ผมจะพาบอลไทยไปบอลโลก
“ฟุตบอลโลก” คือเป้าหมาย คือความฝันที่คนรักบอลไทยทุกคนจนวลี “บอลไทยไปบอลโลก” ถูกหยิบยกนำมาเป็นนโยบายในการหา
“ฟุตบอลโลก” คือเป้าหมาย คือความฝันที่คนรักบอลไทยทุกคนจนวลี “บอลไทยไปบอลโลก” ถูกหยิบยกนำมาเป็นนโยบายในการหา
โดย...สไปเดอร์แมว
หลังจาก ไบรอัน ร็อบสัน ตัดสินใจ เซย์ กู้ดบาย ลาออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ใช้เวลาไม่นานในการสรรหาและว่าจ้าง วินฟรีด เชเฟอร์ โค้ชชาวเยอรมัน มารับช่วงต่อได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังไทย วางเป้าหมายให้กับ เชเฟอร์ ว่าต้องการเข้าถึงฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งไทยเคยทำได้มาแล้วภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ
ทั้งนี้ เชเฟอร์ จะประเดิมงานคุมทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 ที่ไทย จะรอพบทีมชนะระหว่าง อัฟกานิสถาน กับ ปากีสถาน ในวันที่ 23 และ 28 ก.ค.นี้ ซึ่งอย่างที่ทราบกันครับว่า “ฟุตบอลโลก” คือเป้าหมาย คือความฝันที่คนรักบอลไทยทุกคน อยากเห็นพลพรรคนักเตะทีมชาติไทยได้เข้าไปโลดแล่นสักครั้งหนึ่งในชีวิต จนวลี “บอลไทยไปบอลโลก” ถูกหยิบยกนำมาเป็นนโยบายในการหาเสียงอยู่ ณ เวลานี้
หากกวาดสายตามองไปยังป้ายหาเสียงที่ติดเรียงรายอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง จะเห็นว่ามีอยู่ 2 ท่านครับที่มีนโยบาลพาบอลไทยไปบอลโลกนั่นคือ “บิ๊กหอย” วนัสธนา หรือชื่อเดิมคือ ธวัชชัย สัจจกุล อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย แห่งพรรคพลังคนกีฬา และ “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตหัวหอกทีมชาติไทย แห่งพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
แน่นอนว่า การจะพาทีมชาติไทยไปเล่นฟุตบอลโลกนั้นคงไม่สามารถทำได้ชั่วข้ามคืน ลองมาดูกันว่า ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 2 ท่าน มีแนวทางปฎิบัติอย่างไรเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว
บิ๊กหอย...ดรีมทีม 2
ปฎิเสธไม่ได้ว่า สมัยที่ บิ๊กหอย นั่งเก้าอี้เป็นผู้จัดการทีมนั้น ขุนพลทีมชาติไทยภายใต้ชื่อ “ดรีมทีม” ได้รับความนิยมอย่างมากถึงมากที่สุด พร้อมกับการแจ้งเกิดของสตาร์ดังเช่น “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน, ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ฯ
ที่มาที่ไปของนักเตะชุดดรีมทีมยุคนั้นคือการนำเอานักเตะที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามในสโมสร หรือพูดง่ายๆคือพวกตัวสำรอง รวมกับแข้งดาวรุ่งโนเนมที่พอมีแวว นำมาเก็บตัวฝึกซ้อม ตระเวนแข่ง ใช้ชีวิตกินนอนร่วมกัน โดยมีบิ๊กหอยทำหน้าที่ควักกระเป๋าจ่ายเงินเดือน ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับสมัยนั้น
สาเหตุที่ต้องเอานักเตะระดับเกรด B มาปั้น เนื่องจากแข้งเกรด A ต่างติดภาระกิจรับใช้สโมสรเสียเป็นส่วนใหญ่ทำให้ไม่สามารถมารวมตัวฝึกซ้อมกันได้อย่างเต็มที่ และนี่เป็นวิธีการที่ บิ๊กหอย จะปัดฝุ่นนำกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งถ้าจะบอกว่าเป็น “ดรีมทีม 2” ก็คงไม่ผิดนัก
