posttoday

4 ก.พ.ศึกชิงเบอร์ ยกแรกชี้ชะตาเลือกตั้ง

04 กุมภาพันธ์ 2562

เรื่องเบอร์ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่เกื้อหนุนเอื้ออำนวยให้การหาเสียงและลงคะแนนสะดวกมากขึ้น

เรื่องเบอร์ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่เกื้อหนุนเอื้ออำนวยให้การหาเสียงและลงคะแนนสะดวกมากขึ้น

*******************************

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เปิดฉากการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการกับการเปิดรับสมัคร สส.​ทั่วประเทศวันที่ 4-8 ก.พ.นี้ ที่คาดกันว่าแต่ละพรรคต่างต้องรีบไปจองคิวยังหน่วยรับสมัครทั่วประเทศเพื่อช่วงชิงเบอร์เลือกตั้ง ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งในระบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งบัตรเดียวชี้ขาดทั้งระบบเขตและนำคะแนนมาคำนวณสัดส่วนหาจำนวนที่นั่งในระบบบัญชีรายชื่อ

ความสำคัญของ “เบอร์เลือกตั้ง” ในการเลือกตั้งรอบนี้ จนอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะชี้ขาดการเลือกตั้งได้ไม่มากก็น้อย เพราะระบบเลือกตั้งใหม่ผู้สมัครในระบบเขตจะได้เบอร์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละเขตทั่วประเทศ ต่างจากในอดีตที่เป็นเบอร์เดียวกันทำให้ง่ายต่อการหาเสียง ตลอดจนง่ายต่อการลงคะแนนของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ยิ่งในสถานการณ์ที่ระบบเลือกตั้งรอบนี้เอื้อให้พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก ลงสมัครและลุ้นเก้าอี้ได้ง่ายขึ้นกว่าระบบที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เพราะแม้จะแพ้เลือกตั้งในระบบเขต คะแนนที่แพ้ก็ยังจะถูกนำมาคำนวณเป็นจำนวนเก้าอี้ในระบบสัดส่วน​ ดังนั้นเลือกตั้งรอบนี้จึงเห็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กเกิดขึ้นจำนวนมากเรื่อยไป

ไปจนถึงขั้นเกิดปรากฏการณ์พรรคขนาดใหญ่ใช้ยุทธศาสตร์แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย เพื่อแก้เกมสูตรคำนวณหาสัดส่วน สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่ว่ากันว่าหากพรรคใหญ่ได้จำนวนเก้าอี้ สส.เขตจำนวนมากแล้ว หากคะแนนที่ชนะไม่ทิ้งห่างคู่แข่งมากพออาจทำให้เมื่อนำมาคำนวณสัดส่วน สส.บัญชีรายชื่อแล้วอาจได้จำนวนเก้าอี้ลดน้อยลงกว่าในอดีต

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้จำนวนพรรคที่คาดกว่าลงสมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตนั้นอาจมีมากกว่า 10 พรรคในหลายพื้นที่ ซึ่งในแง่หนึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะจะมีตัวเลือกให้ประชาชนทั่วไปได้ตัดสินใจเลือกคนที่เหมาะสมหรือสังกัดพรรคที่มีแนวนโยบายตรงกับความต้องการของตัวเองได้ มากกว่านในอดีตที่มีตัวเลือกจำกัดอยู่ที่พรรคการเมืองไม่กี่พรรค

แต่ขณะเดียวกันเมื่อตัวเลือกที่เพิ่มมากขึ้นก็อาจทำให้เกิดความยุ่งยากหรือต้องใช้ความตั้งใจมากเป็นพิเศษในการลงคะแนน ​กับตัวเลือกที่มีหลายสิบพรรคในบัตรเลือกตั้งหนึ่งบัตร และที่สำคัญในแต่ละพื้นที่เบอร์เลือกตั้งของแต่ละพรรคก็จะแตกต่างกันไป ทำให้ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งนั้นๆ ต้องเลือกดูเองว่าผู้สมัครที่ตนเองจะเลือกนั้นเป็นใคร อยู่พรรคไหน และเบอร์อะไร

ต่างจากในอดีตที่มีบัตรเลือกตั้ง สส.ระบบบัญชีรายชื่อแยกออกมาต่างหาก และเบอร์ทั่วประเทศของแต่ละพรรคจะเป็นเบอร์เดียวกัน ซึ่งง่ายต่อทั้งพรรคการเมืองที่จะหาเสียงและง่ายต่อประชาชนที่จะมาลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงและประชาชนห่างหายการเลือกตั้งมานานหลายปี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

