มองการเมืองปี 2563

วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 14:40 น.
มองการเมืองปี 2563
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงศ์

**************************************

ถือว่าเป็นมุมมองหนึ่งของคนที่สนใจความมั่นคงของประเทศในแง่เสถียรภาพทางการเมือง ที่หลายคนตั้งคำถามคล้ายๆ กันว่า การเมืองปี 2563 จะเป็นอย่างไร รัฐบาลลุงตู่จะอยู่รอดหรือไม่ บ้านเมืองจะวุ่นวายแบบฮ่องกงหรือไม่ จะเกิดการนองเลือดแบบปี 2553 หรือไม่ เศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร จะเกิดข้าวยากหมากแพงหรือไม่อย่างไร ฯลฯ

คนไทยเวลานี้อยู่ท่ามกลางข่าวลือจากกองเชียร์รัฐบาลและกองเชียร์ฝ่ายค้าน กองเชียร์ฝ่ายรัฐบาลบอกว่า รัฐบาลชุดนี้คงสามารถก้าวพ้นอุปสรรคทางการเมืองและเศรษฐกิจไปได้ ในขณะที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “ลุงตู่” ของหลานๆ ได้ออกมายืนยันให้สบายใจว่า รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี แน่ๆ ไม่ต้องห่วง เสียงที่ว่าปริ่มน้ำจะท่วมจมูกอยู่แล้วนั้น นัยหนึ่งต้องการสื่อว่า เวลานี้ น้ำท่วมแค่หน้าอกเท่านั้นเอง หายใจได้สบาย เพียงแค่รอตกปลาจากข้องฝ่ายค้านมาใส่ข้องตัวเอง

ในขณะที่กองเชียร์ฝ่ายค้านก็แช่งชักหักกระดูกทุกวัน ให้รัฐบาลลุงตู่มีอันเป็นไป ตัวเองได้พยายามทุกทางแล้วแต่ลุงตู่ก็ไม่ยอมล้ม เหลืออย่างเดียวคือแช่งให้ลุงตู่สะดุดขาตัวเองล้มลง บนบานศาลกล่าวให้เศรษฐกิจประเทศย่ำแย่ รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว ประชาชนลุกฮือขึ้นมาล้มรัฐบาล ฯลฯ เหมือนกันฝันกลางวัน แต่ก็ดีอยู่เปล่าๆ

จะมีการปล่อยข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวปล่อย ผ่านสื่อออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง เพราะรู้ว่าคนไทยทุกรุ่นทุกอาชีพเสพข่าวโซเชียลกันมาก คนปล่อยคิดว่าหลอกให้คนเชื่อว่า รัฐบาลเลวได้เพียงครึ่งวันก็ยังดี โดยไม่สนใจว่าหากประชาชนจับได้ในภายหลัง อย่างน้อยก็ให้บ้านเมืองและคนไทยสับสนไว้ก่อน บางคนอ่านแล้วก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะปล่อยอะไรก็มีกองเชียร์กลุ่มหนึ่งที่พร้อมจะเชื่อไปก่อน เชื่ออย่างเดียวไม่พอ ยังแชร์ให้เพื่อนในกลุ่ม หรือพูดกับเพื่อนกองเชียร์ด้วยกันแบบปากสู่ปาก

ปี 2563 พรรคที่เป็นกองหน้าในการโจมตีขัดขาบิ๊กตู่ให้ล้มหรือซวนเซ เห็นจะมีสองพรรคหลักคือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งใครก็รู้ว่าเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของคนแดนไกล แม้แกนนำพรรคออกมาปฏิเสธคอเป็นเอ็นก็ตาม กับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งแสดงออกว่าเป็นตัวแทนของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่มาแรงแซงโค้งในการเลือกตั้งครั้งหลังสุดเมื่อปี 2562 สองพรรคนี้จับมือกันในการโค่นรัฐบาลลุงตู่ให้ได้

พรรคเพื่อไทยสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจไปแล้ว 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557 ที่ คสช. ยึดอำนาจ และมีท่าว่าจะเสียต่ออีก 4 ปี นอกจากนี้คดีความต่างๆ ก็งวดเข้ามาทุกทีที่นอกจากกระทบนายใหญ่นายหญิงและคนใกล้ชิดที่ติดคุกกันระนาว ใครหนีได้ก็หนีไป ใครหนีไม่ทันก็ติดคุก บรรดาลูกน้องใกล้ชิดรอเข้าคิวติดคุก เพราะทุ่มให้นายใหญ่นายหญิงจนสุดตัว ดังนั้นในปี 2563 พรรคนี้ต้องพยายามอย่างยิ่งต่อเนื่องที่จะบ่อนทำลายและล้มรัฐบาลลุงตู่ให้ได้