“ทุกวันนี้ฟุตบอลลีกบ้านเราบูมมาก สโมสรก็ไม่อยากจะปล่อยผู้เล่นตัวหลักมาเก็บตัวทีมชาติเป็นเดือนๆ ดังนั้นผมจึงคิดว่าวิธีเดิมที่เคยใช้น่าจะเหมาะกับการทำทีมชาติไทย”
บิ๊กหอย ยอมรับว่า แนวทางดังกล่าวมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย เพราะไม่มีชาติมหาอำนาจลูกหนังโลกชาติใดใช้วิธีการนี้ แต่ บิ๊กหอย ยืนยันว่านี่คือวิธีที่เหมาะกับทีมชาติไทยที่สุดแล้ว
“ต่างชาติเค้าเรียกผู้เล่นมาเก็บตัวก่อนแข่งไม่ต้องนานมาก ซึ่งที่เค้าทำได้เพราะลีกเขาแข็งแกร่ง แต่มาตรฐานลีกบ้านเรายังไม่ถึงขนาดนั้น ดังนั้นเราต้องเก็บตัวกันยาวๆ ซึ่งตัวอย่าง มีให้เห็นแล้วเมื่อเร็วๆนี้ ทีมชาติไทยเก็บตัวกันไม่ กี่วันแล้วก็ไปตกรอบซีเกมส์ ตกรอบซูซูกิคัพ”
นอกจากนี้ เรื่องเทคนิคของผู้เล่นเป็นสิ่งที่บิ๊กหอยมองว่าสำคัญไม่แพ้กัน โดยยกตัวอย่าง ลิโอเนล เมสซี หรือ ดีเอโก มาราโดนา ที่มีรูปร่างเล็กเหมือนกับนักเตะไทย แต่สามารถสู้กับผู้เล่นรูปร่างสูงใหญ่ได้อย่างสบายๆ
และหากได้รับเลือกสมใจ บิ๊กหอยวางเป้า “ฟุตบอลโลก 2018” น่าจะได้เห็นธงไทยไปโบกสบัดในรอบสุดท้ายที่รัสเซีย
เดอะตุ๊ก...พันล้านสานฝัน
ในขณะที่บิ๊กหอยเป็นยอดผู้จัดการทีมชาติ “เดอะตุ๊ก” ก็มีศักดิ์ศรีเป็นถึง อดีตศูนย์หน้าในตำนานของทีมชาติไทย และมีตำแหน่งเป็นหนึ่งในสภากรรมการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในชุดที่ผ่านมา โดยแนวทางพาบอลไทยไปบอลโลกของเจ้าของเดอะตุ๊กแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือระยะสั้น กลาง และยาว
ในระยะสั้น ดาวยิงเจ้าของฉายาเพชฌฆาตหน้าหยก กล่าวว่าได้ดำเนินการไปแล้ว คือการมีส่วนร่วมในฐานะหนึ่งในสภากรรมการฯ ดึง เชเฟอร์ มาคุมทีมชาติไทย ซึ่งนอกจากงานคุมทีมชาติ ยังเตรียมให้ เชเฟอร์ เป็นวิทยากรอบรมพัฒนาศักยภาพของโค้ชชาวไทยด้วย
ขณะที่ระยะกลาง เดอะตุ๊กกล่าวว่าจากความนิยมของศึกไทยลีกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ต้องไม่ลืมพัฒนาแข้งเยาวชนควบคู่ไปด้วย โดยวางแผนให้มีการแข่งขันลีกสำรองของสโมสร ซึ่งจำกัดอายุนักเตะไม่เกิน 21 ปี
สำหรับแผนระยะยาวคือจัดตั้งศูนย์พัฒนานักเตะเยาวชน 9 ศูนย์ทั่วประเทศไทยในแต่ละภูมิภาค โดยให้แข้งเยาวชนที่พอมีแววมาใช้ชีวิตและเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกันในศูนย์ตั้งแต่เด็ก โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเป็นผู้ดูแล
“ทุกวันนี้เรามาผิดทาง เราใช้ครูพละในการสอนฟุตบอลเด็กๆ ซึ่งที่จริงแล้วเราควรใช้โค้ชที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในรื่องฟุตบอลโดยตรง”
ทั้งนี้ หากแผนการทุกอย่างดำเนินไปตามที่คิดไว้ เดอะตุ๊กมองว่าน่าจะใช้เวลา 7-8 ปี สำหรับการพาบอลไทยไปบอลโลกภายใต้งบประมาณหลัก “พันล้านบาท”
“ผมเคยไปดูงานที่เกาหลีใต้ พวกเขาใช้งบเป็นพันล้านบาทในการพาทีมไปบอลโลก ซึ่งถ้าเราจะไปให้ถึงตรงนั้น ก็คงต้องใช้เงินราวๆนั้นเช่นกัน ซึ่งผมมองว่าไม่ใช้จำนวนเงินที่มากจนเกินไปเลย หากเทียบกับชื่อเสียงของประเทศที่จะออกสู่สายตาชาวโลก รวมทั้งความสุขของประชาชนคนไทย”


