฎราชกุมาร-ผู้สำเร็จราชการพระองค์ใหม่ของสวีเดน ซึ่งก็คือ เบอร์นาดอตต์ลูกน้องเก่าของเขาเอง เพราะในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เบอร์นาดอตต์ได้วางหมายกำหนดการเกี่ยวกับงานวันเกิดของพระองค์อยู่พอดีด้วย

การรุกรานสวีเดนของนโปเลียนส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเบอร์นาดอตต์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การกระทำของนโปเลียนถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และทำให้สาธารณชนในสวีเดนไม่พอใจอย่างยิ่ง ยิ่งกว่านั้น ยังได้ก่อให้เกิดการเป็นปฏิปักษ์ต่อราชสำนักสวีเดนจากพวกที่นิยมฝรั่งเศสในสวีเดน เพราะคนเหล่านี้สนับสนุนให้สวีเดนเป็นสาธารณรัฐอย่างฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้เบอร์นาดอตต์หรือ “Karl Johan” จึงตัดสินใจประกาศให้สวีเดนเป็นกลาง และรีบเปิดการเจรจากับอังกฤษและรัสเซียโดยทันที

                      คาร์ล โยฮัน (เบอร์นาดอตต์)                                               นโปเลียน

การที่เบอร์นาดอตต์ตัดสินใจกลับลำไม่ทำสงครามกับอังกฤษ ย่อมถือว่าเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับนโปเลียนที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาอย่างชัดเจน คำถามคือ กองทัพภายใต้การนำของเบอร์นาดอตต์หรือ “Karl Johan” ผู้สำเร็จราชการฯของสวีเดนจะสู้กองทัพนโปเลียนได้หรือ ? โปรดติดตามตอนต่อไป