เพลงรวมมิตร สามสหายจากอังกฤษ
สัปดาห์นี้เราจะพาไปท่องอังกฤษ ผ่านทางผลงานของวงดนตรีจากเมืองผู้ดีที่น่าสนใจ 3 วงที่มีผลงานออกในเวลาไล่เลี่ยกัน
สัปดาห์นี้เราจะพาไปท่องอังกฤษ ผ่านทางผลงานของวงดนตรีจากเมืองผู้ดีที่น่าสนใจ 3 วงที่มีผลงานออกในเวลาไล่เลี่ยกัน
โดย...เพ็ญแข
สัปดาห์นี้เราจะพาไปท่องอังกฤษ ผ่านทางผลงานของวงดนตรีจากเมืองผู้ดีที่น่าสนใจ 3 วงที่มีผลงานออกในเวลาไล่เลี่ยกัน
เริ่มต้นกับพี่ใหญ่ เอลโบว์ วงดนตรีอยู่มานานถึง 20 ปีแล้ว
Build a Rocket Boys! (Elbow/Universal Music)
หน้าตาอาจจะดูไม่เหมือนนักดนตรีเท่าไหร่ แต่ว่าพวกเขานี่ล่ะชั้นเซียนเลย ประกอบด้วยสมาชิกคือ กาย (นักร้อง) ริชาร์ด (กลอง) เครก (ออร์แกน) มาร์ค (กีตาร์) และพีท (เบส) พวกเขาจากเมืองแมนเชสเตอร์ มีงานชุดแรกออกมาในปี 2001 ผลงานชุดแรกๆ ของพวกเขาได้รับความชื่นชอบจากคนฟังและเหล่านักวิจารณ์ไม่น้อย แต่ก็เทียบไม่ได้กับ The Seldom Seen Kid ซึ่งทำให้ เอลโบว์ ได้ เมอร์คิวรี ไพรซ์ ในปี 2008 ทั้งยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
หลังอัลบั้มที่โดดเด่นชุดนั้น หลายคนอาจจะอยากรู้ว่าวงจะเดินไปในทิศทางใด และ Build a Rocket Boys! ก็เป็นคำตอบว่า เอลโบว์ ไม่ยอมสูญเสียตัวตนไปกับการทำงานแบบเมนสตรีม
พวกเขายังคงเอกลักษณ์ของวงในเรื่องการสร้างสรรค์ซาวด์ดนตรีทันสมัย อลังการ เสริมจินตนาการ นุ่มนวล เสียงกีตาร์ของเอลโบว์ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวง เคล้าคลอด้วยเสียงออร์แกนเก่าๆ ออร์เคสตรา รวมถึงซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ เพอร์คัสชัน และมีคณะนักร้องประสานมาสร้างสีสัน
เสียงเทเนอร์ของกายนั้นจับใจคนฟังได้ไม่ยาก เนื้อเพลงอาจจะพูดเรื่องที่เป็นสากล แต่เล่าด้วยวิธีการที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการหวนคำนึงถึงเรื่องราวในวัยเด็ก ความคิดถึงคนในอดีต การครวญใคร่ถึงชีวิตของชายวัยกลางคน หรือการเอ่ยอ้างถึงคนธรรมดาๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ก่อเกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ไม่ว่าจะเงินทองหรือชื่อเสียง ไม่ได้ทำให้ เอลโบว์ เปลี่ยนไป พวกเขายังคงเป็นวงดนตรีที่มีสแตนดาร์ดของตัวเองให้รักษา พวกเขาสร้างสรรค์งานดนตรีมีคลาส แบบนี้จึงทำให้คนฟังขาประจำคลั่งไคล้กันต่อไป อัลบั้มนี้เอาไปเลย 4 ดาว
Ritual (White Lies / Universal Music)
กลุ่มนักดนตรีผู้นิยมความหม่นหมองวงจากลอนดอน เป็นการรวมตัวของ แฮร์รี (นักร้องกีตาร์) ชาร์ลส (เบส) และแจ็ก (กลองคีย์บอร์ด) พวกเขาเคยทำงานแนวนีโอบริตป๊อปมาก่อนแล้วจึงเปลี่ยน “เวย์” มานำเสนองานเพลงร็อกหม่นๆ ปนพังก์หน่อยๆ เพลงของพวกเขามีรสชาติคล้ายงานของ นิก เคฟ บางครั้งก็ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เอคโค แอนด์ เดอะ บันนีเมนส์