แม้แต่การเลือกตั้งรอบที่แล้วซึ่งแต่ละพรรคการเมืองยังต้องไปรอก่อนเปิดรับสมัครเพื่อจับสลากตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยลุ้นให้พรรคตัวเองได้เบอร์เลือกตั้งที่ดีและง่ายต่อการจดจำและสะดวกต่อการลงคะแนนของประชาชน อันจะป้องกันความสับสนหรือทำให้การลงคะแนนไม่ผิดเพี้ยนไปจนเกิดบัตรเสียได้

โดยเฉพาะกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในระบบเลือกตั้งใหม่และการประชาสัมพันธ์ที่มีเวลาจำกัดอาจทำให้ประชาชนหลายคนยังไม่รู้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้อง รวมไปถึงกลุ่มประชาชนผู้สูงอายุที่อาจมีอุปสรรคตรงปัญหาสายตาที่ต้องมาเพ่งหาเบอร์และโลโก้พรรคการเมืองที่ต้องการเลือก​ในวันที่มีพรรคใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก

จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากจำนวนผู้มีสิทธิกว่า 51 ล้านคน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่กว่า 6.4 ล้านคน คืออยู่ระหว่างอายุ 18-24 ปี และอายุ 25-45 ปี 20 ล้านคนเศษ ส่วนกลุ่มที่มีอายุ 46-60 ปี มีจำนวน 14 ล้าคนเศษ และอายุ 61 ปีขึ้นไปมีประมาณ 10 ล้านคนเศษ ​

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละพรรคจะต้องการให้พรรคตัวเองได้เบอร์ที่เอื้อต่อการลงคะแนน โดยเฉพาะเบอร์​ประเภทเป็นเลขตัวเดียวที่ง่ายต่อการนำไปใช้หาเสียงและง่ายสำหรับการที่ประชาชนจะเลือกลงคะแนนได้ไม่ยาก ซึ่งที่ผ่านมาในระบบเดิมที่ใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ แต่ละพรรคจะต้องไปรอก่อนเวลาเปิดทำการ เพื่อจองคิวจับสลากในสถานที่รับสมัครของกรุงเทพมหานครท่ามกลางกองเชียร์ที่คอยลุ้น

รอบนี้บรรยากาศเดียวกันนี้ จะเกิดขึ้นในแต่ละเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เพราะผู้สมัครแต่ละพรรคต่างก็ต้องไปจองคิวเพื่อจับสลากด้วยความหวังว่าจะได้เบอร์ที่ดีที่เอื้อต่อการ​ลงคะแนน อันจะหมายถึงทั้งคะแนนในระบบเขตและระบบสัดส่วนในบัตรเดียวที่จะทำให้ยิ่งมีความหมาย

สุดท้ายไม่ว่าจะพรรคใหญ่ พรรคเล็ก พรรคเก่า หรือพรรคใหม่ ต่างต้องการที่จะได้เบอร์เลือกตั้ง​ง่ายสำหรับการลงคะแนน แน่นอนว่าเรื่องเบอร์นี้อาจไม่ถึงขั้นเป็นปัจจัยที่จะชี้เป็นชี้ตายต่อการแพ้ชนะเลือกตั้ง เพราะปัจจัยที่สำคัญยังคงเป็นเรื่องคุณสมบัติของตัวผู้สมัคร พรรคที่สังกัด แนวนโยบาย ไปจนถึงประวัติผลการทำงานในอดีตตลอดจนบรรยากาศและฐานคะแนนในพื้นที่

แต่เรื่องเบอร์จะเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่เกื้อหนุนเอื้ออำนวยให้การหาเสียงและลงคะแนนสะดวกมากขึ้นแถมยังป้องกันความสับสนผิดพลาดในขั้นตอนการลงคะแนนได้บ้าง​และท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดทุกปัจจัยย่อมมีผลต่อการเลือกตั้งไม่มากก็น้อย

ข่าวล่าสุด

เสียชีวิตพุ่ง! 12 ราย “พิพัฒน์” สั่ง ตรวจสอบด่วน! เหตุ เครนก่อสร้าง หล่นทับรถไฟ