posttoday

บิ๊กตู่สวมหมวกพปชร. ศึกหนักรอบด้าน

01 กุมภาพันธ์ 2562

ท่ามกลางสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน อาจทำให้โอกาสของเต็งหนึ่งอย่างพล.อ.ประยุทธ์ เกิดอาการสั่นไหวอยู่พอสมควรได้เหมือนกัน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์        

เป็นไปตามคาดเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับการเสนอจากพรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งในรายชื่อว่าที่นายกฯ ของพรรค ร่วมกับ "อุตตม สาวนายน"หัวหน้าพรรค และ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯมติของที่ประชุมพรรคไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐก็แสดงท่าทีสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ได้มีตัวเลือกที่เหมาะสมมากนักในสถานการณ์แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการลงเรือลำเดียวกัน

"เพราะมีความรู้ความสามารถที่จะบริหารนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ เป็นบุคคลที่ประชาชนชื่นชอบ มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และการทำงานที่ผ่านมามีจริยธรรม ถือเป็นคุณสมบัติหลักในการพิจารณา" เหตุผลในการเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จากสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค

ทว่ามีท่าทีออกมาจากบิ๊กตู่ในการสงวนท่าทีต่อเทียบเชิญของพรรคพลังประชารัฐพอสมควร แต่ถึงอย่างไรเสียที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็น่าจะตกปากรับตามคำเชิญของพรรคพลังประชารัฐ

"วันนี้ยังไม่มีการทาบทามมา ที่พรรคเสนอชื่อตนนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา" เขาเชิญผมมาเมื่อไหร่ ก็มีเวลาไปถึงวันที่ 8 ก.พ. เขาเชิญผมมาเมื่อไหร่ผมก็รับและยินดี ขอบคุณนะ แต่ยังไม่รับ ขอบคุณที่เชิญ" พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.

เมื่อดูจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าจะบอกว่าเป็นการแสดงบทบาทนักการเมืองในเบื้องต้นก็คงไม่แปลกนัก เพราะอยู่ๆ ดีไปรับปากพรรคพลังประชารัฐทันที แน่นอนว่าก็อาจมีกระแสและประเด็นดราม่าการเมืองเกิดขึ้นได้ สู้เล่นบทแบ่งรับแบ่งสู้น่าจะดีกว่า อย่างน้อยก็ลดกระแสความหมั่นไส้จากฝ่ายตรงข้ามได้บ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเต็งหนึ่งในตำแหน่งเก้าอี้นายกฯ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยเหตุผลหลายประการ

เหตุผลหลักที่ทำให้กระแสความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงแรงได้อย่างต่อเนื่อง คงหนีไม่พ้นเรื่องการควบคุมความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ อันเป็นจุดแข็งที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีมากกว่านายกฯ คนใดในอดีต

นายกฯ ฝ่ายพลเรือนที่ทำหน้าที่กุมบังเหียนบริหารประเทศหลายคนที่ผ่านมา มีจุดอ่อนในเรื่องนี้มากหรือน้อยแตกต่างกันมาตลอด จนประชาชนจำนวนไม่น้อยเกิดอาการแขยงกับการชุมนุมทางการเมืองเป็นเวลาร่วม 10 ปี แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาทำงานพบว่าทุกอย่างกลับสู่ความสงบทันที

ด้านหนึ่งอาจมีบางฝ่ายมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ คุมสถานการณ์ได้เพราะมีมาตรา 44 นั้นอาจเป็นเหตุผลที่ถูกต้องประการหนึ่ง แต่ด้วยความที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีบารมีและความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกองทัพแล้ว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ช่วยค้ำจุนให้รัฐบาลยังยืนหยัดอยู่ได้ถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน อาจทำให้โอกาสของเต็งหนึ่งอย่างพล.อ.ประยุทธ์ เกิดอาการสั่นไหวอยู่พอสมควรได้เหมือนกัน

หนักที่สุดเห็นจะเป็นปัญหาการจัดการแก้ไขฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในขณะนี้ สถานการณ์นี้นับวันมีแต่จะแย่ลงและเข้าสู่สภาวะวิกฤตก่อให้เกิดผลกระทบอย่างจริงจัง

แม้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาแก้ไขอย่างเข้มแข็ง แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ส่งผลให้แรงกดดันและเสียงวิจารณ์พุ่งมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นการสื่อสารระหว่าง นายกฯ กับประชาชนที่เป็นปัญหามาตลอดก็ยังคงเรื้อรังอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการเตรียมออกมาตรการ บางประการซึ่งเป็นการกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของส่วนบุคคลเข้าอย่างจัง เช่น การห้ามใช้รถดีเซลที่สร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือการห้ามนั่งแท็กซี่คนเดียว เป็นต้น จนเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์เกิดขึ้นหนาหูพอสมควร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นประกอบกับท่าทีทางการเมืองที่แสดงออกมา จะทำให้ดูเหมือนว่าพรรคพลังประชารัฐกับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีอะไรที่มีความสัมพันธ์สื่อถึงกันเท่าใดนัก แต่ในทางปฏิบัติย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งพรรคพลังประชารัฐและ พล.อ.ประยุทธ์ ต่างลงเรือลำเดียวกันแล้ว

ถ้าผลงาน พล.อ.ประยุทธ์ ดีจริงและเข้าเป้า พรรคพลังประชารัฐจะพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นเรือลำเดียวก็น่าจะล่ม และผู้โดยสารย่อมต้องจมน้ำไปพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความกดดันทางการเมืองในรูปแบบนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่พรรคพลังประชารัฐดีดลูกคิดมาแล้วว่าต้องเกิดขึ้น แต่ยังไม่อาจประเมินได้ว่าจะมีระดับรุนแรงขนาดไหน ซึ่งน่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญอยู่อย่างแน่นอน

ดังนั้นการเดินหน้าของพรรคพลังประชารัฐจึงเดินมาถึงจุดแยกสำคัญว่าจะใช้ทีเด็ดอะไรมาสู้กับพรรคการเมืองคู่แข่งในสนามเลือกตั้งเปื้อนฝุ่นขณะนี้

ครั้นจะใช้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นจุดขายหลักของพรรค ย่อมตกเป็นเป้าโจมตีและถูกขยายแผลจากการทำงานที่มีปัญหาในบางประเด็น ซึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องค่าฝุ่นละออง

หรือจะหาเสียงแบบเลี่ยงๆ ด้วยการไม่ขาย พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อหลบกระแสต้าน แต่ในมุมของนักเลือกตั้งที่ต้องลงสนามจริงอาจจะไม่ชอบมากนัก เพราะการขายแต่นโยบายยังอาจจับต้องไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับการขายที่ตัวคน

ที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นทางเลือกไหนก็ล้วนหนักเอาการแทบทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

เสียชีวิตพุ่ง! 12 ราย “พิพัฒน์” สั่ง ตรวจสอบด่วน! เหตุ เครนก่อสร้าง หล่นทับรถไฟ