posttoday
ร้อนแบบ ‘แมนๆ’

ร้อนแบบ ‘แมนๆ’

11 พฤษภาคม 2554

ช่วงนี้อากาศร้อนแบบได้ใจในหลายๆ พื้นที่นะคะ โดยเฉพาะช่วงวันก่อนฝนจะตก ซึ่งร้อนแบบไม่เกรงใจประชาชนชาวไทยจริงๆ

ช่วงนี้อากาศร้อนแบบได้ใจในหลายๆ พื้นที่นะคะ โดยเฉพาะช่วงวันก่อนฝนจะตก ซึ่งร้อนแบบไม่เกรงใจประชาชนชาวไทยจริงๆ

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

ช่วงนี้อากาศร้อนแบบได้ใจในหลายๆ พื้นที่นะคะ โดยเฉพาะช่วงวันก่อนฝนจะตก ซึ่งร้อนแบบไม่เกรงใจประชาชนชาวไทยจริงๆ พอถึงช่วงอากาศร้อนแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน หนูดีก็จะเปิดแอร์สู้กันไปเลย แบบร้อนมา เราก็เย็นเจี๊ยบไป ไม่เห็นมีอะไรต้องกังวล เพราะบ้านและที่ทำงานในเมืองไทยเดี๋ยวนี้มีแอร์กันแทบทั้งหมดอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้หนูดีเปลี่ยนไปพอสมควรค่ะ เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่โปรดที่สุดในโลก (เพิ่งได้คุยกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในโตเกียว และไม่มีใครเสียชีวิตเลยในครอบครัว ถามเธอว่า ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม จะให้ส่งเงินหรือสิ่งของไปอย่างไรบ้างที่จะเป็นประโยชน์กับคนในพื้นที่จริงๆ เพราะไม่อยากเดาเองอย่างคนไกล เธอบอกว่าไม่อยากได้อะไร เพียงแต่ขอให้เราไปเที่ยวญี่ปุ่นเหมือนเดิม แล้วนำเงินนั้นไปใช้จ่ายหมุนเวียนในประเทศเขา เพราะตอนนี้ไม่มีใครอยากไปญี่ปุ่นแล้ว มันแย่มากเลย ฟังแล้วหนูดีจ๋อยเลยค่ะ ต้องหาโอกาสกลับไปอีกครั้งแน่ๆ) อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งก่อนที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว หนูดีมีโอกาสเข้าไปรับการอบรมศาสตร์แพทย์ทางเลือกของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “เซไต” หรือ “เซทาอิ” อยู่หนึ่งครั้ง เป็นเวลาที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับหนูดีมาก

ศาสตร์ “เซทาอิ” เท่าที่หนูดีทราบ ในขณะนี้มีสอนอยู่ในเมืองไทยอยู่ 2-3 ที่แล้ว แต่ตอนที่หนูดีไปที่โตเกียวนั้น ได้ไป “อิโมโตะ เซทาอิ” ที่คุณหมออิโมโตะได้นำศาสตร์โบราณนี้มาฟื้นฟูปรับเปลี่ยนบางส่วนใหม่ตามแนวคิดของแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งคุณหมอได้เรียนรู้มาด้วย เซทาอิจึงถูกใจหนูดีมาก ด้วยความที่มันเป็นส่วนผสมของใหม่และเก่าที่ลงตัวพอดี ให้คำอธิบายที่ชัดเจนกับเราได้ในหลายๆ เรื่อง และมีเรื่องหนึ่งที่หนูดียังจำได้แม่น และนำมาปรับใช้ในช่วงฤดูร้อนต่อฤดูฝนในตอนนี้ นับว่าเป็นคำแนะนำที่เหมาะกับเมืองไทยช่วงนี้จริงๆ ค่ะ

อันดับแรก คือ เซทาอิ จะค่อนข้างต่อต้านและไม่เห็นด้วยเสมอไปกับการใช้เครื่องปรับอากาศ เขาให้เหตุผลว่า คนเมืองทั่วไปทุกวันนี้เป็นโรคอะไรประหลาดๆ เยอะมาก โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เชื้อโรค หรืออีกนัยหนึ่ง โรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตแบบ “ผิดๆ” ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออากาศร้อนมาก ร่างกายเราจะปรับตัวด้วยการค่อยๆ ขับเหงื่อและสารพิษต่างๆ ในร่างกายออกมาพร้อมกับเหงื่อด้วย แต่เมื่อเราเลือกจะ “ผิดธรรมชาติ” ด้วยการใช้แอร์เย็นๆ เข้าข่ม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่นั่งทำงานตรงจุดที่แอร์เป่าพอดีนั้น โชคร้ายซ้ำซ้อนเลยค่ะ

เพราะว่าตามธรรมชาติร่างกายของเรา เมื่อเจอความเย็นมากระทบ ต่อมเหงื่อก็จะหดตัวลงเองโดยอัตโนมัติ และการที่ร่างกายเรา “เหงื่อไม่ออกเลย” แม้จะทำให้เราดูสวยและหน้าไม่มันได้ตลอดทั้งวัน แต่ผลเสียก็คือ ของเสียต่างๆ ก็หมุนวนอยู่ในร่างกายเรา ไม่ออกไปไหนเสียที คนที่อยู่ในแอร์ทั้งวัน พอถึงตอนเย็นๆ จึงรู้สึกขัดเนื้อขัดตัว หนูดีเองก็เป็น ยิ่งเวลาที่ต้องอยู่ในห้าง แถมเป็นแอร์ของห้างใหญ่ๆ ซึ่งระบบการฟอกอากาศไม่น่าจะดีเท่าในบ้านอยู่แล้ว บางครั้งพอถึงตอนเย็นก็ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ไปเลย

