logo-pwa

เพิ่ม Post Today

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงบูม ตามเทรนด์สูงอายุ

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงบูม ตามเทรนด์สูงอายุ

16 กุมพาพันธ์ 2561

สังคมผู้สูงอายุหนุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงบูมตาม ดันภาพรวมตลาดโต 10% มูลค่ารวม 2.93 หมื่นล้าน

โดย...ภูวดล โกมลรัตนเสถียร

ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงนับเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตของมนุษย์ จากการที่สังคมได้เข้าสังคมผู้สูงอายุ คนมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น มีลูกน้อยลง ทำให้สัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นเพื่อนหรือเป็นเสมือนลูกทดแทน ทำให้เกิดจำนวนสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยขยายตัวมากขึ้น และส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงได้รับอานิสงส์เติบโตตามไปด้วย

กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในปี 2560 มีมูลค่าอยู่ที่ 2.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา จำนวนนี้ธุรกิจอาหารสัตว์มีสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด 45% มีมูลค่า 1.33 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วยธุรกิจดูแลสุขภาพสัตว์ อาทิ โรงพยาบาล คลินิก สปา อาบน้ำตัดขน โรงเรียนฝึก โรงแรม และบริการอื่นๆ มีสัดส่วน 32% มูลค่าตลาดอยู่ที่ 9,300 ล้านบาท และธุรกิจ สินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของเล่น สัดส่วน 23% มีมูลค่าตลาด 6,700 ล้านบาท

ปัจจัยที่สำคัญมาจากไลฟ์สไตล์ของคนที่ครองโสดมากขึ้น คู่แต่งงานที่ไม่มีบุตร รวมอานิสงส์สำคัญจากสื่อโซเชียล และกลุ่มของคนรักสัตว์ที่มีการแชร์ภาพพฤติกรรมของสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ บนโลกออนไลน์มากขึ้น ผู้บริโภคมีกำลังซื้อทำให้หันมานิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น

ภาพรวมของจำนวนสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 2.5 ล้านตัว หรือเพิ่มขึ้น 23% ภายใน 5 ปี โดยในปี 2560 มีจำนวนของสัตว์เลี้ยงรวมกว่า 13.2 ล้านตัว จำนวนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนของสุนัข 62% หรือ 8.2 ล้านตัว สัดส่วนของแมว 23% หรือ 3 ล้านตัว และสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ หรือสัตว์เลี้ยงแปลก 15% หรือ 2 ล้านตัว เติบโตจากปี 2559 ที่มีจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ 12.6 ล้านตัว แบ่งเป็น สุนัข 8 ล้านตัว แมว 2.7 ล้านตัว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ 2 ล้านตัว

ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามเช่นกัน โดยผู้เลี้ยงจะใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้นถึง 54% ภายใน 5 ปี โดยในปี 2560 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1,770 บาท/ตัว/ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีค่าใช้จ่าย 1,145 บาท/ตัว/ปี โดยสัดส่วนครัวเรือนของผู้เลี้ยงสุนัขขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 34.6% และผู้เลี้ยงแมวขยายตัวมาอยู่ที่ 13.3%

สำหรับแผนดำเนินธุรกิจ 5 ปี (2561-2565) ของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ วางงบลงทุน 500 ล้านบาท ตั้งเป้าผลักดันให้เป็นโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ มีรายได้กว่า 1,500 ล้านบาทในปี 2565 โดยจะสร้างเครือข่ายพันธมิตรร่วมกับ อิออนเพ็ต บริษัทของญี่ปุ่นที่มีสาขาในอาเซียนหลายประเทศ ส่วนผลประกอบการของโรงพยาบาลในปี 2561 นี้ตั้งเป้าเติบโต 18% อยู่ที่ 793 ล้านบาท จากปี 2560 ที่เติบโต 5.2% หรือประมาณ 680 ล้านบาท

สอดคล้อง รัฐธนันท์ กิตติ์ภัทราวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานขายและ การตลาด บริษัท เกรทเทสท์ เพ็ทแคร์ ผู้จำหน่ายอาหารสุนัขและแมว ยี่ห้อเกรทไททัน ลินคอร์นและโอเล่ ระบุว่า ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยของเงินทุนในการสร้างแบรนด์สู่การจ้างผลิตไม่สูงมากนัก

ทั้งนี้ การเติบโตของสัตว์เลี้ยง สุนัขและแมว โตต่อเนื่อง โดยเฉพาะแมวที่มีตัวเลขโตอย่างก้าวกระโดด อานิสงส์หลักที่ส่งผลต่อธุรกิจ คือ การที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้คนมีพฤติกรรมหาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อน

รัฐธนันท์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินงานของบริษัทในปี 2561 จะเร่งขยายช่องทางจำหน่ายให้ครบทุก ช่องทาง ทั้งกลุ่มเพ็ทช็อป ห้างสรรพสินค้า โมเดินเทรดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานของกลุ่มลูกค้าให้เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงจะพัฒนาปรับปรุงสูตรอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพรองรับการเติบโตของตลาด

ด้าน เฮงค์ แวน เดอบัน รักษาการผู้จัดการทั่วไปของ บริษัท วิคเทม อินเตอร์ กล่าวว่า ไทยเป็นตลาดสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรมที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพสูง ในการผลิตอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ อาหารสัตว์เลี้ยง อุตสาหกรรมการแปรรูปข้าว แป้ง ธัญพืช บริษัทจึงใช้ไทยเป็นศูนย์กลางในการจัดนิทรรศการ วิคเทม เอเชีย 2018 ต่อเนื่องเป็นเวลา 27 ปี

ในปีนี้การจัดงานจะรวบรวมเทคโนโลยีสมัยใหม่จากผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมการแปรรูปธัญพืช เพื่อเสนอให้แก่ผู้ประกอบการ อื่นๆ หรือผู้สนใจทราบถึงความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีในกลุ่ดังกล่าว

นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในการมองหา พันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในงาน มีบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก กว่า 30 ประเทศ ที่นำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองการใช้งานในธุรกิจ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มี.ค. 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอาหารสัตว์ของไทยในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 3-5% เฉลี่ยที่ 20 ล้านตัน ส่วนคู่แข่งที่สำคัญ คือ เวียดนามที่ปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตอาหารสัตว์เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าไทย จำนวนประชากรที่มีจำนวนมากส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้าต่อเนื่อง และการที่เวียดนามสามารถส่งออกอาหารสัตว์ไปยังญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งต้องติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิด

การจัดงาน วิคเทม เอเชีย 2018 จะช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ของไทยที่มี ชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมการเกษตร และประสิทธิภาพในการแข่งขันเกี่ยวกับอุปกรณ์ อาหารสัตว์ ธัญพืช คาดมีเงินสะพัดมากกว่าร้อยล้านบาทขึ้นไป