พรรคอนาคตใหม่ของคนหนุ่มสาวที่คลั่งกับ “สมการจัดสรรอำนาจ” ที่ต้องการบายพาสอำนาจลงไปสู่ประชาชนโดยตรง และประกาศจะทำให้เจตนารมณ์การปฏิวัติปี 2475 ให้สำเร็จจงได้ ที่รัฐบาลลุงตู่จะเผชิญกับการเคลื่อนไหวทั้งในสภาและนอกสภา ทั้งแนวทางสันติและการปลุกระดมมวลชนเคลื่อนไหวบนถนน ในปี 2563 พรรคนี้จะจุดประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นความสำคัญอันดับแรกเพื่อลดอำนาจทหาร โดยเฉพาะการแก้ไขบทเฉพาะกาลเพื่อไม่ให้สมาชิกวุฒิสภามีส่วนในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี

วัตถุประสงค์คือเอาทหารออกจากการเมืองให้ได้ แต่เป้าหมายเร่งด่วนเฉพาะหน้าคือเอา พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีให้ได้ก่อน ถ้าออกได้ก่อนสี่ปียิ่งดี แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องแก้ไขบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้วุฒิสมาชิกมีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป (เพราะ ส.ว. มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปีที่ยังสามารถอยู่เลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไปได้อีก)

สิ่งที่ต้องทำพร้อมกันในการพิจารณางบประมาณปี 2563 คือ “ลดงบประมาณกองทัพให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเฉพาะการซื้ออาวุธ เพื่อไม่ให้ทหารมีพลังต่อรองทางการเมือง และต้องเอาทหารออกจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้”

เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องลับหรือปกปิดแต่อย่างใด พรรคเปิดเผยต่อประชาชนมาตลอดเวลา แม้แต่นายโจชัว หว่อง แกนนำผู้ประท้วงในฮ่องกงยังรู้ดี

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ถึงกับประกาศในทำนองให้คนเข้าใจว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสันติไม่ได้ จำเป็นต้องแก้ด้วยเลือดก็จำเป็นต้องทำ

นอกจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเผชิญกับความพยายามล้มหรือก่อกวนรัฐบาลจากสองพรรคฝ่ายค้านหลักในปี 2563 แล้ว ยังต้องหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่จะเผชิญในปี 2562 ด้วย โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมายังโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการอีอีซี การขายสินค้าและบริการมากขึ้นเพื่อเอาเงินเข้าประเทศมากขึ้น การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน แนวโน้มภัยแล้งและน้ำท่วมที่จะกระทบต่อประชาชนในภาคเกษตร ฯลฯ

ในขณะที่ฝ่ายค้านทั้งไม่เอาลุงตู่ก็แช่งให้ทำไม่สำเร็จ ล้มเหลว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนรากหญ้า ซ้ำยังยุแยงว่ารัฐบาลช่วยแต่คนรวย ไม่สนใจคนจนเพื่อสร้างประเด็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้น ฯลฯ

สรุปได้ว่า ในปี 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จะเจอกับแรงแช่ง การบั่นทอนกำลังใจ การขัดขาทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกัน ก็ต้องพยายามรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมือง เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาและแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

ปี 2563 จะเป็นอีกปีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเผชิญกับปัญหาในประเทศและปัญหาเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางเสียงเชียร์จากทั้งฝ่ายสนับสนุนและสียงแช่งจากฝ่ายต่อต้าน

ทั้งหมดไม่ใช่ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เสรีนิยมหรือ อนุรักษ์นิยม แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์กลุ่มโดยตรง สำหรับนักการเมืองคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่มีชีวิตอยู่บนทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค อินสตราแกรม ไลน์ ฯลฯ ท่องจำตำราต่างประเทศ ที่มองระบบปัจจุบันว่าล้าหลัง และต้องการเปลี่ยนแปลงแบบหักด้ามพล้าด้วยเข่า หรือ การปฏิวัติ และพร้อมที่จะพาสาวกลงถนน ส่วนพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมคงเข็ดเขี้ยวกับการพาคนไปตายในถนนแล้วในขณะที่คนหนุ่มสาวบางคนยังไม่รู้ว่า “นรก” เป็นอย่างไร

ปี 2563 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเจอปัญหาปวดหัว แต่เชื่อว่า บิ๊กตู่จะสามารถนำรัฐนาวาผ่านคลื่นลมไปได้แม้เรือจะโคลงเคลงไปบ้างก็ตาม ที่สำคัญ อย่าให้คนในเรือเจาะเรือให้รั่วก็แล้วกัน เพราะหากเรือล่ม คนในเรือทุกคนจะตายหมด เราขอให้กำลังใจบิ๊กตู่นำรัฐนาวาประเทศไทยฝ่ามรสุมปี 2563 ไปด้วยดี แม้จะโคลงเคลงไปบ้างก็ตาม

ถ้าจะถามประชาชนอย่างเราท่านทั้งหลายซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ชาติบ้านเมืองมีเวลาฟื้นตัวและพัฒนา อันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนคนไทยทุกคนทั้งฝ่ายกองเชียร์และฝ่ายต่อต้าน