posttoday

เลือกตั้ง 2561 เส้นทางสู่นายกรัฐมนตรีคนนอก?

02 มกราคม 2561

เส้นทางสู่การเลือกตั้งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับ ปธน.สหรัฐ ว่า ไทยจะเดินไปตามโรดแมป และจะมีการประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

เส้นทางสู่การเลือกตั้งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า ประเทศไทยจะเดินไปตามโรดแมป และจะมีการประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561

"ในปีหน้าเราก็จะประกาศวันเลือกตั้งออกมา โดยไม่มีการเลื่อนอะไรสักอย่าง พอเราประกาศการเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องมีกรรมวิธีอีก 150 วันตามกฎหมาย ประกาศเมื่อไร ก็นับไปสิ เขาก็ไม่ได้ถาม แต่ผมแสดงความเชื่อมั่นให้เขา ผมไม่ได้ปกปิดใคร ผมไม่ได้บิดเบือนดังที่ใครกล่าวอ้าง ผมก็พูดแบบนี้มาตลอด" พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติม

สอดรับกับกระบวนการต่างๆ ที่จะออกมารองรับการเลือกตั้งที่เวลานี้เริ่มเห็นความคืบหน้าไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

เริ่มตั้งแต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 268 กำหนดให้ดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ได้แก่ 1. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 3. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ 4.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้

ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสดักคอเรื่องความพยายามเลื่อนการเลือกตั้ง ผ่านการคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ ในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้กลไกทุกอย่างต้องมีอันสะดุด จนทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเมื่อ สนช.ทยอยพิจารณาไล่เรียงกฎหมายไปแต่ละฉบับ

ทว่า ประเด็นใหม่ที่กำลังถูกจับตาเป็นพิเศษคือเสียงเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองออกมาเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง โดยเฉพาะหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. ซึ่งกำหนดพรรคการเมืองจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสมาชิกพรรคให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน 90 วัน หรือไม่เกินวันที่ 5 ม.ค. 2561

พรรคการเมืองต้องหาสมาชิกให้ได้อย่างน้อย 500 คน รวมทั้งต้องจัดให้มีทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาท จัดประชุมแก้ข้อบังคับพรรค จัดทำคำประกาศอุดมการณ์พรรค เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคและดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสาขาพรรคและผู้แทนพรรคประจำทุกจังหวัด รวมทั้งดำเนินการชำระค่าสมาชิกพรรค ทั้งหมดต้องเสร็จไม่เกิน 180 วันหรือวันที่ 4 เม.ย.

แม้ในกฎหมายจะผ่อนปรนให้พรรคการเมืองขอขยายเวลาการดำเนินการได้ แต่ตราบเท่าที่ คสช.ยังไม่เร่งเปิดให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ นั่นย่อมจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ดังจะเห็นว่าเวลานี้พรรคการเมืองเริ่มออกมาเคลื่อนไหวเตรียมพร้อมรอสัญญาณนกหวีดเป่าลงสนามหลังถูก แช่แข็งมานานกว่า 3 ปี ขณะที่บางกลุ่มเริ่มส่งสัญญาณเตรียมตั้งพรรคการเมืองโดยมีเป้าหมายของตัวเอง

เริ่มตั้งแต่ ไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป ที่ออกมาแถลงเตรียมยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอเตรียมการจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป โดยจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

คล้ายกับ จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ เลขาธิการกลุ่มกรีน ที่ระบุว่าทางกลุ่มมีการพูดคุยเรื่องตั้งพรรค ที่มีทั้งผู้ที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย โดยขณะนี้มีกระแสก่อตัวการตั้งพรรคของหลายกลุ่มก้อนทางการเมืองเยอะมาก และมีแนวร่วมภาคประชาชนที่เคยทำงานร่วมกันในอดีต กำลังมีแนวคิดจะตั้งพรรคได้ชวนไปคุยเพื่อร่วมอุดมการณ์ แต่ขณะนี้กลุ่มกรีนยังขอเฝ้ารอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนจะตั้งพรรคหรือไม่นั้น เมื่อ คสช.ปลดล็อกการเมืองคงมีคำตอบที่ชัดเจน

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการออกมาเคลื่อนไหวตั้งพรรคพลังชาติไทยของ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ที่ถูกมองว่าเป็นพรรคนอมินีของทหาร และยังพบการขยับในหลายพื้นที่เตรียมพร้อมจะลงสนามเลือกตั้ง สอดรับกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาตั้ง 6 คำถาม ที่ถูกตีความว่าเป็นการเปิดหน้าหยั่งกระแสกับการก้าวสู่ถนนการเมืองหลังการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ต่อมาทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปฏิเสธว่า คสช.ไม่ได้ให้การสนับสนุนตั้งพรรคพลังชาติไทยแต่อย่างใด ส่วนแนวคิดจะตั้งพรรคหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของความจำเป็น ถ้าจำเป็นก็ต้องตั้ง ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องตั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่จำเป็น

ปัญหาอยู่ที่ระบบเลือกตั้งใหม่ที่จะนำมาใช้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกมองว่าเอื้อให้เกิด "นายกรัฐมนตรีคนนอก" ทั้งในแง่ระบบเลือกตั้งที่มองว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมาก เด็ดขาด และเมื่อรวมกับตัวช่วยอย่าง 250 เสียงจาก สว.ที่ คสช.จะตั้งขึ้นมา ทำให้โอกาสที่พรรคการเมืองจะตกลงเลือกนายกฯ คนในเป็นไปได้ยาก

แม้ทางฝั่งพรรคการเมืองขนาดใหญ่จะเริ่มออกมาวิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้งและมองเลยไปถึงสูตรการจับมือของพรรคใหญ่เพื่อสกัดนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่จากกระแสตอบรับจากทั้งแกนนำในพรรคเองและ กองเชียร์ ประเมินการจับมือของเพื่อไทยและประชาธิปัตย์คงเกิดขึ้นได้ยาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไประดับชาติก็คือการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นตามที่ คสช.ออกมาประกาศ โดยอยู่ระหว่างการจัดแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 6 ฉบับ และคาดว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะนำไปสู่การเลือกตั้งได้ในช่วงกลางปีเป็นต้นไป

ทั้งหมดนี้เป็นเส้นทางสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปที่ คสช.วางไว้ ส่วนผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องจับตาคอยดูกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

จีนกวาดล้างคอร์รัปชัน ปราบข้าราชการระดับสูง 69 รายเซ่นปมทุจริต