Ritual เป็นอัลบั้ม 2 ชุดยิ่งหม่นหมองกว่าชุดก่อน แต่ก็เป็นความหม่นหมองอันเพลิดเพลิน ไวต์ ไลส์ พัฒนาความสามารถในการแต่งเพลงขึ้นมาอีกระดับ เสียงร้องและซินทีไซเซอร์นั้นโดดเด่น
ทุกแทร็กจะพาคนฟังย้อนกลับไปสู่ทศวรรษ 1980 Streetlights เป็นเพลงซินท์ป๊อปที่ฟังเพลิน Bigger Than Us และ The Power & The Glory เป็นอิเล็กโทรป๊อปที่เคยฮิตกันในอดีต บางเพลงมีกลิ่นอายแบบอินดัสเทรียลปนๆ อยู่
เพลงของไวต์ ไลส์ เล่าเรื่องความรัก ความตาย ความเชื่อ และความหมายของสิ่งต่างๆ แบบเข้ารหัส ซึ่งบางทีก็ยากที่จะเข้าใจ ดนตรีของพวกเขาอาจจะไม่ได้ใหม่ที่สุด หรือช่วยให้จินตนาการบรรเจิดเฟื่องฟุ้ง แต่ก็เป็นงานที่มีสไตล์ แถมด้วยบางท่อนตอนที่สามารถฮิตได้ง่ายๆ
นี่นับเป็นอัลบั้มที่ไม่เลวเลยสำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปินอันหม่นหมอง และมีเรื่องราวให้ขบคิด ขออนุญาตให้ 3 ดาวครึ่ง
Valhalla Dancehall (British Sea Power/PMD+)
วงอินดี้ร็อกจากเมืองไบร์ทตันที่ใครๆ ก็มักจะนำเอาไปเปรียบเทียบกับรุ่นใหญ่อย่าง จอย ดิวิชัน ขณะที่หลายๆ คนอาจจะคิดเหมือนกันว่า เพลงของพวกเขาละม้ายวงรุ่นพี่อย่าง เฟลมมิง ลิปส์ หรือแม้แต่ แมนิก สตรีต พรีเชอร์ส มากกว่า
ก่อตั้งวงปี 2000 สร้างชื่อเสียงจากการแสดงสดก่อนได้เซ็นสัญญากับสังกัด บริติช ซี พาวเวอร์ สร้างกลุ่มแฟนเพลงประจำให้กับตัวเอง แม้จะไม่ใช่กลุ่มใหญ่นักแต่ก็เหนียวแน่น สำหรับ Valhalla Dancehall เป็นอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 นอกเหนือจากสมาชิกดั้งเดิมคือ แฮมิลตัน, โนเบล, แยน และวู้ด แล้วก็ยังมี เอบี ฟราย และฟิล ซัมเนอร์ มาร่วมงานด้วย
บทเพลงของ บริติช ซี พาวเวอร์ เป็นร็อกหลากกลิ่น โอ่อ่า ทว่าไร้ท่อนฮุก ในอัลบั้มมีเพลงกลิ่นอายพังก์แฝงพลังดิบๆ อย่าง Thin Black Sail และ Stunde Null นอกจากนี้ ยังมีเพลงช้าๆ อย่าง Georgie Ray, Baby และ Cleaning Out the Rooms รวมอยู่ด้วย ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็น Once More Now เพลงความยาว 11 นาที ที่จะพาคนฟังเดินทางไปสู่สถานที่ซึ่งแสนไกล นับเป็นหนึ่งในงานทรงพลังที่พวกเขาสร้างสรรค์ออกมา
เสียงกีตาร์แกร่งกร้าว เสียงร้องที่สามารถจะพาจิตล่องลอย หลายๆ เพลงของ บริติช ซี พาวเวอร์ แต่งสีสันอิเล็กทรอนิกส์เข้าไป ทั้งยังมีคณะนักร้องประสานเสียงมาร่วมงานด้วย เนื้อหาในบทเพลงพูดถึงเรื่องการเมือง รวมไปถึงความสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาวผู้เป็นอิสระ
ผลงานเพลงชุดนี้งดงามในแบบฉบับของตัวเอง เป็นอัลบั้มระดับ 3 ดาว และอาจจะเป็นงานที่ดีที่สุดของ บริติช ซี พาวเวอร์ ณ ตอนนี้
3 วง 3 สไตล์ ชุดไหนต้องจริตก็เลือกไปฟัง


