
ไขข้อสงสัยจดสิทธิกะเพรา 4 สายพันธุ์ ซีพีแรมแจงไม่ได้ผูกขาด
เจาะลึกกรณีซีพีแรมยื่นคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ หลังเกิดกระแสผูกขาด ชี้ชัดไม่กระทบสายพันธุ์ดั้งเดิมกว่า 300 ชนิด เกษตรกรปลูกได้ปกติ
จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ โดยเฉพาะ ใบกะเพรา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญคู่ครัวไทย ประเด็นนี้เกิดขึ้นเมื่อบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้ดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่จำนวน 4 สายพันธุ์ หรือกลุ่มสายพันธุ์แก้วจุรี ทำให้เกิดความกังวลและตื่นตระหนกในวงกว้างว่าเกษตรกรและประชาชนอาจไม่สามารถปลูกหรือซื้อขายใบกะเพราได้โดยอิสระหากไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสุดเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยระบุว่าการวิจัยและการขอคุ้มครองสิทธิดังกล่าวเป็นกระบวนการของบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ซึ่งบริหารงานภายใต้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะผู้ถือหุ้น รวมถึงนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส มิได้เป็นผู้สั่งการหรือเป็นผู้ทรงสิทธิในพันธุ์พืชดังกล่าวแต่อย่างใด การบริหารงานของ CPRAM เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและกระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทเอง
ข้อมูลทางสถิติระบุว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพของสายพันธุ์กะเพราดั้งเดิมอยู่มากกว่า 300 สายพันธุ์ การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่เพียง 4 สายพันธุ์นี้ จึงไม่ได้เป็นการผูกขาดหรือตัดสิทธิการเพาะปลูกกะเพราสายพันธุ์ดั้งเดิมแต่อย่างใด เครือเจริญโภคภัณฑ์เน้นย้ำว่าการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่มุ่งหวังเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการเกษตร สร้างทางเลือกที่ให้ผลผลิตดีขึ้นแก่เกษตรกร อันเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของไทย
อย่างไรก็ตามเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการตรวจสอบจากภาคประชาชนอย่างสุจริต แต่ไม่อาจยอมรับการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือการกล่าวหาโดยปราศจากมูลความจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียงขององค์กร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมขององค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป







