โหวตงบ'54 เช็ก'เลือดแท้-เลือดเทียม' ผ่านเงาพผ.-ภท.

วันที่ 19 ส.ค. 2553 เวลา 06:51 น.
ผ่านไปแล้วสำหรับวันแรกของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ในวาระที่ 2-3 เนื้อหาของการอภิปราย ฝ่ายค้านยังคงเน้นไปที่การบริหารราชการทางเศรษฐกิจที่ล้มเหลวของรัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

โดย...ทีมข่าวการเมือง

 

ภาพรวม เนื้อหาการซักถามและคำชี้แจงระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลเป็นอย่างราบรื่น ไม่ปรากฏเหตุป่วนสภาจนกระทบต่อการประชุมสภาให้เสียหาย ทั้งสองฝ่ายต่างทำการบ้านเป็นอย่างดี จะมีก็ส่วนน้อยที่อภิปรายเสียดสีหรือนอกประเด็นของการพิจารณางบประมาณ

สำหรับขั้นตอนของสภา เมื่อเสร็จสิ้นการพิจารณารายมาตราทั้ง 35 มาตราในวาระที่สองแล้ว จะเป็นการลงมติในวาระที่สามว่า ที่ประชุมสภาจะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ทั้งฉบับหรือไม่ หากสภามีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สภาจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาลงมติต่อไปในวันที่ 6 ก.ย. ตามปฏิทินงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดเอาไว้ แต่ถ้าสภาไม่เห็นชอบก็ให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นอันตกไป

การลงมติเห็นชอบร่างงบ 2554 ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ประเมินว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้ประสานงานไว้เรียบร้อย พร้อมเรียงแถวสนับสนุนงบ 2554 อย่างแน่นอน เรียกได้ว่า “ผลประโยชน์ลงตัว”

ตรวจสอบจำนวนตัวเลข สส.ที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของรัฐบาลอยู่ทั้งสิ้น 260-270 จาก สส.ทั้งสภา 474 เสียง แบ่งเป็น ประชาธิปัตย์ 171 เสียง เพื่อแผ่นดินปีกรัฐบาลประมาณ 15-25 ในจำนวน 32 เสียง ภูมิใจไทย 32 เสียง ชาติไทยพัฒนา 25 เสียง พรรครวมชาติพัฒนา 9 เสียง กิจสังคม 5 เสียง และมาตุภูมิ 3 เสียง

แต่กลุ่มการลงมติกฎหมายงบประมาณต้องตัดเสียงของรัฐมนตรีที่เป็น สส.ออกไปจำนวน 24 เสียง ตามกฎของรัฐธรรมนูญที่กำหนดการลงมติห้าม เป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน รัฐมนตรีที่เป็น สส. จึงลงมติสนับสนุนไม่ได้เพราะเกี่ยวข้องผลประโยชน์ที่เจ้ากระทรวงดูแลงบอยู่ เมื่อบวกกับเสียงของ “ชัย ชิดชอบ” ประธานสภาอีก 1 เสียง ก็จะทำให้รัฐบาลเหลือเสียง สส.กลมๆ ประมาณ 240 เสียง บวกลบ 10 ซึ่งตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขสุดท้ายที่จะสามารถลงคะแนนเสียงในกฎหมายงบประมาณได้

ถึงที่สุดแล้ววิปรัฐบาลมั่นใจ 100% งบประมาณผ่านสภาแน่นอน เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งประกอบไปด้วย สส.จากทุกพรรคได้แบ่งผลประโยชน์กันแบบฝนตกทั่วฟ้าแล้ว อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าวันโหวตงบประมาณนอกจากจะต้องลุ้นระทึกว่างบ 2554 จะผ่านหรือถูกคว่ำ จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่แล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ ใครเป็นเลือดแท้ใครเป็นเลือดเทียมอีกด้วย

แม้วิปรัฐบาลคาดว่างบ 2554 จะผ่านสภา แต่ลึกๆ ก็ไม่มั่นใจว่า พรรคเพื่อแผ่นดินจะเทใจมามากแค่ไหน ประกอบกับเพิ่งเกิดความขัดแย้งระหว่างภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง ทำให้ประชาธิปัตย์กังวลว่าจะมีการประลองกำลังอีกรอบ

แน่นอนงบ 2554 ภูมิใจไทยสนับสนุนสุดตัวเพราะผลประโยชน์ที่พรรคสีน้ำเงินจะได้รับจากงบ 2554 มากกว่าโครงการรถเมล์เอ็นจีวีแน่

แต่ภูมิใจไทยที่ “ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ” ประธาน สส. และ “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รมช.มหาดไทย ประกาศว่า ไม่ได้มีแค่ 32 เสียง แต่ที่ซุกตามพรรคอื่นอีก 20 กว่าราย รวมแล้วมี 52 คน จากหลายส่วนไม่ว่า ชาติไทยพัฒนา เพื่อแผ่นดิน (กลุ่มบ้านริมน้ำ+กลุ่มไชยยศ) และเพื่อไทย

“การลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2554 ไม่มีปัญหาแน่นอน โดย สส.ของพรรคทั้ง 52 คน ยืนยันพร้อมสนับสนุนงบประมาณแน่นอน ทุกคนมีความรับผิดชอบและรู้หน้าที่ดีในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่าต้องสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ที่ถูก ครม.ตีกลับให้ไปศึกษาบางเรื่องที่นายกฯ ยังสงสัย” เป็นท่าทีล่าสุดของภูมิใจไทยผ่าน บุญจง
เช่นเดียวกับเพื่อแผ่นดิน นพ.อลงกต มณีกาศ โฆษกพรรค ยืนยันว่า ล่าสุดมีเสียงที่เป็นเพื่อแผ่นดินแท้ๆ ในกลุ่มโคราช พญานาค และสุรินทร์ รวม 18 คนตามเดิม โดยพร้อมสนับสนุนงบ 2554 อย่างไม่มีเงื่อนไข
ทว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อแผ่นดินที่สำคัญ คือ การจับมือกันเป็นพันธมิตรทางการเมืองร่วมกันกับพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้กลุ่มนี้มีเสียงรวมกันประมาณ 40 เสียง

ต่อไปน่าจับตามองว่าอำนาจต่อรองกลุ่มการเมืองนี้จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เพราะมี “บรรหาร ศิลปอาชา” แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นหัวขบวน ซึ่งจะมีการแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นในวันคล้ายวันเกิดของมังกรเติ้ง 19 ส.ค.นี้ ที่บ้านพักถนนจรัญสนิทวงศ์

ส่วน สส.กลุ่มอินทรีอีสาน “พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก” มี สส.เพื่อแผ่นดินในมือประมาณ 58 คน ทำให้ต้องไปจับมือกับ 3 สส.มาตุภูมิ ซึ่ง พล.ต.อ.ประชา ยังคงให้การสนับสนุนอยู่ โดยพร้อมสนับสนุนกฎหมายงบประมาณฉบับนี้

กระนั้นตัวเลขทั้งหมดที่มีการประกาศออกมาก็ยังสามารถพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่บิ๊กๆ แต่ละมุ้งกล่าวอ้างมานั้น มีตัวตนจริงหรือไม่หรือเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองเท่านั้น

ฉะนั้น การลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่กำลังจะมาถึงนี้กำลังกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า สส.คนไหนคือเลือดแท้ของรัฐบาลที่พร้อมจะร่วมค้ำเก้าอี้นายกฯ อภิสิทธิ์ หากเสียงสนับสนุนท่วมท้นก็พอเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลน่าจะประคองเกมในสภาได้อีกระยะ