posttoday

สนช.ยืดเลือกตั้ง เปิดทางกองหนุน-ทหารลงสนาม

23 มกราคม 2561

ณ เวลานี้ไม่มีความเคลื่อนไหวไหนจะร้อนแรงเท่ากับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในสนช.หลังลงมือผ่าตัดดัดแปลงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ในส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ณ เวลานี้ไม่มีความเคลื่อนไหวไหนจะร้อนแรงเท่ากับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายหลังลงมือผ่าตัดดัดแปลงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ในส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญ

หัวใจสำคัญที่ว่านั้นอยู่ที่มาตรา 2 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญของ สนช.แก้ไขใหม่ว่า "พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป" จากเดิมที่ให้กฎหมายมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา

เป็นบทบัญญัติที่มีเนื้อหาไม่มาก แต่สะเทือนประเทศไทยทั้งประเทศ

ถ้าพิจารณากันตามหลักแล้วเป็นเรื่องของการกำหนดระยะเวลาว่าจะให้กฎหมายที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษานั้นมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ ซึ่งรูปแบบของการจัดทำกฎหมายของไทยก็ได้กำหนดระยะเวลาดังกล่าวไว้หลายรูปแบบ เช่น ให้มีผลทันทีที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หรือให้มีผลในวันถัดไป หรือแม้แต่การกำหนดระยะเวลาให้นานกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็น 120 วัน หรือ 180 วัน เป็นต้น

การไม่กำหนดให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีส่วนใหญ่จะปรากฏให้เห็นตามกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เช่น กฎหมายภาษี กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนหรือหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องได้มีเวลาปรับตัวให้สอดคล้องกับกติกาที่ออกมาใหม่ เพราะหากกำหนดให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีโดยไม่ทอดระยะเวลาให้นานออกไปในระดับหนึ่ง ย่อมมีผล กระทบต่อหลายฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กรณีของกฎหมายเลือกตั้ง สส. "ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน" สมาชิก สนช.และโฆษกคณะ กมธ.วิสามัญฯ อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้ต้องมีการแก้ไขมาตรา 2 ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ที่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งได้กำหนดให้พรรคการเมืองเริ่มดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2561

"สมมติว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มีผลในวันรุ่งขึ้นหลังจากประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา และผ่านไปสองเดือนยังไม่ได้ให้พรรคการเมืองประชุมพรรค พรรคการเมืองจะเหลือเวลา 90 วันซึ่งคุณสมบัติของผู้สมัครเลือกตั้ง จะต้องสังกัดพรรคการเมือง 90 วัน จะมีปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทันที ยังไม่นับเรื่องของเวลาในการทำไพรมารีโหวต คณะ กมธ.วิสามัญฯ จึงเห็นต้องมีระยะเวลาช่วงหนึ่ง คือ 90 วัน" เหตุผลสำคัญที่โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญฯ ได้อธิบาย

สนช.ในฐานะองค์กรผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติย่อมมีอำนาจแก้ไขเนื้อหาในร่างกฎหมายได้ ซึ่งแน่นอนว่าการแก้ไขมาตรา 2 ออกมาในลักษณะนี้ย่อมไม่มีปัญหาความชอบธรรมในทางกฎหมายแต่อย่างใด เพียงแต่จะนำมาซึ่งปัญหาความชอบธรรมที่สะเทือนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มักจะบอกเสมอว่าจะคืนอำนาจให้กับประชาชนด้วยการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศว่าในเดือน มิ.ย. 2561 จะบอกแก่คนไทยทั้งประเทศ ให้รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่เท่าไรของปี 2561 แต่มาถึงชั่วโมงต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก 90 วันอย่างไม่ต้องสงสัย

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 กำหนดให้ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับมีผลบังคับใช้โดยเมื่อนำระยะเวลาที่นายกฯ ประกาศไว้มาพิจารณาประกอบกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ทำให้มีหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. 2561

แต่หาก สนช.แก้ไขให้กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เท่ากับว่า การนับวันเลือกตั้งอยู่ภายใต้สมการ "90+150 = วันเลือกตั้ง" จากเดิมเป็นแค่เพียง "150 = วันเลือกตั้ง"

การเลื่อนตั้งที่ออกไปย่อมมี ผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าอย่างจัง เพราะ ไม่ต่างอะไรกับการทำให้คำพูดของผู้นำรัฐบาลไม่มีความหมาย และไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆ ในทางการเมืองอีก

ยิ่งไปกว่านั้นจะเป็นการตอกย้ำว่าการแก้ไขกติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้งในช่วงระยะเพียง ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้น เป็นไปเพื่อให้สอดรับกับพรรคการเมืองใหม่ที่จะเป็น การรวมกันระหว่าง "กลุ่มนายทุน+อดีตนักการเมือง+ทหาร" ให้ได้มีโอกาส เข้าสู่อำนาจทางการเมืองอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้เกิดข่าวลือกันมาตลอดว่าการเลือกตั้งอาจจะถูกล้มด้วยเงื่อนไขของการที่ สนช.จะลงมติฉีกกฎหมายเลือกตั้ง สส. แต่พอเริ่มมีข่าวว่า คสช.ต้องการจะกลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้งผ่านการตั้งพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ทำให้ข่าวการคว่ำกฎหมายเลือกตั้งเงียบหายไป จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ใช้อภินิหารทางกฎหมายแก้ไขระยะเวลาการเริ่มใช้บังคับกฎหมายในการเลื่อนเลือกตั้งเพื่อให้พรรคทหารมีความพร้อมมากที่สุด

สถานการณ์ทางการเมืองนับจากนี้ไปเป็นเรื่องที่ต้องน่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะถึงที่สุดแล้วคงเป็นไปได้ยากที่การใช้กลไกทางการเมืองและกฎหมายเพื่อยื้อเลือกตั้งจะหยุดไว้เพียงเท่านี้

ตราบใดที่ผู้มีอำนาจยังคง คิดว่าตัวเองยังไม่ได้เปรียบและยังไม่พร้อมลงสนามเลือกตั้งที่ต้องสู้กับพรรคการเมืองภายใต้กติกาเดียวกัน วันเลือกตั้งก็น่าจะถูกเลื่อนออกไป อย่างไม่มีกำหนด

ข่าวล่าสุด

เครือข่ายหนี้ครูฯ ขอบคุณ “ธรรมนัส–นฤมล” เดินหน้าแก้หนี้ครูบำนาญ