ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์ การทำงานคือการผ่อนคลาย
เซอร์ไพรส์แกมประหลาดใจให้คนรอบข้างไม่น้อย สำหรับ “ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์”
เซอร์ไพรส์แกมประหลาดใจให้คนรอบข้างไม่น้อย สำหรับ “ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์”
โดย..วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
บุตรชายคนเล็ก ดร.เถลิง และน้องชาย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ก่อนนี้เรียกว่าไปได้สวยกับการทำงานในบริษัทเอกชนชื่อดังหลายแห่ง อาทิ บริษัท เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป บริษัท เมอร์ค ประเทศไทย บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แอดไวซอรี่ แอสโซซิเอทส์ บริษัท คอลเกต ปาล์มโอลีฟ สหรัฐอเมริกา บางแห่งการันตีตำแหน่งไว้ด้วย แต่จู่ๆ วันหนึ่งกลับบอกว่าทั้งหมด “ไม่ใช่” เพราะสิ่งที่ “ใช่” คือการเป็นวิทยากรให้ความรู้
กล้าที่จะนับหนึ่ง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ณ วันนี้ดอกเตอร์ตระกูลดังผู้นี้ได้ผันตัวเองมาเป็น Consulting Partner และเป็นคนแรกของประเทศไทยที่ได้รับประกาศนียบัตรวิทยากร หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ (Leading Bold Change) ของลีดเดอร์ชิปกูรูชื่อดัง “ดร.จอห์น คอตเตอร์” จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้บริษัทชายคาที่ได้รับรางวัลระดับโลก ผู้ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงอย่าง “ออคิด สลิงชอท” และเขาคือ GURU Change Leadership ที่อายุยังน้อยด้วยวัย 37 ปี
เป็นใครก็คงอดสงสัยไม่ได้ที่ดอกเตอร์จากเมืองนอกยังหนุ่มแน่นจะทิ้งตำแหน่งสูงๆ เงินเดือนแพงๆ และอนาคตที่กำลังไปได้สวย แล้วกลับมา “นับหนึ่งใหม่” ด้วยการหันมาจับงานวิทยากรฝึกฝนและพัฒนาบุคลากรในองค์กรต่างๆ
“จริงๆ ทุกงานที่ผ่านมาทำได้ไหม...ได้ ดีไหม...ก็คงดี เพราะนายก็ไม่เคยบ่น ที่ผ่านมาทุกคนโอเคกับผมและผมก็รู้สึกดีกับพวกเขาเช่นกัน เพียงแต่ว่ายังไม่ใช่ตัวผม ผมทำได้ก็จริงแต่ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ ทุกครั้งที่ลาออกก็จะมีคนถามว่าลาออกทำไม เจ้านายก็ว่าอยู่ที่นี่ดีแล้ว บางแห่งการันตีว่าต้องไปสเต็ปต่อไป แต่ผมเลือกไม่อยู่เพราะเป็นคนที่ทนกับอะไรที่ไม่ใช่ไม่ได้ นี่คือตัวตนของผม และวันหนึ่งมีการอบรมที่บริษัทก็รู้สึกเหมือนมีมือมาผลักประตูที่ปิดอยู่ให้เปิดออก สิ้นสุดการอบรมผมก็เดินไปหาอาจารย์วิทยากรบอกท่านว่าอยากทำงานแบบนี้บ้าง ซึ่งท่านก็ให้โอกาสได้ลองทำ” ดร.ธัญ น้อง ดร.ธรณ์ กล่าว
เมื่อรู้ว่าใช่...ช้าไม่เป็น
ดอกเตอร์อารมณ์ดีผู้มีลีลาการพูดที่ชัดถ้อยชัดคำสมกับผู้รักภาษาไทยเมื่อรู้ว่าการเป็นวิทยากรคือคำตอบที่เฝ้ารอการตกผลึกมาตลอด จึงได้เดินทางไปเรียนหลักสูตร Leading Bold Change จาก “ดร.จอห์น คอตเตอร์”เจ้าของหลักสูตรโดยตรง ณ สหรัฐอเมริกา จนจบเป็นคนแรกของไทยและได้รับการรับรองให้เปิดสอนในเมืองไทย
“ผมมองว่ามันเหมือนคนที่พบเนื้อคู่ยังไงยังงั้น และด้วยนิสัยที่รู้ว่าอะไรใช่แล้วต้องลุยเลย ไม่ทำไม่ได้ จึงเดินทางไปเรียนหลักสูตร Leading Bold Change ที่อเมริกาและเป็นคนแรกของไทยที่เรียนจบเมื่อปลายปีที่แล้ว”
จุดแข็งของเขาคือการเป็นนักที่คิดเกินวัยได้ถูกนำมาปรับใช้กับงานสอนการพัฒนาบุคลากรในองค์กรและการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ใครๆ ต่างชื่นชม โดยเป้าหมายในการสอนทุกครั้งของเขาจะวัดความสำเร็จที่ผู้รับ.มิใช่ผู้ให้
