'วัคซีนทิพย์'สื่อสารคนละทิศ ชาวบ้านมึน

วันที่ 22 พ.ค. 2564 เวลา 18:52 น.
'วัคซีนทิพย์'สื่อสารคนละทิศ ชาวบ้านมึน
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

*****************

นายกรัฐมนตรีประกาศ “วาระแห่งชาติ” เรื่องการฉีดวัคซีนให้ถึงเป้าหมาย 50 ล้านคนในสิ้นปีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แต่เป้าหมายที่ต้องการเร่งเครื่องการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด นอกจากยังมีปัญหาท้าทาย ประสิทธิภาพการกระจายวัคซีนถึงประชาชน ยังมีปมความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลที่ชิงบทบาทการแก้ปัญหา การให้ข่าวของภาครัฐนโยบายการฉีดวัคซีนไม่ตรงกัน เป็นคนละทิศทาง

ในสถานการณ์วิกฤต รัฐบาลสื่อสารนโยบายกลับคำไปมา ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น เช่น การ walk in เข้าฉีดวัคซีน ทีมนายกฯบอกไม่ใช่ walk in แต่เป็น On-site Registration ลงทะเบียนจอง ณ จุดบริการ ถ้ามีวัคซีนพอก็จะฉีด ถ้าไม่พอก็นัดหมายล่วงหน้า

ก่อนหน้านี้เกิดประเด็นสับสนหลายเรื่องแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ให้ประชาชนลงทะเบียนจองวัคซีนที่เปิดมาวันแรก 1 พ.ค. ก็ไม่มีความพร้อม การชี้แจงข่าวความปลอดภัยในการฉีดวัคซีน หลังเกิดกรณีอาการไม่พึงประสงค์หลายราย จนคนไม่เชื่อมั่นจะฉีดหรือไม่ การรับเรื่องร้องทุกข์ของผู้ป่วยจำนวนมากทั้งการจัดหาโรงพยาบาลไม่ทันการณ์ สายด่วนร้องเรียนมีน้อย เป็นภาวะตื่นตระหนก ชุลมุน หลังการระบาดระลอกสามที่รุนแรง

“วัคซีนโควิด” เป็นทางออกของหลายประเทศ เช่นเดียวกับ ไทยที่กำลังจะได้มาล็อตใหญ่และเริ่มการฉีดปูพรมทั่วประเทศในวันที่ 7 มิ.ย.เดือนละ 10 ล้านโดส แต่วันนี้ กลายเป็น ประเด็น “วัคซีนการเมือง” เป็นความขัดแย้งเพื่อนำผลงานการกระจายวัคซีนไปหาเสียงในอนาคต ถ้าฉีดสำเร็จตามเป้า เป็นชัยชนะทางการเมือง ดูเหมือนจะเป็นทางรอดสุดท้ายของพล.อ.ประยุทธ์ ในสถานการณ์ที่ถูกมรสุมรุมไล่กระหน่ำ

2-3 เดือนจากนี้ หรือในเดือน ก.ค.- ส.ค จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า รัฐบาลจะเดินหน้าตามเป้าสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในกทม.พื้นที่ระบาดหลักของประเทศ ได้หรือไม่ ถ้าได้ ยอดผู้ป่วยระดับประเทศจะลดลง รัฐบาลก็ลดแรงกดดันลงเช่นกัน

แต่ไม่เฉพาะในพรรคร่วมรัฐบาลเองที่ขัดแย้ง สำหรับ กทม.ที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้ทำช่องทางกระจายวัคซีนของกทม.เอง โดยให้ลงทะเบียนผ่านเว็บของกทม.และร้านสะดวกซื้อ โดยบอกว่า ระบบ กทม.เป็นทางเลือกหลัก ไม่เกี่ยวกับ “หมอพร้อม” ของส่วนกลาง แต่ก็ดูทับซ้อน สื่อสารกันจนคนงง ฃ

หลายคนมองว่า พล.ต.อ.อัศวิน ออกมาแข็งขัน สร้างระบบการฉีดวัคซีน กทม.เอง เพราะเตรียมหาเสียงไว้ชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม.ปีหน้า อีกช่องทางยังมีของ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จากพรรคพลังประชารัฐ กระจายการฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 9 ล้านคน เริ่มในเดือนหน้า

ทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ดูดี มีหลายคิวแต่กระจัดกระจายจนสับสน ตอนนี้ทีมรัฐบาล ทุกหน่วย ปูพรมให้ประชาชนรีบจองๆๆ มาฉีดวัคซีน แต่วัคซีนจริงยังไม่พร้อม มีแต่ “วัคซีนทิพย์” ให้ชาวบ้านไปก่อน สภาพที่เกิดขึ้นทั้งการให้ข่าวสะท้อน ความไม่เป็นเอกภาพ ใครคิดอะไรออกก็ให้ข่าวทันที ถ้าไม่ตรงค่อยมาแก้ภายหลัง ช่องทางกระจายวัคซีนที่เปลี่ยนแบบวันต่อวันทำให้ชาวบ้านมึนงง

ที่ต้องโฟกัส เพราะดราม่าหนัก คือ ความไม่พอใจภายในรัฐบาลเอง พรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงสาธารณสุข ออกมาถล่มพล.อ.ประยุทธ์ แบบไม่ไว้หน้า หลังจาก นายกฯ ล้มแนวคิด “walk in” ให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาฉีดวัคซีนได้ในต้นเดือน มิ.ย. ตามข้อเสนอของอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่ให้อธิบดีกรมควบคุมโรคออกมาแถลงครึกโครม ตอนนั้นผู้คนตั้งคำถามทับซ้อนกับ “หมอพร้อม” หรือไม่

“บิ๊กตู่” เห็นว่า ระบบ walk in จะทำให้เกิดความอลหม่าน ประชาชนจะแห่ไปยังจุดต่างๆ และหากไม่ได้ฉีดวันนั้น อาจเลยเถิดไม่พอใจรัฐบาลว่า บริหารจัดการไม่ดี

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ไม่พอใจอย่างรุนแรง ภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคออกมาโพสต์ แม้ไม่ระบุชื่อแต่ก็รู้ว่า ตำหนินายกฯ ว่า ถ้าใช้ระบบหมอพร้อมเป็นช่องทางเดียวในการฉีดวัคซีน ชาติหน้า ก็แก้ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ทิฐิ เก่งแต่ลมปาก ดื้อรั้น เป็นตัวถ่วงเรื่องฉีดวัคซีน เป็นการตัดสินใจที่มั่วแย่มาก

กระทั่งบานปลายกลายเป็นศึกองครักษ์กระทบกันสองพรรค ลูกพรรคพลังประชารัฐออกมาเรียงหน้าด่ากลับ และเชื่อว่า นายอนุทินให้ท้ายโฆษกพรรคออกมาพูด เพราะการล้มแนวคิด ทำให้ “เสี่ยหนู” เสียหน้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกก่อนหน้านี้ลูกพรรคภูมิใจไทย ศุภชัย ใจสมุทร ก็ออกมาโพสต์ไม่พอใจนายก หลังจาก “บิ๊กตู่” รวบอำนาจตั้งตนเป็นประธานศูนย์แก้โควิดในกทม.และปริมณฑล ไม่ให้ รมว.สาธารณสุข เข้ามามีบทบาท โดยเห็นว่า วิธีของนายกฯ ที่ใช้ฝ่ายความมั่นคงนำ เป็นการแก้ปัญหาโควิดที่ผิดมหันต์

ก่อนหน้านี้ สส.พรรคพลังประชารัฐ สิระ เจนจาคะ ก็ไม่พอใจเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม โดยระบุว่า จะเรียกมาสอบในกรรมาธิการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายออกไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อแล้วติดโควิดกลับมา ช่วงลงมติแก้ไขรธน.ทั้งฉบับ ลูกพรรคภูมิใจไทยก็เปิดศึกด่าพรรคพลังประชารัฐกลางสภาว่า เล่นละครตบประชาชนเรื่องแก้ไขรธน. เพราะสุดท้ายก็ไม่ยอมแก้

