กามิกาเซ่ในสนามเลือกตั้ง (อีกครั้งหนึ่ง)

วันที่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 10:30 น.
กามิกาเซ่ในสนามเลือกตั้ง (อีกครั้งหนึ่ง)
โดย...ไชยันต์ ไชยพร

********************************

บทความเรื่อง “กามิกาเซ่ในสนามเลือกตั้ง” ตีพิมพ์ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจในเดือนมีนาคม 2562 https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/646736 จากบทความเก่านี้ ผู้เขียนจะผสมกับที่จะเสริมไปใหม่และชี้ให้เห็นว่า ระบบเลือกตั้งใหม่ทำให้มีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะแม้ว่าผู้สมัครจะไม่ชนะในเขตเลือกตั้ง แต่คะแนนที่ตนได้รับจะส่งผลต่อการได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคของตน

อาจมีคนสงสัยว่า ผู้สมัครบางคนดูท่าแล้วไม่มีทางที่จะชนะในเขตเลือกตั้งแน่ๆ แล้วทำไมถึงมีน้ำใจเสียสละพลีชีพให้สมาชิกร่วมพรรคในบัญชีรายชื่อได้ขนาดนั้น คำตอบคือ พรรคการเมืองจะมีกลุ่มย่อยในพรรค และในกลุ่มย่อยนี้ก็จะมีหัวหน้ากลุ่มอยู่ หัวหน้ากลุ่มนี้จะเป็นคนไปหาคนมาลงเลือกตั้งตามเขตต่างๆ ถ้าหาคนมาลงได้มาก ถึงแม้จะไม่ชนะ แต่คะแนนเสียงในแต่ละเขตที่ได้ก็จะเอามานับรวมกันว่าเป็นแต้มที่หัวหน้าทำได้จากการส่งคนในเครือข่ายของตนในเขตต่างๆ

เมื่อเอามานับรวมแล้ว หัวหน้ากลุ่มใดได้คะแนนรวมจากเขตต่างๆที่ตนส่งคนลงมากน้อยก็จะมีพลังต่อรองในการหาตำแหน่งแห่งที่ให้กับตนและคนของตนที่แพ้เลือกตั้งในเขต พูดง่ายๆก็คือ หน่วยกามิกาเซไม่ได้ลงไปตายเปล่าๆ แต่มีรางวี่รางวัลตอบแทนแน่นอน ขณะเดียวกัน สำหรับผู้สมัครที่เป็นโรนินไร้สังกัดกลุ่มก๊วนในพรรค แม้ว่าไม่ชนะ แต่ถ้ามาเป็นที่ต้นๆ กวาดคะแนนมาไม่น้อย คะแนนนั้นก็จะถูกมาคำนวณนับรวมกับคะแนนของผู้สมัครที่แพ้แต่ก็ได้คะแนนในเขตอื่นๆ และมาจัดอันดับการมีพลังในการส่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อแค่ไหน ก็จะได้รางวัลตอบแทนด้วยเช่นกัน

ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ยากที่จะหาคนมาเป็นกามิกาเซพลีชีพเพื่ออุดมการณ์เปล่าๆปลี้ๆ อาจจะมี แต่ก็คงหายากเต็มที่ เพราะในการหาเสียง ก็ต้องลงแรง มีค่าใช้จ่าย พวกที่ยอมเป็นกามิกาเซ่ แต่ไม่ตายเปล่า แต่รอรางวัลหลังเลือกตั้งนี้ ขอเรียกว่า กามิกาเซ่แบบเย็นที่ว่าเย็น ก็เพราะต้องรอหลังเลือกตั้ง ให้บรรยากาศมันคลี่คลาย ประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้วดูว่า พรรคได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลหรือได้ร่วมรัฐบาลหรือเปล่า

ผู้เขียนได้กล่าวไว้ก่อนเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 แล้วว่า ในสนามเลือกตั้งจะมีพวกกามิกาเซ่สดหรือกามิกาเซ่ร้อน ที่ว่าสดก็คือ ไม่ต้องรอนาน ได้ตอบแทนค่าลงเลือกตั้งกันสดๆเร็วๆเลย

พวกกามิกาเซ่สดหรือร้อนนี้ ไม่ได้หวังตำแหน่งแห่งที่หรือหน้าตาเกียรติยศในภายภาคหน้าแต่อย่างใด แต่ชอบที่จะทำตัวเป็นทหารเลวนิรนาม คือ รู้ๆอยู่ว่า ลงไปก็ไม่ชนะ อาจจะได้คะแนนไม่ถึงอันดับที่สอง แต่อย่างน้อยก็อาจมาที่สามหรือที่สี่ กามิกาเซ่นี้จะรับผลตอบแทนไปเลย ดีไม่ได้ รับตั้งแต่วันลงสมัครกับ กกต. แล้วด้วยซ้ำ พวกนี้เป็นพวกเดนตาย หรือที่พี่น้องอีสานจะเรียกกามิกาเซ่พวกนี้ว่า กามิกาเซ่โสถิ่ม