พอเรียนรู้อย่างนี้ หนูดีก็เริ่มปรับตัวสู้ร้อนขึ้นมาบ้าง โดยเลือกวันไหนที่พอจะปิดแอร์ได้ ไม่เสียงานและไม่เดือดร้อนคนอื่น เช่น วันที่ต้องนั่งเคลียร์งานอยู่ที่บ้าน หรือพิมพ์ต้นฉบับที่บ้าน (เช่นตอนที่พิมพ์ต้นฉบับที่คุณผู้อ่านถืออยู่ในขณะนี้ละค่ะ) หนูดีก็จะเลือกปิดแอร์ และถ้าร้อนมากเกินไป ก็จะเปิดพัดลมส่ายๆ แบบไม่ให้ลมเป่ามาตรงๆ ที่ตัวเรา แม้จะมีเหงื่อออกบ้างแบบซึมๆ แต่ก็รู้ว่านี่เป็นกระบวนการขับสารพิษปกติที่สมควรแล้ว และในระยะยาวมันจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงกว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่าวันที่ทำงานโดยการพบเจอผู้คน ก็คงไม่สามารถเลือกตัวเลือกนี้ได้เสมอไป

หากเป็นวันที่ต้องอยู่แอร์ และเย็นๆ รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ หนูดีจะเลือกเอาศาสตร์ไทยมาผสมค่ะ คือ การชงชาที่กระตุ้นธาตุไฟในตัวเรา ดื่มเข้าไปแล้วจะตัวร้อนๆ ทำให้สมดุลขึ้นมากในความรู้สึก ชานี้ชงง่ายมาก และสามารถหาซื้อวัตถุดิบเก็บไว้ในบ้านได้เลย มีส่วนผสมหลักๆ เพียงขิงแก่ๆ (ถ้าเลือกที่ไม่แช่น้ำจนอวบขาวได้จะยิ่งดีค่ะ แต่ขิงไม่แช่น้ำเดี๋ยวนี้หายากจัง) ลูกผักชีนำมาคั่วให้หอมๆ และลูกกระวานนำมาคั่วให้หอมๆ เช่นกัน (แต่ลูกกระวานคั่วแล้วระวังมันกระเด็นนะคะ หนูดีขำมาก เพราะคั่วทีไรมันจะระเบิดดังเป๊าะๆ และกระเด็นออกจากกระทะทุกที ต้องคอยหลบ) จากนั้นก็เพียงนำสามอย่างนี้มาต้มรวมกันแล้วดื่มร้อนๆ ใครชอบเผ็ดแค่ไหนก็ใส่ส่วนผสมตามสะดวกเลยค่ะ ล่าสุดน้องหวานเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ หนูดีก็เลยทำชานี้ใส่ถุงเล็กๆ แยกไป 7-8 ถุง เพื่อให้น้องขอน้ำร้อนจากแอร์โฮสเตสมาเติมในถ้วยชานี้ เพราะไม่ต้องต้มก็ได้ผลดีค่ะ กดน้ำร้อนใส่ก็ยังได้ ส่วนขิง หนูดีก็หั่นไปให้เป็นแว่นๆ เลย เพราะเวลานั่งในเครื่องบินนานๆ เกิน 2-3 ชั่วโมงขึ้นไป เราก็สามารถเกิดอาการแพ้แอร์ได้เช่นกัน โดยเฉพาะอากาศในเครื่องบินที่รู้กันดีว่า “รีไซเคิล” แบบสุดๆ ยิ่งกว่าอากาศในห้างเสียอีก

ส่วนพอเข้าหน้าฝน รอบตัวเราจะเริ่มมีความชื้นสะสมในอากาศเพิ่มขึ้น ดังนั้นตามแนวคิดของเซทาอิก็คือ เซลล์ของเราก็จะมีน้ำอยู่ในเซลล์เพิ่มขึ้น มีความชุ่มฉ่ำมากขึ้น ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อไม่ดี ในส่วนที่ไม่ดีนั้นก็คือทำให้เราต้องระวังในตอนนอนหลับค่ะ เพราะศาสตร์แพทย์ทางเลือกสายนี้ มองชีวิตเป็นหน่วยรวม ดังนั้นการที่เซลล์เราฉ่ำน้ำก็ทำให้ไตต้องทำงานหนักในการขับน้ำส่วนเกินออกไป และถ้าเราดื่มน้ำก่อนนอนเยอะมาก ก็จะทำให้เราตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อยตอนกลางคืน ส่งผลให้คุณภาพการนอนของเราลดลง ด้วยแนวคิดนี้ เซทาอิจึงแนะนำให้เราระมัดระวังการดื่มน้ำมากเกินไปในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนนอน ในฤดูฝนนี้ด้วยค่ะ หนูดีว่าเรียนรู้แล้วสนุกดีนะคะ แพทย์ทางเลือกในประเทศแถบเอเชียของพวกเรา

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69