ปัจจุบันดอกเตอร์ผู้นี้แม้เป็นวิทยากรหน้าใหม่ แต่งานวิทยการมีไม่ต่ำกว่า 20 วันต่อเดือน แต่ละวันต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้ายันเย็น แต่เขายังยิ้มให้กับงานที่เขารัก ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ไม่คิดลาออกเพราะเขาถือว่าการสอนคือวิธีการผ่อนคลายที่ดีที่สุด
“ผมชอบที่จะสอน 6 วันติดก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะวิธีการผ่อนคลายของผมคือการสอน บางคนว่าทำงานเหนื่อยหนักแล้วจะผ่อนคลายได้ยังไง แต่สำหรับผมทุกวันที่มาทำงานคือการผ่อนคลาย” ดอกเตอร์ผู้มากด้วยศิลปะและลีลาการสอน ทิ้งท้าย
ผ่อนคลายแบบ ดร.ธัญ
ตีกอล์ฟ : เล่นตั้งแต่ 9-10 ขวบ แต่จริงจังก็ตอนเรียนมัธยมอยู่เมืองนอก เพราะโรงเรียนมีกีฬาให้เล่นมากมาย เหตุที่หลงใหลกอล์ฟเพราะมีความอิสระ เล่นเวลาไหนก็ได้ เล่นคนเดียวก็ได้ ไปคนเดียวทั่วในสนามได้หมด คนฝีมือต่างชั้นก็เล่นด้วยได้ ต่างจากกีฬาอื่น เช่น เทนนิส ต้องมีคนเล่นด้วย เวลาเสิร์ฟ โฟร์แฮนด์ แบ็กแฮนด์ ไม่ไปไหน อยู่จุดเดิมๆ เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการเล่นกอล์ฟอยู่ที่การวางแผน ตีให้ถูกลูกใครก็ตีได้ แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีต้องวางแผน เช่น จะวางตัวยังไง ตีช็อตต่อไปยังไง มันมีความท้าทายอยู่ในตัว ทุกวันนี้ลูกชายก็หันมาตีกอล์ฟเหมือนพ่อแล้ว
ท่องเที่ยว : อาจเป็นเพราะอยู่เมืองนอกนาน 15-16 ปี เลยทำให้ชอบที่จะเที่ยว “เมืองไทย” มากกว่า เวลาเหมาะๆ หรือช่วงเทศกาลจะไปกันทั้งครอบครัว เช่น ที่เชียงใหม่ซึ่งมีบ้านอยู่ที่นั่นด้วย ไปชมธรรมชาติ ดูนกชมสวน ดูวัดวาอาราม วัฒนธรรมประเพณี บางครั้งล่องใต้ไปเที่ยวทะเลที่หัวหิน ระยอง
ฟังเพลง : ชอบเพลงลูกทุ่งมาแต่เด็กแล้ว เนื้อหาสาระดีและกินใจ แต่ละเพลงรู้เลยว่าคนแต่งรู้สึกยังไง นักร้องลูกทุ่งก็เสียงเพราะ เอาดนตรีออกให้ร้องสดๆ ก็ยังเพราะ เช่น ไผ่ พงศธร ไหมไทย ใจตะวัน ถ้าเพลงสตริงลองเอาดนตรีออก รายไหนรายนั้น ฟังไม่ค่อยได้ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าทำไมชอบ คำตอบก็ประมาณว่า “บอลนอกอยู่ในใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด” อีกอย่างเพราะชอบภาษาไทย สำเนียงอักขระไทยมีเสน่ห์ดี นอกจากชอบฟังยังชอบร้องด้วย เคยอัดเอง ร้องเอง ฟังเอง สนุกดี ตอนเป็นวิทยากรโชว์หน้าเวทีบ่อยๆ ผู้เข้าอบรมตะลึงเลย...ไม่อยากเชื่ออาจารย์ก็ช่างกล้า
อ่านหนังสือ : อ่านได้ทุกแนว ทุกภาษา แล้วแต่เวลานั้นต้องการอะไร ที่ชอบ เช่น เพชรพระอุมา ของ พนมเทียน จะอ่านเวลาที่รู้สึกว่าโลกปราศจากความถูกต้องเป็นธรรม เพราะเพชรพระอุมามีจุดเด่นที่เรื่องคุณธรรม อ่านเพื่อเตือนตัวเองว่าในโลกนี้สิ่งที่ถูกต้องยังมีอยู่ หัสนิยายก็ “พล นิกร กิมหงวน” ของ ป. อินทรปาลิต อ่านสนุก...สนุกเพราะลีลาภาษาเขียนของผู้ประพันธ์ นิยายไทยก็ของ “ทมยันตี” ที่สไตล์การเขียนมักทิ้งอะไรไว้ให้คนอ่านได้คิดต่อเสมอ ส่วนวิชาการของ ดร.จอห์น คอตเตอร์ เช่น หนังสือ Our Iceberg Is Melting ที่เรื่องวิชาการแท้ๆ แต่เขียนเหมือนนิทานทำให้คนทุกระดับอ่านสบายๆ เพลินที่จะอ่านจนจบ เป็นตำราวิชาการที่ผมอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน
ใส่บาตร : การใส่บาตรทำให้ได้ผ่อนคลายและมีความอิ่มใจนะ แต่ก่อนต้องขับรถไปใส่บาตรนอกหมู่บ้านหรือไปที่วัดเพราะไม่มีพระเข้ามาบิณฑบาต เมื่อ 2 เดือนก่อนจึงไปนมัสการประสานกับเจ้าอาวาสได้อนุเคราะห์ส่งพระมาบิณฑบาตในหมู่บ้านสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกวันนี้ผู้คนออกมารอใส่บาตรที่หน้าบ้าน บรรยากาศดีมาก โผล่หน้ามาก็ทักทายกัน ซึ่งหาไม่ได้จากการใส่บาตรนอกบ้าน ส่วนผมกับลูกๆ 6 โมง 40 จะมารอใส่บาตรก่อนจะไปส่งที่โรงเรียน


