
ไทยจะไม่มีปัญหาสีเสื้ออย่างเดียวดาย
ช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีหลังมานี้ บางครั้งบางคราวหากจะแต่งตัวออกจากบ้านต้องคิดหนักเป็นพิเศษ
ช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีหลังมานี้ บางครั้งบางคราวหากจะแต่งตัวออกจากบ้านต้องคิดหนักเป็นพิเศษ
ซึ่งนอกจากจะต้องคำนึงถึงเรื่องการแต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย เหมาะสมกับกาลเทศะแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามลืมคือ...สีเสื้อ!!!
คงไม่ต้องสาธยายอธิบายให้หงุดหงิดกันนะครับว่า “สีเสื้อ” ถูกนำไปโยงเป็นสัญลักษณ์ และส่งผลกระทบอย่างไรต่อประชาชนคนไทยในทุกวันนี้ แต่ขอบอกว่าไม่ใช่คนไทยเท่านั้นที่ทะเลาะกันเรื่องสีเสื้อ เพราะแม้กระทั่งเมือง “ผู้ดี” ประเทศอังกฤษ ยังนำเรื่องนี้มาสร้างความขัดแย้งได้เหมือนกัน
ที่มาที่ไปมาจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดฤดูกาลลูกหนัง แต่ละสโมสรก็เริ่มทยอยเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ที่จะใช้สำหรับฤดูกาลหน้าออกมาล่อตาล่อใจ หวังดูดเงินจากกระเป๋าของแฟนบอล
บางทีมทำชุดออกมาโดนใจก็โชคดีไป แต่ในขณะเดียวกันบางทีมเปิดตัวชุดใหม่ออกมาพร้อมกับเสียงก่นด่าของแฟนบอล หนึ่งในนั้นคือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรเจ้าของสโลแกน You’ll Never Walk Alone หรือ “คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย” ดังนั้นจึงไม่อยากให้คนไทยเป็นชาติเดียวที่มีปัญหาเรื่องสีเสื้ออย่างเดียวดาย บุคคลในถิ่นแอนฟิลด์ก็เลยทะเลาะกันเรื่องสีเสื้อเป็นเพื่อนด้วย (คริๆ)
สำหรับชุดแข่งคอลเลกชันใหม่ในฤดูกาลหน้า ลิเวอร์พูลคลอดออกมา 3 แบบ 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดงสำหรับเกมนัดเหย้า สีดำสำหรับเกมนัดเยือน และแบบสุดท้ายคือสีขาวที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าดันมีสีโทน ฟ้าน้ำเงิน เข้ามาประกอบด้วย
งานนี้เล่นเอาเดอะค็อปถึงกับร้องเฮ้ยยย... เพราะนั่นเป็นสีประจำของสโมสรคู่ปรับร่วมเมือง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ชัดๆ แม้กระทั่ง หลุยส์ ซาฮา ดาวยิงทอฟฟี่เมนเองยังงงเป็นไก่ตาแตก
“ชุดเยือนสีฟ้าของลิเวอร์พูลงั้นเหรอ? คงไม่มีอะไรแปลกไปกว่านี้แล้วล่ะ” ซาฮา โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ของตัวเอง
สื่ออังกฤษรายงานว่า จากโพลในเว็บไซต์ The Liverpool Way แฟนหงส์กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ “ยี้” ชุดแข่งใหม่ และเริ่มมีความคิดที่จะบอยคอตไม่ซื้อชุดนี้มาให้รกหูรกตา
“ผมไม่เข้าใจจริงๆ กับชุดใหม่บ้าๆ นี่ ทำไมไม่เอาโลโก้เชลซี หรือเอฟเวอร์ตันมาติดแทนเสียเลยล่ะ” เดอะค็อปรายหนึ่งประชด
ขณะที่ทางสโมสรก็รีบออกมาชี้แจงว่า ได้พยายามดีไซน์แบบเสื้อสีใหม่ๆ ออกมาเพื่อเป็นทางเลือกอันหลากหลายให้กับแฟนบอล และการมีสีฟ้าหรือน้ำเงินแต่งแต้มอยู่บนชุดแข่งของทีมก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยนะตัวเอง
“เมื่อปี 1999 เรามีชุดสีเขียวพร้อมกับแถบคาดสีน้ำเงิน และในฤดูกาล 2001-2002 เรามีทั้งชุดเยือนสีเหลืองคาดแถบน้ำเงิน และอีกชุดนึงก็เป็นสีขาวแถบฟ้า” โฆษกทีมหงส์แดง กล่าว
ทั้งนี้ นอกจากลิเวอร์พูลแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็เป็นอีกทีมที่มีปัญหาสีเสื้อเช่นกัน โดยชุดเสื้อใหม่ของพวกเขามองเผินๆ นึกว่าเป็นทีม “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ซะงั้นน่ะ
ทันทีที่เสื้อชุดนี้ออกสู่สายตาแฟนบอล คาดว่าจะเป็นสาวกเรือใบสีฟ้ารุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาโวยวาย แถมยังหาว่าทำไมจะต้องไปเลียนแบบมิลานด้วยเนี่ย วัยรุ่นเซ็งนะฮาฟฟฟ...
แต่หารู้ไม่ว่าทีมเรือใบสีฟ้าเคยใช้ชุดลักษณะนี้เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งช่วงนั้นแมนฯ ซิตี ยิ่งใหญ่ถึงขนาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดฤดูกาล 1967-1968 ได้แชมป์เอฟเอคัพ 1969 แถมออกไปผงาดในยุโรปด้วยการซิวแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี 1970 ด้วยเหตุนี้เองสโมสรจึงอยากทำชุดออกมาแนวย้อนยุคเพื่อรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต
“เลียนแบบงั้นเหรอ? เราใช้ชุดลายทางสีแดงและดำมาตั้งแต่ปี 1968 และไม่ใช่แค่ปีนั้นปีเดียวแต่หลังจากนั้นเราใช้มามากกว่าทศวรรษ มันเป็นชุดเยือนแบบลายทางที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเลย” แฟนเรือใบรุ่นเก๋า เผย
แต่อย่างไรก็ดี ในอีกมุมหนึ่งก็มีแฟนบอลส่วนหนึ่งที่ไม่ได้สนใจหรือซีเรียสอะไรกับเรื่องสีเสื้อ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ “ชัยชนะ” ของสโมสรอันเป็นที่รัก
“โดยส่วนตัวแล้วผมไม่แคร์ว่าชุดแข่งจะเป็นสีน้ำเงิน หรือจะมีลายจุดสีชมพูอยู่บนเสื้อ ถ้ามันใส่แล้วทีมประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก” แฟนหงส์รายหนึ่ง กล่าว
เกิดฤดูกาลหน้าลิเวอร์พูลซิวแชมป์ลีกสมัยที่ 19 ขึ้นมาได้สำเร็จ เผลอๆ พวกแฟนบอลที่ด่าๆ ชุดใหม่อยู่นี้จะแห่ไปซื้อเก็บไว้กันแทบไม่ทัน