ความขัดแย้งขบเหลี่ยมของสองพรรคครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และยังจะเกิดขึ้นไปอีก ภูมิใจไทย พรรคขนาดกลางที่เนื้อหอมสุดๆ ตอนนี้กลายเป็นคู่แข่งพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทุกแต้มในการทำงาน คือ การเก็บคะแนนหาเสียง

พรรคภูมิใจไทยมีทุกยุทธปัจจัย ดูด สส.พรรคอนาคตใหม่เข้าร่วมมาแล้วนับสิบ ยังมีดีล สส.ฝ่ายค้าน รัฐบาล ให้ย้ายชายคาอีกไม่น้อย คาดว่า ถ้าสภาพคนเบื่อการเมืองสองขั้วมากเท่าไร “ไม่เอาลุง”และ “โทนี่” ก็อาจเทคะแนนไปให้ภูมิใจไทยจนเป็นพรรคขั้วกลางได้จัดตั้งรัฐบาล ดันเสี่ยหนู เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งครั้งหน้า ความจริงรอบนี้ “เสี่ยหนู” มีชื่อเป็นแคนดิเดทนายกฯ ตามระบบและถูกรบเร้าให้มาเป็นตัวเลือกแทน พล.อ.ประยุทธ์ หลายครั้งในช่วงที่มีการเสนอรัฐบาลปรองดอง แต่เจ้าตัวยกธง ไม่พร้อม

สำหรับ 3.ป. โดย “บิ๊กตู่” ยังยืนโดดเด่นในรัฐบาล ขอเวลาไม่นานมา 7 ปี ยังไม่มีทีท่าจะออกจากอำนาจง่ายๆ จะถูกไล่ เกิดกระแสเบื่อมากแค่ไหน ก็ขออยู่ในอำนาจต่อไป

สงครามโควิด ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ชนะด้วยวัคซีน กระจายสำเร็จตามเป้า ลูกพรรคพลังประชารัฐ จะพากันอวยชัยตีปี๊บ“บิ๊กตู่” พาประเทศกลับมาพลิกฟื้น ยังจะใช้ผลงานนี้มาเป็นกำแพงปกป้องปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจากม็อบสามนิ้วที่ยังไม่จบ และปมการแก้ไขรธน. ที่ยืดเยื้ออยู่

แต่ถ้าแพ้จากสงครามโควิด อนุทิน ในฐานะรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ก็ร่วมเป็นจำเลยสังเวยปัญหาโควิด ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวถูกแคมเปญในโลกออนไลน์ออกมาไล่ให้พ้นจากตำแหน่งแล้วเพราะล้มเหลวในการรับมือระดับระลอกสาม แม้จะเชื่อว่า มีฝ่ายการเมืองหนุนหลังมาเขย่าเก้าอี้

วาระแห่งชาติที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศ ฉีดวัคซีนให้ถึงเส้นชัย ควรกลับมาย้อนดูทีมไทยแลนด์ของรัฐบาลเอง ทำอย่างไรให้เกิด เอกภาพในการทำงาน ไม่ใช่หาทำงานคนละทิศละทาง คนที่ไม่พร้อม น่าจะเป็น รัฐบาลมากกว่า ประชาชน

ในภาวะที่ประชาชนขวัญเสีย ตกงาน เงินหายจากวิกฤตโควิด ผู้คนอยากเห็นนโยบายที่ชัดเจน รวดเร็ว มาตรการตรงจุด จัดหาวัคซีนและกระบวนการฉีดให้พร้อมจริงๆ เพื่อให้ประเทศกลับมาปกติ ค้าขายได้เหมือนเดิม ภาวะประเทศวิกฤตเยี่ยงนี้ คนในรัฐบาลควรเลิกเล่นเกม หาแต้มชิงอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชน

*********************