ไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 16:38 น.
ไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

****************

การร่วมชุมนุมใหญ่ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 ที่คนกลุ่มหนึ่งวางแผนไว้ ก่อให้เกิดความกังวลและคำถามขึ้นมากมาย ทั้งจากฝ่ายที่ชุมนุม ฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายประชาชนทั่วไป แต่ละฝ่ายต่างก็มีปัญหาที่ต้องหาคำตอบให้ได้

ฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยตัดสินใจไม่ให้ใช้บริเวณมหาวิทยาลัยเป็นที่ชุมนุม ตามหตุผลที่ประกาศ ซึ่งรับฟังได้

ชาวธรรมศาสตร์เองก็มีความเห็นต่างกัน ซึ่งเป็นของธรรมดา มีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้านมติของฝ่ายบริหารในกลุ่มอาจารย์ ศิษย์เก่า ต่อการตัดสินใจของคณะผู้บริหารที่ไม่อนุญาตให้ผุ้ชุมนุมมาใช้บริเวณมหาวิทยาลัยเป็นที่ชุมนุม

แต่ละฝ่ายต่างก็มีทั้งอาจารย์และศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงในสังคมเป็นตัวแทน ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลในมุมมองของตนเอง ซึ่งเป็นที่รับฟังได้ แต่ก็ต้องฟังเหตุผลของฝ่ายบริหารซึ่งรับผิดชอบโดยตรง เพราะภาพการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เมื่อคืนวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ยังหลอนอยู่ ที่ยังไม่สามารถหาเหตุผลตอบสังคมให้เชื่อได้จนถึงขณะนี้

ว่าทำไมถึงปล่อยให้ผู้ชุมนุมใช้ธรรมศาสตร์เป็นเวทีวิจารณ์สถาบันกษัตริย์อย่างรุนแรง ทั้งภาพและเสียง ที่ไปไกลกว่าการ “ปฏิรูป” อย่าลืมว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในสถาบันกษัตริย์

ฝ่ายบริหารคงต้องขอกำลังตำรวจจำนวนมากในการคุมประตูเข้าออกมหาวิทยาลัยทุกด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้หากผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัย แต่ถ้าผู้ชุมนุมจะบุกเขาไปได้จริง ๆ ก็คงทำได้ เพราะตำรวจคงไม่กล้าทำรุนแรงกับนักศึกษา

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ คงไม่มีแค่นักศึกษา นักเรียน แต่ยังมีประชาชนที่สนใจมาร่วม มีข่าวว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรคใน กทม.และปริมณทล เตรียมระดมคนมาร่วมด้วย มีคนงานจากเครือข่ายสหพันธ์แรงงานเกี่ยวกับรถยนต์ คนเสื้อแดงบางกลุ่มในเขต กทม. รวมแล้วจำนวนหลายหมื่นคน เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ชุมนุมให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น

หากนักศึกษาไม่สามารถชุมนุมในมหาวิทยาลัยได้ นักศึกษาจะไปชุมนุมที่ไหน? ใกล้ธรรมศาสตร์ที่สุดก็คือ สนามหลวงทางทิศเหนือ? ซึ่งอาจเป็นการจัดการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ ส่วนการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้พร้อมทั้งเวที น้ำ ไฟ ทำได้ง่ายและเร็วโดยใช้เวทีเคลื่อนที่ หรือจะกลับมาใช้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งมีเวทีอยู่แล้ว มวลชนสามารถปิดถนนตั้งแต่ผ่านฟ้า สี่แยกคอกวัว หน้าวัดสุทัศน์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อยู่ใกล้ ๆ กัน เดินไปมาถึงกันได้สบาย แต่คนคงมุ่งไปท่ธรรมศาสตร์ก่อน

แน่นอน กลุ่มผู้ชุมนุมต้องมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊คไลฟ์ไปยังประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ใครที่มีโทรศัพท์มือถือไมว่าจะอยู่ที่ใดในโลก สามารถดูได้ การสั่งการผ่านแกนนำจะทำผ่านทวิตเตอร์

มีข่าวว่า จะเชิญเจ้าหน้าที่จากสถานทูตต่างประเทศมาร่วมด้วย ซึ่งสถานทูตควรรู้ดีว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะสหรัฐและชาติตะวันตก ซึ่งเวลานี้ก็ถูกคนไทยมองว่าเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทยอยู่แล้ว

มีการวางแผนที่จะเคลื่อนขบวนไปยัง บก.ทบ. ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยั่วยุให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงปราบปราม ซึ่งรัฐบาลก็รู้ดี คำถามคือ รัฐบาลจะทำอยางไร บางข่าวว่า รฐบาลจะไม่ยอมให้ข้ามะพานมัฆวานรังสรรค์ เพราะอยู่ในรัศมีของเขตพระราชฐาน และเขตทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในทางกฎหมายนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้ามีคนข้ามมา รัฐบาลจะทำอย่างไร

