
สู่ถ้ำโพธิสัตว์‘ตั๊กม้อ’ปฏิสันถารกับพระจีน(ตอน๘)
ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการ หลวงพ่อพระอาจารย์อารยะวังโส
ตามที่ทราบว่า หลวงพ่อได้เดินทางไปเจริญสมณธรรมที่ถ้ำปรมาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน ประเทศจีน จึงใคร่ขออาราธนาให้เล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางศึกษาปฏิบัติของสาธุชน และจะได้ร่วมอนุโมทนาในการบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ด้วย
เคารพอย่างสูง
อารีย์ เตชะหรูวิจิตร
ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์กลาง
“กราบบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ เรียกว่า ปัญจเคารพ เพราะฉะนั้นการนั่งกรรมฐานไม่ใช่มานั่งทันที ต้องกราบไหว้พระให้เรียบร้อย ไหว้ครูก่อน แล้วใจขณะนี้ต้องระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ถ้าเราไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ นั่งไม่ได้ เรียก จิตฟุ้งซ่าน จิตต้องสงบอยู่กับความเคารพ อันมีศรัทธาเป็นเครื่องมือหล่อเลี้ยง และเขามีศีล เขารักษาศีล ๕ ศีล ๘ ต่อไปให้เขาทำฌานโดยยกสู่อารมณ์ เสวยในอารมณ์ เข้าปีติ เข้าสุข เข้าสู่อุเบกขา ความเป็นหนึ่งเดียวของจิต ถึงจุดนี้แล้วจิตจะเป็นหนึ่งเดียว”
วิสัชนา : จึงจะเป็นเรื่องของธรรมะหรือเรื่องของสังฆา อย่างเช่น ที่พูดระลึกถึงพระพุทธเจ้าใน ๙ ข้อนี้ เป็นข้อที่ระลึกถึงเป็นตัวอย่าง ต้องระลึกถึงอย่างมีข้อธรรม ว่าเราระลึกถึงข้อธรรมไหน เมื่อจิตเข้าไปถึงข้อไหน แล้วถูกอารมณ์ข้อนั้น จิตจะรวมพลังเป็นหนึ่ง เราก็เพ่งรู้เข้าไปในอารมณ์นั้นแหละ ให้อารมณ์นั้นเป็นที่อยู่ของจิต เหมือนคนอาศัยบ้านอยู่ จิตก็จะสงบอยู่ในอารมณ์นั้น เหมือนคนที่อยู่สงบในบ้านหลังนั้น ในความสงบของจิต เรียกว่า สมาธิ
ในสมาธิจะมีอารมณ์ธรรมอยู่ ๕ องค์ ยกขึ้นสู่อารมณ์ เรียกว่า วิตก เสวยในอารมณ์นั้น เรียกว่า วิจาร และสืบต่อไปในข้อที่ ๓ อิ่มเอิบกายจิต แผ่ซ่านออกมา เรียกว่า ปีติ เกิดปีติ ก็เข้าสู่ความสุข จิตที่สุข ก็จะพบความสงบสุข หรืออุเบกขา เป็นหนึ่งเดียวของจิต เพราะฉะนั้นผู้เจริญสมาธิต้องเข้าใจอารมณ์ธรรมทั้ง ๕ ตัวนี้ เหมือนเราขับรถยนต์ต้องผ่าน ๕ สถานี จะใช้เวลา ๑๐ นาที ครึ่งชั่วโมง หรือเป็นชั่วโมง ก็แล้วแต่ความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นการนั่งสมาธิ คือการรู้ในอารมณ์ ต้องรู้อยู่ตลอด และควบคุมให้จิตเดินไปบนเส้นทางตามที่กล่าว เหมือนคนขับรถ ที่ควบคุมรถไปแต่ละสถานี บนเส้นทางไม่ให้ตกไปข้างทาง จะเข้าสู่สมาธิขั้นสูงสุด ที่เรียกว่าเป็นจิตหนึ่งเดียว ในจิตดวงเดียว ในหนึ่งเดียวนั้น ก็ค้นคว้าต่อไป เป็นเรื่องของญาณรู้ เป็นปัญญาเกิดขึ้นในจิตแล้ว จนถึงความรู้ขั้นสูงสุดที่เรียกว่า ญาณวิสุทธิ หรือ พุทธภาวะ ตรงนั้นเรียกว่า หลักวิปัสสนาญาณ ซึ่งมีหลักธรรมอยู่ที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอย่างเข้าใจ มีความละเอียดประณีตมาก ยิ่งกว่า ๕ องค์ธรรมของสมาธิเมื่อกี้ ซึ่งมีทั้งหมด ๓๗ องค์ธรรมของวิปัสสนาญาณ จุดสูงสุดเมื่อเข้าสู่ญาณรู้ขั้นสูงสุด เรียกว่า พุทธภาวะ หรือ พระอรหันต์เจ้า
กลับมาพูดเรื่องสมาธิ ว่าสมาธิจะเข้าได้เร็วมาก อย่างชำนิชำนาญนั้น ประการที่หนึ่ง ศรัทธาต้องดี ฉันทะต้องเข้มแข็ง โดยเฉพาะศรัทธาในพระพุทธศาสนานั้น ต้องเข้มแข็ง สอง ศีล วินัย หรือข้อวัตร ต้องสะอาด สาม เชี่ยวชาญเข้าใจในวิธีการปฏิบัติ ข้อนี้สำคัญมาก เดี๋ยวจะให้แพทย์หญิงที่เป็นลูกศิษย์มาเข้าสมาธิให้ดู ด้วยวิธีการทำฌาน (รูปฌาน ๔) โดยก่อนนั่งสมาธิต้องกราบบูชาพระรัตนตรัยก่อนเป็นปกติ โดยกราบบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูอาจารย์ เรียกว่า ปัญจเคารพ เพราะฉะนั้นการนั่งกรรมฐานไม่ใช่มานั่งทันที ต้องกราบไหว้พระให้เรียบร้อย ไหว้ครูก่อน แล้วใจขณะนี้ต้องระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ครูอาจารย์ ถ้าเราไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ นั่งไม่ได้ เรียก จิตฟุ้งซ่าน จิตต้องสงบอยู่กับความเคารพ อันมีศรัทธาเป็นเครื่องมือหล่อเลี้ยง และเขามีศีล เขารักษาศีล ๕ ศีล ๘ ต่อไปให้เขาทำฌานโดยยกสู่อารมณ์ เสวยในอารมณ์ เข้าปีติ เข้าสุข เข้าสู่อุเบกขา ความเป็นหนึ่งเดียวของจิต ถึงจุดนี้แล้วจิตจะเป็นหนึ่งเดียว
ดูจากหน้าของเขา เขาจะเกร็งตลอด นี่คือจิตรวมตัวเข้าไปแล้ว เพราะเขาเชี่ยวชาญในการเข้า ไม่ว่าใครจะเสียงดัง เขาก็ไม่ส่งจิตไปรับรู้ นี่คือจิตที่ความเป็นหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว สภาพจิตขณะนี้ เมื่อเขาลดกำลังลงถึงจะไปทำวิปัสสนาญาณได้ เขาจะนั่งกี่ชั่วโมง จะนั่งเป็นวันก็ได้ คำถามว่า นั่ง ๓ วัน ๕ วันได้ไหม จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คำตอบคือว่า นั่งแล้วได้อะไร
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







