
ศิลปะการนั่งอยู่ในหัวใจคน
ใครต่อใครก็อยากเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจคนอื่นด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นผู้นำ
ใครต่อใครก็อยากเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจคนอื่นด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นผู้นำ
เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ใครต่อใครก็อยากเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจคนอื่นด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นผู้นำ ถ้าไม่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนได้ ก็ถือว่า ขาดภาวะผู้นำอย่างรุนแรง
คนจำนวนมากพยายามที่จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจคน แต่ทั้งๆ ที่ต้องการเช่นนั้น แต่ก็มีไม่น้อยแทนที่จะเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจคน กลับเผลอไปนั่งอยู่บนหัวคน
การนั่งอยู่บนหัวคนนั้น เกิดจากการใช้ตำแหน่งซึ่งมาพร้อมกับอำนาจ การที่คนทั่วไปจะยอมให้เรานั่งอยู่บนหัวเขาได้ ก็ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในตำแหน่งแห่งอำนาจและผลประโยชน์เท่านั้น วันใดก็ตามที่เราหมดอำนาจ หมดบารมีที่จะอวยยศ อวยตำแหน่งให้ใคร เขาจะเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นทีเดียวว่า ที่ยอมๆ เราอยู่นั้น เป็นเพียงการยอมเพื่อแลกกับผลประโยชน์เท่านั้น
การนั่งอยู่บนหัวคน จึงไม่ใช่วิถีแห่งการเป็นผู้นำที่ยั่งยืน แต่เป็นการนำที่สุ่มเสี่ยง และมีโอกาสที่จะพลัดตกลงมาได้ทุกเมื่อ
ดังนั้น เส้นทางของการเป็นผู้นำระดับแนวหน้า จึงไม่ใช่การเพียรหาวิธีที่จะนั่งอยู่บนหัวคน แต่ต้องอยู่ในใจคนต่างหาก
เราลองนึกถึงรายชื่อของคนสำคัญของโลกกันหน่อยไหม เช่น
แม่ชีเทเรซา มหาตมะคานธี อองซานซูจี จอห์น เลนนอน เนลสัน แมนเดลา อับราฮัม ลินคอร์น ดาไลลามะ เป็นต้น ผู้นำทางปัญญา ทางการเมือง ทางจิตวิญญาณ คนสำคัญของโลกเหล่านี้ ทำไมจึงเป็นที่รักของคนมากมายทั่วโลก
คำตอบก็เพราะว่า บุคคลเหล่านี้มีศิลปะของการเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนนั่นเอง
ศิลปะที่ว่านี้ก็คือ
1.การไม่ถือว่าตนเป็นคนสำคัญ หากแต่ถือว่าตนเป็นเพียงคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง เหมือนกับคนอื่นๆ คนที่หลงตัวเองว่า เป็นคนสำคัญ มักจะเป็นที่หมั่นไส้ แต่คนที่แม้จะเป็นคนสำคัญจริงๆ ทว่านิยมทำตัวธรรมดาๆ เข้ากับคนได้ง่าย มักจะเป็นที่รักของมหาชน
2.มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ใช้ชีวิตโดยเชื่อมโยงกับคนส่วนใหญ่ได้ในลักษณะ “มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน” พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นคนที่คนทั่วไปสัมผัสได้จริงๆ ในฐานะมนุษย์ที่มีชีวิตชีวาคนหนึ่ง ไม่วางตัวเองไว้เลิศลอยเกินไป จนใครๆ เข้าไม่ถึง คานธีนั้น ท่านทำตัวเรียบง่ายมาก นั่งรถไฟชั้น 3 กลับมาทอหูกปั่นฝ้าย พยายามทำตัวให้สนิทสนมกลมกลืนกับคนทั่วไป แม้จะมีปัญญาขั้นสูง แต่ท่านไม่เคยแสดงตนว่า เป็นคนชั้นสูงอะไรเลย คนส่วนใหญ่ไม่ชอบพิธีการ ใครทำเจ้ายศเจ้าอย่างหน่อยจึงมักไม่ชอบ ส่วนใครทำตัวเรียบง่าย ธรรมดา มีชีวิตชีวา เข้าอกเข้าใจคนอื่น มักได้รับความนิยม
3.ใช้ชีวิตอย่างไม่เห็นแก่ตัว มีความสุขในการ “น้อมตนลงรับใช้คนอื่น” อย่างที่เราเรียกกันในเวลานี้ว่า มีจิตสาธารณะสูงนั่นเอง คนไม่เห็นแก่ตัว หากแต่เห็นแก่คนส่วนใหญ่ มักได้รับความรักจากมหาชนอย่างกว้างขวาง คนชั้นนำทุกคนล้วนเป็นคนใจสูง ที่เห็นส่วนรวมมาก่อนส่วนตัวเสมอ
4.เป็นผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศ ดูอย่าง บารัก โอบามา ก็ได้ ต้นทุนทางการเมืองเขาไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับ ฮิลลารี คลินตัน อดีตคู่แข่งที่เป็นเจ้าสังเวียนมาก่อน แต่ทุกครั้งที่เขาลุกขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ คำพูดของเขา มักเจาะทะลวงเข้าไปอยู่ในใจของผู้ฟังเสมอ และนี่ก็คือเคล็ดลับที่ทำให้เขาโดดเด่นเป็นอย่างมาก จากความโดดเด่นนี้เขาจึงต่อยอดไปสู่ตำแหน่งแห่งเกียรติยศได้อย่างรวดเร็ว อยากจะลองตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งว่า คนชั้นนำที่เป็นผู้นำระดับโลก ล้วนมีคุณสมบัติข้อที่ 4 เหมือนกันแทบทั้งนั้น
ใครอยากเข้าไปนั่งอยู่ในใจคน ลองนำคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ดู แล้วจะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ที่จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนอย่างที่ตนเองต้องการ