แต่ถ้าตามข่าวการเมือง จะพบว่า ยังไม่ทันจะมีเลือกตั้ง ผู้สมัครกามิกาเซ่ในบางพรรคก็เกิดการทวงค่าใช้จ่ายกันแล้ว ดังที่มีข่าวออกมาพาดหัวตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ว่า “ผู้สมัคร ส.ส.ร้อง พรรคการเมืองลอยแพเบี้ยวค่าใช้จ่ายหาเสียง หนี้ท่วม หวั่นถูกฟ้อง/ แพร่ - เลือกตั้ง ส.ส.เขตโวย พรรคการเมืองขนาดเล็กขนาดกลางเบี้ยวค่าใช้จ่ายหาเสียง ผู้สมัคร ส.ส.บางรายสั่งป้ายแต่ไม่มีเงินไปจ่ายค่าเครื่องเสียง ค่ารถ ค่าน้ำมัน เป็นสัญญาจ้าง หวั่นถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย เตรียมเอาป้ายหาเสียงไปเผาไฟ คลุมเล้าไก่”

พรรคการเมืองที่เป็นพรรคเก่าหรือเป็นพรรคใหม่ที่มีผู้สมัครหน้าเก่าที่มีฐานเสียงหัวคะแนนอยู่ในพื้นที่ ก็มักจะมีตัวผู้สมัครที่ไม่เข้าข่ายกามิกาเซ่ที่กล่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกามิกาเซ่ร้อน-เย็น-โสถิ่ม เพราะเขามี “ตัว” กันอยู่พอสมควร แต่ในบางเขตเลือกตั้งก็อาจจะมีกามิกาเซ่ลงบ้าง แต่รวมๆไม่มาก เพราะลำพังชื่อชั้นผู้สมัครและแบรนด์ พรรคก็เพียงพอที่จะทำให้แฟนคลับลงคะแนนให้อย่างเหนียวแน่น ตัวอย่างได้แก่ พรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน ที่ดูจะเหมือนกับประชาธิปัตย์ในภาคใต้สมัยก่อนที่แฟนคลับภักดีกับยี่ห้อพรรค

แต่คราวนี้ ยี่ห้อประชาธิปัตย์กลับไม่ขลังในภาคใต้เหมือนสมัยก่อน เหตุเพราะมวลชนใต้ปันใจไปให้พลังประชารัฐหรือรวมพลังประชาชาติไทย ส่วนพรรคเพื่อไทยชนะเขตเป็นจำนวนมากจนหมดโควต้าเอาคะแนนที่ไม่ชนะเขตมาคำนวณส่งผู้สมัครบัญชีรายชื่อเข้าสภา ซึ่งในบรรดา ส.ส. เขตทั้งหมดของเพื่อไทย ก็มีกามิกาเซ่ปะปนเข้าสภาไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมากนัก เพราะเป็นส่วนน้อย ก็อยู่เงียบๆไป

แต่ที่พลิกล็อกจนแกนนำที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเพื่อไทยหมดสิทธิ์เข้าสภา ก็เพราะการแตกแบงค์หรือแตกตัวเพื่อไทยเดิมออกเป็นพรรคอีกสองสามพรรคมันเกิดปัญหาว่า มีบางพรรคถูกยุบไป เพราะดังที่สื่อฯได้วิเคราะห์ว่า “พรรคเพื่อไทย ที่เปรียบเสมือน ‘พรรคแม่’ ส่งผู้สมัครเพียง ลงเพียง 250 เขต จาก 350 เขต เพื่อเปิดทางให้พรรคไทยรักษาชาติลงไปเก็บที่นั่งและคะแนนเสียงในพื้นที่นั้นแทน เท่ากับว่าทำให้เพื่อไทยหมดโอกาสที่จะได้ ส.ส. เขตถึง 100 เขต”

ส่วนพรรคเกิดใหม่ที่หวังจะให้ผู้สมัครบัญชีรายชื่อได้เข้าสภาจากอานิสงส์ของระบบเลือกตั้งใหม่จะต้องการ “กามิกาเซ่” เพราะใจจริงไม่ได้คาดหวังจะชนะเขต แต่หวังเอาคะแนนของผู้สมัครที่แพ้ในเขตมาคำนวณแล้วดันให้แกนนำในบัญชีรายชื่อของพรรคเข้าสภา ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะตกลงสัญญาใจกันทั้งสองฝ่ายระหว่างแกนนำนายทุนพรรคกับบรรดาผู้สมัครกามิกาเซ่เรียบร้อยแล้วว่า ที่ส่งลงก็เพราะเพื่อหวังคะแนนแต่ไม่หวังชนะ สูตรนี้ส่งผลให้มีพรรคเล็กและที่เล็กลงไปถึงขนาดจิ๋วที่ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อหนึ่งหรือสองสามคนจนถึงเจ็ดแปดคนเข้าสภา

แต่ในบรรดาพรรคใหม่ก็มีพลิกล็อกที่ดันชนะ ส.ส. เขตมากแบบไม่คาดฝัน จากที่เคยหวังเพียงห้าหรือไม่เกินสิบของบัญชีรายชื่อกลับกลายเป็นพรรคที่มี ส.ส. บัญชีรายชื่อมากที่สุดในสภาเพราะได้ถึง 50 ที่นั่ง จากที่ชนะในเขตถึง 31 เขต ทั้งๆที่อาจหวังชนะเพียงไม่กี่เขต ก็แปลว่า นอกจากชนะเขตแล้ว คะแนนในเขตที่ไม่ชนะก็มากเกินความคาดหมายด้วยมิฉะนั้นตัวเลขบัญชีรายชื่อจะมาเต็งหนึ่งขนาดนั้น

ในตอนท้ายของบทความเก่า ผู้เขียนทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้ากามิกาเซ่โสถิ่มเกิดชนะเลือกตั้งขึ้นมาหละก็ ก็ต้องบอกว่า ปาฏิหาริย์มีจริง ! แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน เพราะบางทีอาจจะไม่ใช่ปาฏิหาริย์ เพราะผู้คนเขาอาจ “รักหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ” สุดขีดจนหลับหูหลับตายอมลงคะแนนให้กามิกาเซ่โสถิ่มอย่างถล่มทลาย และหัวหน้าพรรคก็จะกลุ้มใจเมื่อพวกนี้ได้เข้าสภา เพราะจะเรียกร้องรางวัลอีกสารพัดมากมาย หรือถ้าไม่ใช่เหตุผลที่กล่าวไป ก็คงต้องบอกว่า ถ้ากามิกาเซ่โสถิ่มชนะ ก็เป็นเพราะพี่น้องประชาชนที่ลงคะแนนให้นั้นแสนจะน่าร๊ากกกน่าเอ็นดู ประชาธิปไตยจง (หรือคง) เจริญ (หละนะ) !”

หลังผลเลือกตั้งออก ส.ส. เข้าสภามาจนถึงบัดนี้ ปรากฏการณ์ของอนาคตใหม่ขณะนี้น่าจะเข้าข่าย “ผู้คนรักหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ สุดขีดจนหลับหูหลับตายอมลงคะแนนให้กามิกาเซ่โสถิ่มอย่างถล่มทลาย และหัวหน้าพรรคก็กลุ้มใจเมื่อพวกนี้ได้เข้าสภา เพราะจะเรียกร้องรางวัลอีกสารพัดมากมาย” หรือเป็นเพราะพี่น้องประชาชนลงคะแนนด้วยความศรัทธาในตัวผู้สมัครเขต” ?

ถ้าฟันธงว่าเป็นเพราะหัวหน้าพรรคเป็นขวัญใจแม่ยก-แม่เหล็กตัวใหญ่ ดังนั้น จึงไม่ต้องแคร์กามิกาเซ่โสถิ่มที่เรียกร้องมากเกินตัว ก็ถือว่าพรรคให้ความสำคัญกับ เอกบุคคลผู้เป็นหัวหน้ามาก แต่ปัญหาที่จะตามมาก็คือ ในการเลือกตั้งคราวหน้า พรรคนี้จะจัดระบบหาคนมาลงสมัครรับเลือกตั้งครบ 350 เขตเหมือนที่ผ่านมา และจะไม่ต้องเจอปัญหากามิกาเซ่เรียกร้องได้อย่างไร ? อีกทั้งคนดีๆที่จะมาแทนที่กามิกาเซ่ที่ลาออกจากพรรคไปคราวนี้ เขาหรือเธอจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เมื่อถึงเวลา จะถิ่มเขา/เธอไปดื้อๆเพราะความสำคัญอยู่ที่หัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคบางคน

แต่ถ้าตอบสนองข้อเรียกร้องของกามิกาเซ่โสถิ่มที่เริ่มงอแง เพื่อรักษาน้ำใจ พรรคจะต้องลงเอย “ใจถึง พึ่งได้” และมีท่อน้ำเลี้ยงพอสมควรหรือไม่ก็ต้องปันตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส. หรือผู้ชำนาญการให้กับกามิกาเซ่ที่ไม่สามารถช่วยอะไร ส.ส. หรือชำนาญการอะไรจริงๆ พรรคก็จะลงเอยเหมือนพรรคเก่าๆแต่ปางก่อน !

ชีวิตคนเรา บางครั้งได้อะไรมาดีๆอย่างผิดคาดก็กลับกลายเป็นทุกขลาภได้ (ปรับปรุงมาจากงานวิจัยเรื่อง “ความเป็นสถาบันของพรรคการเมืองกับการพัฒนาประชาธิปไตย:ศึกษากรณีพรรคการเมืองไทยภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560โดย ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า สนับสนุนทุนวิจัยโดยสถาบันพระปกเกล้า)