มีข่าวว่า ฝ่ายเสนาธิการของกลุ่มชุมนุมมีทั้งแผนจริง แผนลวง มีทั้งเปาหมายลวง เป้าหมายจริง และจะปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปตามสถานการณ์ แต่วัตถุประสงค์บั้นปลาย คือ ก่อความวุ่นวายจนไม่มีใครมาลงทุนในประเทศ เศรษฐกิจไม่ฟื้น คนไม่มีงานทำ ในที่สุด คนจะลุกฮือขึ้นมาขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ รัฐบาลน่าจะรู้ดีเพราะมีหน่วยข่าวกรองมากมาย แต่ที่ควรจะรู้ดีกว่านั้น คือ ใครสนับสนุนการเงินแก่ม็อบดังกล่าว เพราะเงินที่บริจาคมีน้อย จะเป็นคนเดียวกับที่สนับสนุนม็อบที่ธรรมศาสตร์รังสิต เมื่อ 10 สิงหาคม 2563 และที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อ 16 สิงหาคม 2563 หรือไม่อย่างไร รัฐบาลควรเปิดเผยให้ประชาชนทราบ

แล้วรัฐบาลปล่อยให้สถานการณ์ดำเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

เป็นที่เข้าใจได้ว่า นายกรัฐมนตรีพยายาม “ ประคับประคองสถานการณ์ “ เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดโควิด 19 ได้เป็นที่น่าพอใจ จากนี้ไป ประเทศจะเข้าโหมดการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่ส่วนหนึ่งต้องดึงนักลงทุนต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ถ้าบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย นักลงทุนต่างประเทศ นักท่องเที่ยวต่างประเทศก็ไม่อยากเข่ามา เพราะเขาไปลงทุนหรือท่องเที่ยวในประเทศอื่นที่มีความสงบเรียบร้อยไม่ดีกว่าหรือ

ฮ่องกงเป็นตัวอย่างสำคัญ ม็อบคนหนุ่มสาวในอ่องกงทำให้เศรษฐกิจของฮ่องกงพังอย่างไม่เป็นท่า ผลเสียก็ตกอยู่กับคนอ่องกงเองที่คนไม่อยากไปลงทุนในฮ่องกง เศรษฐกิจฟุบ คนฮ่องกงตกงาน ฯลฯ ในขณะที่แกนนำม็อบที่ถูกยุโดยชาติตะวันตกได้รับการอุปถัมภ์จากชาติตะวันตกไปศึกษาต่อและมีชีวิตที่ดีกว่าในสหรัฐและอังกฤษเวลานี้มีการสร้างกรแส “ม็อบชานม” ในฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และสิงคโปร์ แต่เป้าหมายอยู่ที่ไทยที่จะให้เกิดม็อบรัฐบาลประยุทธ์ ไม่ให้ใกล้ชิดกับจีนมากเกินไป ในขณะทีพรรคการเมือง นักการเมืองที่อยู่ข้างหลังม็อบก็ได้ประโยชน์ทางการเมือง

ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องเป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ นอกจากบริหารอารมณ์ของบรรดาม็อบต่าง ๆ ไม่ให้ก่อความวุ่นวายในประเทศแล้ว รัฐบาลต้องไม่ลืมบริหารอารมณ์ของประชาชนที่เคารพกฎหมาย ปฏิบีติตัวตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยด้วย

ไม่ใช่เอาใจและเกรงใจคนที่ชุมนุมประท้วง ในขณะที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนที่เคารพกฎหมายบ้านเมือง และต้องการเห็นบ้านเมืองสงบเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ อันจะเป็นประโยชน์กับคนไทยส่วนรวม

ไม่ใช่ทำให้คนที่เคารพกฎหมายเกิดความรู้สึกว่า เป็นฝ่ายเสียเปรียบในสังคม ในขณะที่คนที่ไม่เคารพกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย กลายเป็นผู้ได้เปรียบในสังคม

เวลานี้ คนที่สนับสนุนรัฐบาลบริหารประเทศต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชน เริ่มมึคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับม็อบวันที่ 19 กันยายน ว่า “รัฐบาลปล่อยให้ประเทศเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” “รัฐบาลปล่อยให้มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? “

รัฐบาลต้องสร้าง “ ความสมดุล” ระหว่างคนที่ละเมิดกฎหมายกับคนที่เคารพกฎหมาย นอกจาก “บริหารอารมณ์” ของม็อบแล้ว รัฐบาลต้องบริหารอารมณ์ของผู้สนับสนุนรัฐบาลด้วย อย่าถือว่ากลุ่มหลังเป็น “ของตาย”

บทความแนะนำ