สนช.เห็นชอบวาระ1 ร่างกฎหมายเลือกสว.

  • วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 19:02 น.

สนช.เห็นชอบวาระ1 ร่างกฎหมายเลือกสว.

สนช.รับหลักการกฎหมายเลือกสว. "กล้านรงค์-สมชาย" ประสานเสียง พรรคใหญ่มาแน่ ส่งกามิกาเซ่บล็อคโหวต ใช้ 5,000 ล้านบาทยึดประเทศเบ็ดเสร็จ ด้าน มีชัย มั่นใจ คนไทยไม่ถูกซื้อง่ายขนาดนั้น

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมาก 177 ต่อ 1 คะแนนรับหลักการวาระที่ 1 ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. โดยมีสมาชิกสนช.งดออกเสียง 10 คน พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 27 คนและกำหนดเวลาการพิจารณาให้เสร็จภายใน 58 วัน

ทั้งนี้ ตลอดการอภิปรายของสนช.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับระบบการเลือกกันเองของผู้สมัครสว.เนื่องจากจะนำไปสู่การให้ฝ่ายการเมืองส่งคนเข้ามาสมัครสว.และทำการบล็อคโหวตได้

นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกสนช. กล่าวว่า เข้าใจว่าหลักการในการออกแบบการได้มาซึ่งสว.ของกรธ.ต้องการเปิดกว้างให้กับบุคคลทั่วไปที่มีความรู้ความสามารถมากที่สุด จึงได้กำหนดกลุ่มอาชีพไว้ถึง 20 กลุ่ม อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีความสงสัยว่าการให้เลือกกันเองด้วยการเลือกไขว้ในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ตามลำดับจะดีหรือไม่

“การเลือกในระดับอำเภอให้แต่ละกลุ่มเลือกกันให้เหลือ 5 คน ดังนั้น 20 กลุ่มก็จะมี 100 คน และเข้ามาสู่รอบที่สองที่ใช้ระบบเลือกไขว้ คนในกลุ่มเดียวกันจะเลือกกันเองไม่ได้เพราะต้องไม่เลือกคนในกลุ่มอื่น ใครได้คะแนนในลำดับที่1-3ก็จะเป็นตัวแทนของกลุ่มนั้น ต่อมาจะเข้าสู่การเลือกระดับจังหวัด 77 จังหวัด ซึ่งจะมีคนทั้งหมดที่จะมาเลือกกันเป็นสว.ถึง 3,080 คน ถ้าสมมติว่าผมอยากได้สว. 200 คน ผมส่งตัวแทนคุมจังหวัดเพียง 39 จังหวัด ผมก็ชนะแล้ว โดยผมส่งตัวแทนระดับอำเภอลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้สมัครในแต่ละกลุ่ม ผมก็ลอยลำ เพราะผมได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งแน่นอน”นายกล้านรงค์ กล่าว

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า เราต้องยอมรับสภาพว่าพรรคการเมืองขณะนี้ที่เป็นพรรคเก่าแก่เขาคุมจังหวัดอยู่แล้ว ดังนั้น เขาสามารถจะส่งคนลงสมัครได้โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายที่เปิดกว้างให้ผู้สมัครสามารถสมัครสว. ประกอบกับเป็นไปได้ยากที่ประชาชนจำนวนมากจะลงสมัครสว. ดังนั้น คนจะลงสมัครเป็นคนที่มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1.จะได้รับการรับเลือกเป็นสว. และ 2.แค่ลงสมัคร

“ผมเกรงว่าสิ่งที่ท่านวางไว้อย่างนี้มันจะไม่ได้ผลตามเจตนารมณ์ เพราะบล็อกกันง่ายเหลือเกิน ถามว่าจะแก้ไขอย่างไร ต้องยอมรับว่าแก้ไขยากเพราะรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560ได้กำหนดเอาไว้แล้ว จะแปรญัตติแก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์ก็ทำได้ยาก ระบบนี้จะเป็นระบบที่แก้ปัญหาได้ดีกว่าระบบการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนหรือไม่ สว.ต่อไปตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะตรงตามเจตนารมณ์ที่ดีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่อย่างไร”นายกล้านรงค์ กล่าว           

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช. กล่าวว่า พรรคการเมืองใหญ่นอกจากจะส่งคนลงสมัครสส.เขตเลือกตั้งหรือสส.บัญชีรายชื่อ ต่อไปนี้จะส่งคนลงสว.ด้วย โดยจะวางคนเข้ามาทุกกลุ่มกลุ่มละ 100 คนทั่วประเทศ และกำหนดไปเลยว่าจะเลือกให้ใครเป็นสว.หรือไม่เลือกให้ใครเป็นสว.

“ให้สมาชิกสนช. 250 คนไปลงสมัคร ใครได้เป็นผมจะกราบ ถ้าพรรคการเมืองใหญ่ลงมือทำ ใช้เงิน 5,000 ล้านบาทยึดประเทศผ่านกระบวนการสว. ตัดตอนตั้งแต่กลุ่มอำเภอ จากนั้นมาจัดระบบโดยมีผู้จัดการ  กลุ่มคนพวกนี้จะเป็นกามิกาเซ่เพราะจะไม่เลือกตัวเองเป็นสว. สนใจแต่ว่าเขาเขียนเบอร์มาว่าจะให้เลือกใครเท่านั้น ถูกจัดตั้งมาเรียบร้อยแล้ว แบบนี้ยึดประเทศไทย เพราะสส.และสว.จะต้องร่วมกันเลือกนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาล”นายสมชาย กล่าว

ขณะที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ชี้แจงว่า ยอมรับความห่วงใยเกี่ยวกับเลือกสว.นั้นยังมีอยู่ แต่ถ้าเราไม่มีความหวังที่จะทำสิ่งใหม่ในการเดินไปข้างหน้าเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง บ้านเมืองก็คงจมอยู่กับที่เดิม และไม่ต้องลุกขึ้นมาปฏิรูปประเทศหรือยุทธศาสตร์ชาติ

“สิ่งที่กำลังทำอยู่ในวันนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าคนไทยได้พัฒนาไปมากน้อยเพียงใด ถ้าคิดตามหลักตัวเลขหรือสิ่งที่เคยเป็นมา มันอาจเป็นได้อย่างที่ท่านกล้านรงค์หรือท่านสมชายพูด แต่นั่นแปลว่าคนไทยทั้งประเทศถูกซื้อได้หมดทุกคน ไม่ว่าจะใช้ระบบอะไร ก็คงเกิดผลอย่างเดียวกัน แต่ความหวังของเรา คือ คนไทยไม่ใช่เป็นอย่างนั้น มันมีสิ่งดีงามลึกๆอยู่ในตัวคนไทย เพียงแต่เขามีทางออกมากน้อยแค่ไหน ถ้าเขามีทางออก สิ่งดีงามเหล่านั้นมันจะออกมา เราดูได้จากเวลาที่เราไปเสียงประชาชนตามต่างจังหวัด ประชาชนให้ความสนใจกับวิธีการเลือกสว.มากเป็นพิเศษ เพราะเขารู้สึกว่าคราวนี้เขามีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยในการเลือกสว.กันเอง”นายมีชัย กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