
ปัญหาขาดแคลน ศัตรูเศรษฐกิจตัวใหม่ของสหรัฐอเมริกา
ที่ผ่านมาประเทศสหรัฐอเมริกาประสบกับปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก และตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่กำลังจะกลายเป็นความท้าทายสำคัญทางเศรษฐกิจ
ความไม่สมดุลของตลาดแรงงาน
เวลานี้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มออกมาส่งเสียงในทิศทางเดียวกันแล้วว่า ตอนนี้อุปสงค์กับอุปทานทางด้านตลาดแรงงานเริ่มไม่สมดุลมากขึ้นทุกที ซึ่งหากเป็นแบบนี้อยู่ก็เท่ากับว่า นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเจอกับปัญหาการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยแล้ว ศัตรูทางเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศสหรัฐอเมริการายต่อไปก็คือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
สอดคล้องกับข้อมูลสถิติของกระทรวงแรงงานที่ได้ระบุว่า ตอนนี้ประชากรอายุระหว่าง 16 ปีหรือมากกว่านั้นกำลังเริ่มมองหางานมากขึ้น ในช่วงเดือนกรกฎาคมเริ่มมีแรงงานเริ่มเดินออกจากบ้านเพื่อหางานมากถึง 62.1 % ซึ่งยังถือเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าสมัยก่อนที่โควิด-19 จะระบาดที่เวลานั้นอยู่ที่ประมาณ 63.4 % อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นตัวเลขที่เริ่มกลับมาใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจัยระยะสั้นแล้วยังคงถือเป็นเรื่องอันตราย เนื่องจากนักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายคนเริ่มมองเห็นความเสี่ยงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
ขึ้นค่าแรงอาจไม่ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ
ทางด้าน Michael Pugliese นักเศรษฐศาสตร์จาก Wells Fargo ได้มองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ว่า ความหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาอยู่ในภาวะ soft landing ก็คือ จะต้องทำให้ตลาดแรงงานกลับมาอยู่ในภาวะสมดุลได้อีกครั้ง หากว่ายังเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานแบบนี้ต่อไปหรือเลวร้ายไปกว่านั้น สถานการณ์ก็จะเลวร้ายต่อให้มีข้อเสนอปรับขึ้นค่าแรงมากแค่ไหนก็ตาม
ปัญหาการว่างงานในประเทศสหรัฐอเมริกายังคงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ปีนี้ทางรัฐบาลจะต้องหันมาจับตาเฝ้าดูอย่างจริงจัง อัตราการเปิดรับสมัครงานในช่วงที่ผ่านมาถือว่าลดน้อยลงจากอดีตที่ผ่านมา ต่อให้ภาคธุรกิจให้แรงจูงใจด้วยการเสนอค่าแรงที่ชวนน่าเข้าไปทำงานมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นมาตรการที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์คนที่ว่างงานอยู่ได้ และนี่ก็จะทำให้เกิดปัจจัยซับซ้อนที่จะต้องมาหาคำตอบต่อไปว่า เพราะอะไรคนส่วนใหญ่ถึงไม่กลับมาทำงาน
ข้อมูลจาก : https://www.wsj.com/articles/labor-shortage-is-vexing-challenge-for-u-s-economy-11660469401







