ไลฟ์สไตล์ ไม่เริ่ด ไม่ใช่ ‘เอลิสต์’
บุคคลกลุ่ม “เอลิสต์” สำหรับฟากฟ้าเมืองไทย ดูๆ ไป ก็มีอยู่หลากหลายตระกูล
บุคคลกลุ่ม “เอลิสต์” สำหรับฟากฟ้าเมืองไทย ดูๆ ไป ก็มีอยู่หลากหลายตระกูล
โดย...วราภรณ์
บุคคลกลุ่ม “เอลิสต์” สำหรับฟากฟ้าเมืองไทย ดูๆ ไป ก็มีอยู่หลากหลายตระกูล ได้แก่ “ณรงค์เดช” “ยุคล” “อิงคะวัต” “กฤดากร” “ลำซ่ำ” “อัศวโภคิน” “เจียรวนนท์” “จิราธิวัฒน์” “จึงรุ่งเรืองกิจ” “ไกรฤกษ์”ฯลฯ หรือจะเป็นตระกูล “ภิรมย์ภักดี” ก็ล้วนฮอตๆ ทั้งนั้น
ลองไปดูไลฟ์สไตล์ของเหล่าเอลิสต์ของ 3 สาวตระกูลดัง ได้แก่ ศรีกาญจนา ปังศรีวงศ์ และสวัสดิวัตน์ ว่าพวกเธอชอบรับประทาน หรือช็อปปิ้งครั้งละกี่หลัก เคยนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดบ้างหรือไม่ !
ไต่ลำดับขึ้นไปที่ เอลิสต์ รุ่นผู้นำธุรกิจสาว ยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา ที่ประสบความสำเร็จด้านการทำธุรกิจนำเข้านาฬิกาแบรนด์หรู ยูกิเป็นบุตรคนที่ 2 ของ ไพบูลย์ อิงคะวัต นักการธนาคารที่ต้องย้ายไปประจำตามประเทศต่างๆ ทำให้ลูกสาวทั้งสามคน เกิดที่ประเทศญี่ปุ่น จึงมีชื่อว่า ยูริ ยูกิ และยูมิ ตามลำดับ
ยูกิ ศึกษาจบปริญญาตรีด้านการละครที่มหาวิทยาลัยเคนท์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเธอนั่งบริหารงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เพนดูลัม เธอสมรสกับ จุลพยัพ ศรีกาญจนา มีลูกสาว 3 ใบเถา ได้แก่ ปรางค์อภินรา พิมพ์พิมพ์พยัพ และพลอยพลอยพยัพ ศรีกาญจนา
ถามถึงรสนิยมการรับประทาน เธอชอบอาหารอิตาเลียนและญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 1 ครั้งจะรับประทานอาหารนอกบ้านกับครอบครัว ร้านอาหารร้านโปรด คือ ร้านอาหารญี่ปุ่นชินทาโร่ ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เมนูโปรด คือ ซูชิโรล กับปลาดิบ สำหรับร้านอาหารอิตาเลียน คือร้านบิสคอตติ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เช่นกัน
สำหรับการเดินทาง ยูกิเคยนั่งทั้งเครื่องบินชั้นประหยัดและบิซิเนสคลาส โดยบินชั้นบิซิเนสไกลสุด คือ สหรัฐอเมริกา
“นั่งเครื่องบินชั้นประหยัดกับลูกๆ เพราะยังไม่ถึงเวลา เราต้องสอนลูกว่า การที่เขาจะไปถึงจุดประสบความสำเร็จได้ คนเราจะต้องค่อยๆ ไต่ ต้องทำงาน ไม่ใช่เกิดมาปุ๊บสบายเลย เราส่งให้เขาไปเรียนเมืองนอกให้เขารู้จักความลำบาก และต้องดูแลตัวเอง”
แบรนด์สินค้าโปรดอย่างเช่น กระเป๋า ได้แก่ อีฟส์-แซงต์ โรลองต์ แอร์เมส ต่างหูคู่โปรด คือ ต่างหูเพชร ส่วนนาฬิกาต้องเพนดูลัมเท่านั้น ปัจจุบันยูกิใช้บัตรเครดิตทั้งหมด 3 ใบ วงเงิน 7 หลัก เคยรูดเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ เพราะลูกๆ ช่วยใช้ (หัวเราะ) หากช็อปปิ้งครั้งหนึ่งๆ อยู่ที่ตัวเลข 6 หลักทั้งเมืองนอกและเมืองไทย ส่วนเดือนเดือนหนึ่งเธอมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวหลายแสนบาททีเดียว
“จริงๆ ชีวิตเอลิสต์ก็ไม่จำเป็นต้องหรูหราตลอด เวลาไปอยู่เมืองนอกก็ขึ้นรถเมล์หรือรถใต้ดินได้ เพราะคือชีวิตที่เราเคยใช้มาก่อนเมื่อตอนเป็นนักศึกษา หรือตอนไปเยี่ยมลูก ๆ เราก็พาลูกขึ้นรถเมล์ เพื่อให้เขารู้ว่านี่คือชีวิตที่เขาต้องใช้ อย่างเมืองไทยเราก็ขึ้นรถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นเอลิสต์หรือคนธรรมดา เพราะสะดวก กรุงเทพฯรถติด “ ที่สำคัญการศึกษาของลูก ๆ จะต้องระดับปริญญาโท อยากให้ลูก ๆ ศึกษาจบได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก และรู้สึกสนุกกับงานที่ทำ“ ดิฉันเชื่อว่า หากเราได้ทำงานและชอบในสิ่งที่ทำนั่นคือ ความสำเร็จที่จะตามมา “
เอลิสต์รุ่นกลางๆ แวว-ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ ทายาทเจ้าของเครือโรงแรมรีสอร์ตเคป กรุ๊ป และแคนทารี กรุ๊ป ปัจจุบันรั้งตำแหน่งผู้จัดการด้านการพัฒนาโครงการ บริษัท เกษมกิจ จำกัด คลื่นลูกใหม่เจ้าของโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ทั่วประเทศกว่า 15 แห่ง
ธีร์วัลคุ์ ศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรีสาขาอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประกาศนียบัตรด้าน Art History and Apprecitation ที่ Sotheby’s Institute of Art ประเทศอังกฤษ ปริญญาโทการจัดการอิมพีเรียล คอลเลจ ประเทศอังกฤษ
“มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ วางตัวเหมาะสม มีความสามารถ เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม น่านับถือไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือร่ำรวย เพราะแววคิดว่า เราน่าจะยกย่องคนที่จิตใจและคุณงามความดีมากกว่าเงินทอง เพราะรูปร่างหน้าตา หรือความร่ำรวยใครๆ ก็มีได้” ธีรวัลคุ์ ให้คำจำกัดความของคำว่า เอลิสต์
สัปดาห์หนึ่งๆ เธอรับประทานข้าวนอกบ้านในช่วงเสาร์อาทิตย์ตลอด สำหรับร้านโปรดที่ไม่เน้นราคาแต่ขอให้รับประทานอร่อย คือ “ซาน็อตติ” ร้านอาหารอิตาเลียนที่ศาลาแดง เมนูโปรด คือ “ฟูซิลี่แกะ” ถ้ามื้อแพงมากๆ คุณพ่อคุณแม่จะจ่าย
เธอเคยนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด ส่วนใหญ่บินไปดูงานในประเทศ ไปกับเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ๆ ก็สนุกดี แต่ถ้าไปทำธุรกิจโดยไปเช้าเย็นกลับ เธอเลือกนั่งบิซิเนส คลาส เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน นอกจากนี้ ยังนั่งชั้นบิซิเนส คลาส ไปอังกฤษ เพราะไปไกลแบบนันสต๊อป ปัจจุบันใช้บัตรเครดิต 2 ใบ บัตรเดบิตอีก 1 ใบ ถ้าไปช็อปปิ้งเมืองนอกก็อาจมีขยายวงเงินเพิ่ม
“เป้าหมายในชีวิต แววอยากทำงานสืบสานธุรกิจของคุณพ่อคุณแม่ให้เจริญก้าวหน้า ทำงานให้มีคุณภาพดี และทำให้ดีขึ้นไปอีก ก็อยากทำงานช่วยเหลือสังคมเหมือนคุณพ่อ ส่วนคู่ครองก็อยากได้ผู้ชายที่ตั้งใจทำงาน และมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ เข้ากันได้ คุยกันรู้เรื่อง ไม่เกี่ยงเรื่องนามสกุล”
ปิดท้ายที่ เฟม-ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ เอลิสต์ วัย 24 พระสหายสนิทตั้งแต่ชั้นประถมในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาจนจบมัธยม 6 และไปเรียนต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะนี้ช่วยคุณแม่ (ดร.ทรงสมร สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา) บริหารโรงเรียนทรงวิทยา จ.สมุทรปราการ โรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งมานาน 50 ปีแล้ว ก่อนจะบินไปศึกษาต่อด้านมาสเตอร์ ออฟ คอมมูนิเคชัน อิน เอดยูเคชัน ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กรุงนิวยอร์ก เธอให้คำนิยาม “เอลิสต์” ว่า เป็นค่านิยมที่คนคิดและสมมติขึ้นมาเอง
“รู้สึกดีกับคำว่า เอลิสต์ คือคนที่มีระดับ แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะเรามีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย คุณพ่อ (ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์) และคุณแม่จะสอนและเน้นด้านการศึกษาเป็นหลัก อย่างน้อยๆ ลูกต้องศึกษาจบปริญญาโท ถ้าเรียนโทมีความสุข คุณพ่อก็จะให้เรียนถึงปริญญาเอก”
ปฏิเสธว่าเป็นเอลิสต์ แต่ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 “คุณพ่ออยากให้ใช้รถยุโรปเพราะแข็งแรง สมรรถนะดี” ด้านเทคโนโลยี เธอใช้โทรศัพท์มือถือแบล็คเบอร์รี่ โบลด์ 9700 แถมเร่งๆ จะซื้อไอโฟน 4 เพิ่ม ส่วนเสื้อผ้าแบรนด์ที่ชอบที่สุดแบรนด์ไทย ได้แก่ มิลิน และวิกทีรุต ถ้าเป็นแบรนด์นอกเธอชอบปุชชี่ อเล็กซานเดอร์ แมคควีนส์ และอเล็กซานเดอร์ แวง แต่ไม่ค่อยได้ซื้อบ่อย หากซื้อมาก็ใช้ร่วมกันระหว่างคุณแม่และคุณน้าจึงจะคุ้มค่า ด้านกระเป๋าชอบของ บอยด์แบ็ค ซีลีน อีฟส์แซงต์ โรลองต์
สำหรับสเปกหนุ่มไม่เน้นที่ชาติตระกูล แต่ชอบผู้ชายตัวสูง นามสกุลไม่ต้องเลิศหรูแค่มีไลฟ์สไตล์ที่ไปกันได้ ร้านอาหารร้านโปรด ม.ล.ทรงลักษณ์ รับประทานข้าวนอกบ้านบ่อย มื้อเย็น 5 วัน ร้านโปรดคือ นิปปอน เต และมูเกนได ที่ทองหล่อ มีบัตรเครดิตใช้ 1 ใบ
“เฟมใช้บัตรเครดิตไม่บ่อย ใบนี้ก็เป็นบัตรเสริมของคุณพ่อ และไม่ค่อยชอบช็อปปิ้งโดยใช้บัตรเครดิต ชอบใช้เงินสดเพราะไม่ชอบเป็นหนี้ เดือนหนึ่ง ช็อปไม่เยอะแค่ 23 หมื่นบาท คุณพ่อคุณแม่สอนเสมอไม่อยากให้ฟุ้งเฟ้อ เพราะเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เนื่องจากบ้านเราทำโรงเรียน อย่าใช้รถหรูเพราะบริเวณบ้านก็อยู่ใกล้ๆ โรงเรียน ดังนั้นเราไม่อวด” สำหรับเป้าหมายในชีวิตคือ การมีสุขภาพที่ดี ส่วนด้านหน้าที่การงาน คุณแม่อยากให้มาสานต่อการบริหารโรงเรียนทรงวิทยา และทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง


