ดัน "ตู่" เชื่อมรอยร้าวแดงเปลี่ยนทัพรับศึกนอกใน

  • วันที่ 03 ก.ค. 2556 เวลา 07:47 น.

ดัน "ตู่" เชื่อมรอยร้าวแดงเปลี่ยนทัพรับศึกนอกใน

โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช

ถึงคราวแดงกลุ่มใหญ่ “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)” ได้เวลาผลัดใบ แม่ทัพใหญ่ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ เตรียมสละเก้าอี้ให้ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เข้ามากุมบังเหียนแทน หลังหลุดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซ้ำ แล้วซ้ำเล่าจวบจนจะเข้าปีที่ 3 ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

เดิมการดำรงตำแหน่งของ “ธิดา” มีวาระ 2 ปี นั่งเก้าอี้ประธาน นปช.จนถึงเดือน ก.พ.ศักราชหน้า แต่จับชีพจรการเมืองไทยเวลานี้ ทราบดีว่าขบวนการจัดตั้งม็อบไล่รัฐบาลเริ่มรุมเร้า ซ้ำยังส่อเค้าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในเดือน ส.ค.อันใกล้ “แดงสายพิราบ” จึงต้องเร่งหลีกทางให้แดงสายเหยี่ยวฮาร์ดคอร์อย่าง “จตุพร” มารับไม้ต่ออันหนักอึ้ง

ไม่ใช่เพียงวาทะ สีหน้า ลีลาปราศรัยฉะฉานของ จตุพร จะเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการปลุกเร้ามวลชนเสื้อแดงและสร้างภาพลักษณ์ผนึกความแข็งแกร่งข่มขวัญคู่ต่อสู้เท่านั้น แต่คุณสมบัติความเป็นแกนนำอันเป็นที่ยอมรับจากทุกส่วนในตัวของ จตุพร กำลังจะกลับมาหลอมรวมผสานรอยร้าวของบรรดาแกนนำเสื้อแดงให้กลับมาเป็นเอกภาพอีกครั้ง ภายหลังการบริหารองค์กร นปช.ของ ธิดา ที่ต้องยอมรับว่าสร้างรอยร้าวในบรรดาแกนนำมวลชนไม่น้อย

ทั้งนี้ ทราบดีว่าขั้ว สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขต พรรคเพื่อไทยสายเสื้อแดงเอง แตกออกเป็นกลุ่มเล็ก ก๊วนย่อย ประกอบด้วย สส.กลุ่มใหญ่ที่ดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนักโทษการเมือง นำโดย วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ สมคิด เชื้อคง สส.อุบลราชธานี จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สส.สุรินทร์ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ

ขณะที่อีกก๊วน พายัพ ปั้นเกตุ สส.บัญชีรายชื่อ ชินวัฒน์ หาบุญพาด สส.บัญชีรายชื่อ และ ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน แยกออกมาเดินอีกเส้นทาง สร้างเอกลักษณ์จัดกิจกรรมแรลลี่การเมือง แบ่งมวลชนแยกออกไปอีกสาย

ยังไม่นับรวมแกนนำเสื้อแดงที่แตกแขนงไปประจำในกระทรวงและทำเนียบรัฐบาล อย่าง วิสา คัญทัพ ผู้ช่วย รมว.แรงงาน สุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สมหวัง อัสราษี ผู้ช่วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และอีกสารพัดตำแหน่ง

โดยก่อนหน้านี้เป็นที่ทราบดีว่าเสียงต้าน ธิดา ดังกึกก้องมาจากฝั่ง พายัพ ไวพจน์ และ ชินวัฒน์ เนื่องจากไม่พอใจการบริหารงานของ ธิดา ที่มักติดบุคลิกการเป็นอาจารย์ ใช้อำนาจสั่งการ ไม่ฟังเสียงใคร จนสร้างแรงกระเพื่อมให้เสื้อแดงกลุ่มนี้เกิดความไม่พอใจ เคยออกมาขับไล่ ธิดา ออกจากตำแหน่งมาแล้ว

