posttoday

อินเดียวันนี้ (15)

01 มกราคม 2563

น.พ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...วิชัย โชควิวัฒน

********************************************

เมื่อเบอร์ลินแตกตอนปลายสงครามโลกครั้งที่สอง สหภาพโซเวียตเป็นประเทศแรกที่เข้ายึดเบอร์ลิน จึงมีโอกาสก่อนในการกวาดต้อนนักวิทยาศาสตร์ของเยอรมันกลับประเทศ แต่สหรัฐก็ตามติดเข้าไปยึดบางส่วนของเบอร์ลินในเวลาต่อมา และสามารถนำตัวนักวิทยาศาสตร์เยอรมันจำนวนหนึ่งกลับไปสหรัฐ บุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ เวอร์เนอร์ ฟอน บราวน์ ผู้คิดค้นสร้างจรวดถล่มลอนดอน และมีส่วนร่วมสำคัญในโครงการอวกาศสหรัฐในเวลาต่อมา

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น มีการแข่งขันในการสร้างแสนยานุภาพควบคู่กับการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทนี เบนน์ นักการเมืองคนสำคัญของอังกฤษ ทายาทของขุนนางชั้นไวส์เคานท์ ซึ่งเป็นขุนนางสืบตระกูลอันดับสี่ มีสิทธินั่งในสภาขุนนาง (House of Lords) แต่ได้สละสิทธิดังกล่าวและเลือกลงสู่การเลือกตั้งได้เป็น สส. ยาวนานถึง 47 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2493-2544 และเปลี่ยนชื่อจาก Anthony Wedgwood Benn ซึ่งเป็น “ชื่อศักดินา” เป็น Tony Benn ซึ่งเป็นชื่อสามัญชน ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. หลายสมัย เป็นบุคคลสำคัญในพรรคแรงงาน และเป็นรัฐมนตรีด้วย

บั้นปลายชีวิต โทนี เบนน์ เขียนเล่าไว้ใน “จดหมายถึงหลานๆ” (Letters to My Grandchildren) เล่าว่า “ตอนปู่ทำงานเป็นรัฐมนตรี ปู่ได้เดินทางไปที่เมืองเคียฟ (ขณะนั้นยังอยู่ในสหภาพโซเวียต) และได้พบกับวิศวกรไซเบอร์เนติกส์คนหนึ่งเป็นรัฐบัณฑิตแห่งสหภาพโซเวียตชื่อกรุชคอฟ เขาพูดกับปู่ว่า ‘ในช่วงไม่นานมานี้มีการปฏิวัติอันยิ่งใหญ่สามอย่างแล้ว ได้แก่ อาวุธนิวเคลียร์ซึ่งสร้างความหวาดกลัวแก่ทุกคน การสำรวจอวกาศซึ่งทำให้ทุกคนประหลาดใจ และการปฏิวัติสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย คือ การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง’”

โทนี เบนน์ เป็นรัฐนตรีในรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงานคือ ฮาโรลด์ วิลสัน และเจมส์ คัลลาแกน (Jams Callaghan) ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ช่วงที่โทนี่ เบนน์ ไปเยือนสหภาพโซเวียตนั้น เป็นช่วงหลังจากความสำเร็จยิ่งใหญ่ของสหภาพโซเวียตแล้ว

ความสำเร็จของสหภาพโซเวียตซึ่งทำให้โลกตื่นตะลึงก็คือ การส่งยานสปุตนิก 1 ออกไปโคจรรอบโลกในอวกาศ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2500 เพียง 10 ปีเศษหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง

ชื่อสปุตนิก (Sputnik) เป็นภาษารัสเซีย แปลว่า “ดาวเทียมพื้นฐาน” (Elementary Satellite) เป็นยานโลหะทรงกลมผิวมันขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 53 ซม. มีเสาอากาศวิทยุ 2 คู่รูปแส้ยื่นยาวออกทางด้านหลัง ความยาว 2.4 และ 2.7 เมตร สัญญาณวิทยุที่ส่งออกมามีความแรงมาก ทำให้แม้แต่นักวิทยุสมัครเล่นบนผืนโลกก็จับสัญญาณได้ โดยสัญญาณวิทยุที่ส่งมามีความยาวคลื่น 20.005 และ 40.000 เมกะเฮิร์ตซ์ ยานสปุตนิก 1 เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 29,000 กม./ ชม. จึงใช้เวลาราว 96.2 นาที ในการโคจรรอบโลก 1 รอบ คลื่นวิทยุสามารถส่งมายังโลกได้ 21 วัน จนแบตเตอรีหมด เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2500 ยานสปุตนิก 1 เคลื่อนต่ำลงจนเข้าสู่บรรยากาศของโลก และมอดไหม้ไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2501 หลังโคจรรอบโลก 1,440 รอบ เป็นเวลา 3 เดือน รวมระยะทางโคจรราว 70 ล้าน กม.

