เปิดเบื้องหลังดีลรวมพลังประชาชาติไทย ตัดสัมพันธ์ คสช.ดึงทุกสีร่วมปรองดอง

  • วันที่ 25 พ.ค. 2561 เวลา 10:07 น.

เปิดเบื้องหลังดีลรวมพลังประชาชาติไทย ตัดสัมพันธ์ คสช.ดึงทุกสีร่วมปรองดอง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กระแสความเคลื่อนไหวเตรียมก่อตั้ง “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” กลายเป็นอีกปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกับการทาบทาม เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มารับหน้าที่หัวหน้าพรรค ด้วยเป้าหมายปรองดองดึงฝักฝ่ายคู่ขัดแย้งต่างๆ มาร่วมเป็นกำลังสำคัญ 

หากย้อนดูประวัติที่ผ่านมาจะเห็นว่า ศ.พิเศษ เอนก ถือเป็นอีกบุคคลที่คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่สมัยเป็นนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ​จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ในป่าประมาณ 4 ปี

หลังจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้กลับมาเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตย เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างชนบทและคนในเมืองที่ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกับการเมืองที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ​​

ทางการเมือง อาจารย์เอนกได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ จนต่อมาได้ลาออกมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมหาชนตามคำชักชวนของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ​แต่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคหลังการเลือกตั้ง 2548 สุดท้ายมาร่วมกับ ​​ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ คือ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และออกจากถนนการเมืองในปีต่อมา

ทว่าภายหลังรัฐประหาร อาจารย์เอนกได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และตำแหน่งประธานคณะกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ 

จากจุดแข็งเรื่องการทำงานด้านการปรองดองมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาจารย์เอนกถูกทาบทามให้มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองหลายๆ พรรคในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่พรรคพลังประชารัฐที่มีภารกิจสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย แต่ก็ได้ตอบปฏิเสธไป

การปฏิเสธคำชักชวนของแต่ละพรรคที่เข้ามาทาบทามนั้น เพราะไม่ต้องการให้บรรยากาศการเมืองกลับมาขัดแย้งอีกครั้ง โดยเฉพาะภายหลัง คสช.ตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง อันจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาทำลายเส้นทางปรองดองที่พยายามดำเนินการมาตลอดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับฝั่ง กปปส. ที่เคยต่อสายทาบทามอาจารย์เอนกมานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นเดียวกัน เพราะเจ้าตัวต้องการเปิดพื้นที่พรรคการเมืองที่ดึงคนจากทุกฝ่าย ทุกสีเสื้อ มาร่วมเป็นกำลังขับเคลื่อน อันจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างแท้จริง

สะท้อนผ่านข้อความที่อาจารย์เอนกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ยังไม่มีใครตั้ง ไม่มีใครทาบทามเป็นหัวหน้าพรรค และตนก็ไม่ได้ตั้งตนเองเป็นหัวหน้าพรรคใหม่

“หากมีนักการเมืองใหญ่ นายทุนพรรค หรือผู้มีบารมีคนเดียว หรือไม่กี่คนมาตั้งตนขอไม่เป็น และสุเทพก็ไม่ได้มาทาบทามตนเป็นหัวหน้า และถ้ามาทาบทามก็ไม่ขอรับ เพราะเบื่อหน่ายการตั้งพรรค และการทำการเมืองแบบเก่าๆ ออกกลิ่นน้ำเน่าแบบนั้น” 

ที่สำคัญพรรคนี้จะไม่เริ่มจากประเด็นว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งหรือไม่ รวมถึงพรรคนี้ไม่ใช่ กปปส.อย่างแน่นอน

อาจารย์เอนก อธิบายว่า หลายเดือนที่ผ่านมา มีคณะผู้ก่อตั้งพรรคหลายร้อยคนรวมตัวกันอย่างเงียบๆ ตนก็เข้าร่วมได้ประสานงาน ระดมปัญญากัน ซึ่งเรามีเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะร่วมสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ที่เป็นสถาบันแห่งความดีงาม พรรคนี้จะเป็นหลักชัยให้บ้านเมือง จะไม่ปล่อยให้พรรคต้องถูกผูกขาดหรือตกเป็นของเจ้าของพรรคหรือของผู้นำพรรคเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว

สอดรับกับการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของ กปปส.เดิมที่ตั้งใจจะไปจัดตั้งพรรคและขับเคลื่อนในนาม กปปส. มาเป็นการเดินหน้าในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย อันจะช่วยลดแรงเสียดทาน เช่นเดียวกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ลดโทนลงมาว่าไม่ได้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย แต่สนับสนุนการปฏิรูป

ล่าสุด สุเทพ ชี้แจงว่า ​พรรครวมพลังประชาชาติไทยไม่ใช่พรรคของตนเอง เป็นพรรคของประชาชนที่มีเจตจำนงในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งถ้ามีประชาชนที่มีอุดมการณ์รวมตัวกันทำพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการเมืองของประเทศ และมีอุดมการณ์ตรงกับตนก็ยินดีที่จะไปช่วย โดยจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่มีตำแหน่งบริหารในพรรคการเมือง รวมทั้งหากพรรคการเมืองดังกล่าวไปร่วมรัฐบาลก็ไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล เพราะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง 

ที่สำคัญ อาจารย์เอนกออกมาชี้แจงล่าสุดว่า ตนเองเป็นเพียงผู้ก่อตั้งพรรค ขอให้รออีก 3 เดือน ก็จะให้สมาชิกพรรคทั้งหมดดำเนินการคัดเลือกหัวหน้าพรรค หากที่ประชุมมีมติเลือกตนก็พร้อมรับตำแหน่งนี้ 

“หลังจากที่ คสช.อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินการประชุมได้ ผมจะร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ได้ด้วยพรรคและนักการเมืองแบบใหม่ ประเทศจะกลับไปเป็นการเมืองอย่างเดิมอีกไม่ได้ และจะเดินหน้าผลักดันเรื่องความปรองดองให้สำเร็จด้วย เพราะถือเป็นโปรเจกต์สุดท้ายของชีวิต ผมจะสร้างพรรคคุณภาพของสมาชิกและประชาชน“ อาจารย์เอนก กล่าว

ด้านความคืบหน้าล่าสุด พรรครวมพลังประชาชาติไทยเตรียมมอบหมายให้ ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความของสุเทพ ​เป็นผู้ไปจดแจ้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 25 พ.ค. เวลา 08.00-09.00 น.

ข่าวอื่นๆ