นอกจากนั้น สืบไปเสาะมายังพบว่ามีเสียงสะท้อนก้องจาก สส.เสื้อแดงขั้ว วรชัย สำทับมาว่า การบริหารแต่งตั้งแกนนำเสื้อแดงประจำภาคและจังหวัดของ ธิดา นั้นสร้างความขัดแย้งให้กับมวลชน เนื่องจาก ธิดา แต่งตั้งแกนนำจากส่วนกลางไปซ้ำซ้อนกับแกนนำท้องถิ่น จนเกิดสภาวะการแย่งชิงตัวจริงในการเป็นแกนนำจนมวลชนระส่ำอยู่หลายช่วง

นอกจากนี้ ด้วยความที่ขั้ว สส.พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นสายตรงของ ธิดา ส่งผลให้การส่งงานหรือจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ขาดการประสานงานร่วมกับ สส.เเละภาคส่วนการเมือง ประกอบกับธรรมชาติของ ธิดา ต้องถือว่าเดิมเป็นสายพิราบ เน้นงานวิชาการเคลื่อนไหวมวลชน ย่อมไม่เข้าใจธรรมชาติของนักการเมือง จึงเกิดรูปการณ์ทางเดินของประธาน นปช.ขนานกับ สส.เเละฝ่ายการเมืองเสื้อแดงแทนที่จะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน

จึงไม่แปลกใจที่การดัน จตุพร ขึ้นตำแหน่งประธาน นปช.นั้น จะได้รับการสนับสนุนจาก สส.พรรคแทบทุกก๊วน ไล่ตั้งแต่ขั้วบรรดา สส.ไปจนถึงฝ่ายการเมืองของแต่ละกระทรวง

ต้องยอมรับว่า จตุพร นอกจากจะมีแต้มต่อจากการได้รับศรัทธามหาศาลจากมวลชนแดง สามารถสยบความขัดแย้งของแกนนำระดับท้องถิ่นได้แล้ว จตุพร ยังถือว่าได้รับการยอมรับจากนักการเมืองสายเสื้อแดง จึงมั่นใจได้ว่าย่อมไร้แรงต้าน หากประธาน นปช.คนใหม่จะเป็นแกนนำรายนี้

ยิ่งประจวบเหมาะสอดคล้องกับท่าทีกลุ่มเคลื่อนไหวต้านรัฐบาล ทั้งหน้ากากขาวและไทย สปริง ที่สั่งสมพลังอย่างต่อเนื่อง กำลังนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงอันตรายในเดือน ส.ค. ที่มีร่างกฎหมายเรียกเสียงต้านหลายฉบับเข้าสู่สภา นับว่าล่อแหลมต่อการปลุกม็อบที่เลี้ยงเชื้ออยู่แล้วในเวลานี้ ให้ปะทุเเรง ดังนั้นเสื้อแดงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการแม่ทัพแข็งแกร่งคอยเสริมแรงรัฐบาล

ในทางกลับกัน สัญญาณที่น่าจับตาไม่เเพ้กัน คือ แกนนำขวัญใจเสื้อแดงรายนี้ จะเข้ามาคุมฐานมวลชนอย่างเต็มตัว ภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา เสื้อแดงต่างรู้สึกว่ากำลังโดนลอยแพจากนายใหญ่ อันเนื่องมาจากข้อเสนอจุดยืนทางการเมือง ไม่ได้รับการสนองจากรัฐบาลเลย อาทิ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่การนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุม ซึ่งทางกลุ่มเสื้อแดงไม่เห็นด้วยที่จะนิรโทษเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะทหาร แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กลับแสดงจุดยืนเอาใจทหาร ที่สำคัญยังเชื้อเชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้าไปเป็นประธานในงานรักเมืองไทยเดินหน้าประเทศไทย ถึงในทำเนียบรัฐบาล

การกระทำของ ยิ่งลักษณ์ ถูกอธิบายว่าเพื่อสร้างสมานฉันท์ เพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้อยู่นานที่สุด แต่เสื้อแดงบางส่วนรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เสื้อแดงกำลังเคว้ง การเข้ามาเป็นหัวขบวนของ จตุพร ครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ต่อรองอันสำคัญในพรรคเพื่อไทย หลัง “นายใหญ่” ทำเจ็บช้ำน้ำใจมาหลายยก

ข่าวอื่นๆ