ยานสปุตนิก 1 ให้ข้อมูลทรงคุณค่ามากมายแก่วงการวิทยาศาสตร์ของโลก ความสำเร็จของยาน สปุตนิก 1 ก่อให้เกิด “วิกฤตสปุตนิกของชาวอเมริกัน” (American Sputnik Crisis) ทำให้เกิดการแข่งขันด้านอวกาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็น แต่เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่แห่งพัฒนาการทั้งทางการเมือง การทหาร เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์

ย้อนหลังไป เมื่อ พ.ศ. 2495 สภาสากลของสหภาพวิทยาศาสตร์ (International Council of Scientific Unions) ตัดสินใจประกาศให้ช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม 2500-31 ธันวาคม 2501 เป็นปีภูมิฟิสิกส์สากล (International Geophysical Year : IGY) โดยในเดือนตุลาคม 2497 สภาดังกล่าวได้มีมติให้ส่งดาวเทียมขึ้นไปสำรวจผิวโลกในปีภูมิฟิสิกส์สากล

ในเดือนกรกฎาคม 2498 ทำเนียบขาวในสมัยประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ได้ประกาศจะส่งดาวเทียมสู่อวกาศในปีภูมิฟิสิกส์สากล และได้เชิญชวนให้สถาบันวิจัยต่างๆ ของรัฐเสนอโครงการเพื่อเป้าหมายดังกล่าว ถึงเดือนกันยายน 2498 โครงการแวนการ์ด (Vanguard) ของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยของกองทัพเรือ (Naval Research Labaratory) ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของสหรัฐในเรื่องนี้

สหรัฐในเวลานั้นค่อนข้างมั่นใจว่า ตนเองนำหน้าโซเวียตในเรื่องนี้ เพราะมีข้อมูลจากการสืบราชการลับถึงความล้มเหลวหลายอย่างของสหภาพโซเวียต ซึ่งคณะโปลิตปุโรได้มีมติจะสร้างดาวเทียมในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2500 เพื่อ “ตัดหน้า” สหรัฐก่อนเริ่มปีภูมิฟิสิกส์สากลที่จะเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม 2500 แต่ประสบปัญหาโดยต่อเนื่อง

สหภาพโซเวียตเตรียมสร้างจรวด อาร์-7 ซึ่งจะมีพลังส่งสูงสุดในโลกเวลานั้น แต่หลายอย่างไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การทดสอบยิงจรวด อาร์-7 ครั้งแรก เมื่อ 15 พฤษภาคม 2500 ขึ้นไปได้แค่ 98 วินาที ก็ตกลงมา มีความพยายามต่อมาอีก 3 ครั้ง แต่ล้มเหลว มาสำเร็จในการทดสอบครั้งที่ 4 เมื่อ 21 สิงหาคม 2500 เวลา 15.25 น. เวลามอสโก ครั้งที่ 5 เมื่อ 7 กันยายน ก็สำเร็จ มีการปรับปรุงในรายละเอียดเพิ่มเติม ในที่สุดยาน สปุตนิก 1 ก็ถูกส่งจากฐานยิง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2500 เวลา 19.23.34 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช

ช่วงแก้ไขปรับปรุงจรวด โซเวียตปิดข่าวเงียบป้องกันข่าวรั่วไหล และเตรียมการประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ตัวยานสร้างเป็นโลหะผิวมัน ตั้งใจให้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ายามค่ำคืน และเสียงวิทยุที่รับฟังได้ชัดเจนทั่วโลก เสียงบี๊ปบี๊ป บาดหูและบาดใจชาวอเมริกันอย่างล้ำลึก

โครงการปฏิบัติการเฝ้ามองพระจันทร์ (Operation Moonwatch) มีทีมปฏิบัติการใน 150 สถานีทั่วสหรัฐและประเทศอื่นๆ เฝ้ามองยานสปุตนิกที่จะโคจรผ่านมายามฟ้าสางและยามสนธยา สหภาพโซเวียตเองเชิญชวนให้นักวิทยุทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นบันทึกสัญญาณจากยานสปุตนิก สำนักข่าวต่างๆ รายงานว่า “ใครที่มีวิทยุคลื่นสั้นสามารถรับฟังสัญญาณจากดาวเทียมของรัสเซียเมื่อโคจรผ่าน...” สันนิบาตถ่ายทอดวิทยุอเมริกัน (American Radio Relay League) บอกรายละเอียดว่า “ให้หมุนไปที่คลื่น 20 เมกะซัยเคิลตรง... จากนั้นหมุนไปที่ความถี่สูงขึ้นเล็กน้อย เสียงบี๊ปบี๊ปจากดาวเทียมจะได้ยินเมื่อยานโคจรรอบโลก”

คนอเมริกันทั้งประเทศยังไม่ทันหายตะลึง โซเวียตก็ส่งยานสปุตนิก 2 ออกไปอีกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2500 ไม่ทันครบเดือนหลังยานสปุตนิก 1

*************************************

ข่าวล่าสุด

MALEE เปิดตัวน้ำมะพร้าวมัทฉะ เสริมพอร์ต จับเทรนด์ Wellness มาแรง