
เพศศึกษาในวิขาลูกเสือ(ตอนที่3)
สัปดาห์ก่อนได้นำเสนอถึงเนื้อหาที่สอดแทรก
สัปดาห์ก่อนได้นำเสนอถึงเนื้อหาที่สอดแทรก
ในหลักสูตรด้านเพศศึกษาลูกเสือไปแล้วบางส่วน สัปดาห์นี้ คุณลัดดา จิตรวัฒนแพทย์ จะได้นำเสนอเนื้อหาและวิธีการจัดกิจกรรมให้ถูกใจเด็กและวัยรุ่น
ภัยสังคมและแนวทางการแก้ปัญหาเมื่อเผชิญภัยสังคมในรูปแบบต่างๆ เช่น การละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชน การล่วงละเมิดทางเพศ การล่อลวงให้เสพยาเสพติด เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มรุนแรงและกว้างขวางขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเน้นกิจกรรมสร้างความตระหนักและการคิดล่วงหน้าถึงภัยอันอาจเกิดขึ้น รวมทั้งรู้จักเสี่ยงและรู้จักหาทางออกเมื่อเผชิญกับสถานการณ์คุกคามทางเพศ
การประเมินความเสี่ยงทางเพศในสถานการณ์ต่างๆ และวิธีการหลีกเลี่ยง เช่น การอยู่สองต่อสองในที่ลับตา การสัมผัสเนื้อตัว การแต่งกายล่อแหลม การดูสิ่งยั่วยุ (เช่น หนังสือหรือหนังโป๊) และการใช้สุราหรือยาเสพติดกระตุ้นทางเพศ
คู่ครองในฝัน การสอนให้เด็กรู้ถึงคุณสมบัติที่ควรพิจารณาในการเลือกคู่ครอง
ความรุนแรง โดยเน้นให้ตระหนักถึงอิทธิพลของสื่อ ค่านิยม และพฤติกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่ความรุนแรง เช่น ความรุนแรงทางเพศ
เนื่องจากวิชาลูกเสือเป็นการเรียนรู้โดยการเข้าร่วมกิจกรรมของเด็ก มิใช่เป็นการบรรยายในห้องเรียนจึงขอยกตัวอย่างกิจกรรมลูกเสือที่เน้นทักษะชีวิตเรื่องการประเมินความเสี่ยงทางเพศในสถานการณ์ต่างๆ และวิธีการหลีกเลี่ยงมาพอให้เห็นภาพดังนี้
เสี่ยงไม่เสี่ยงรู้ได้อย่างไร
จุดประสงค์ : เพื่อให้ลูกเสือสามารถประเมินความเสี่ยงทางเพศในสถานการณ์ต่างๆ ได้
เนื้อหา/สาระ : สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันอาจนำไปสู่อันตรายที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะภัยทางเพศ ความสามารถประเมินสถานการณ์เสี่ยงจะนำไปสู่การรู้เท่าทันและระมัดระวังตนเองมากขึ้น
สื่อ/อุปกรณ์ :
1.กระดาษปรู๊ฟและปากกาหัวสักหลาด
2.ก้อนหินเล็กๆ
กิจกรรมครั้งที่ 1:
1.พิธีเปิดประชุมกอง (เข้าแถว ชักธง สวดมนต์ ตรวจ แยก)
2.ผู้กำกับลูกเสือนำเล่นเกมชนไก่
3.หมู่ลูกเสือนั่งล้อมวง วางกระดาษปรู๊ฟ ปากกาหัวสักหลาด ไว้กลางวง แจกก้อนหินเล็กๆ ให้คนละ 10 ก้อน
4.ให้ลูกเสือระดมสมองคิดว่า มีสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อภัยทางเพศอะไรบ้าง คิดให้ได้มากที่สุดในเวลา 5 นาที เขียนลงกระดาษปรู๊ฟ เรียงลำดับบรรทัดละ 1 ข้อ (จากการสังเกตการณ์เด็กมักเขียนสถานการณ์หลากหลาย เช่น การที่ชายหญิงอยู่ด้วยกันในที่ลับตา มีการถูกเนื้อต้องตัว การแต่งกายล่อแหลม การดูสื่อยั่วยุและมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
5.นายหมู่อ่านสถานการณ์ทีละข้อให้สมาชิกอภิปรายว่าทำไมจึงเสี่ยงจนครบทุกข้อ
6.ลูกเสือแต่ละคนให้คะแนนความเสี่ยง โดยวางก้อนหินของตนลงบนกระดาษตรงหัวข้อที่เลือก ให้น้ำหนักความเสี่ยงตามจำนวนก้อนหิน แต่ละคนวางได้แค่ 10 ก้อน
7.นายหมู่นับก้อนหิน จัดลำดับสถานการณ์ที่มีก้อนหินมากที่สุดลงมาน้อยที่สุดจำนวน 5 ข้อ นำผลที่ได้รายงานในกองลูกเสือทีละหมู่
8.ผู้กำกับรวบรวมสถานการณ์ที่ทุกหมู่รายงานนำอภิปรายและเพิ่มเติมดังนี้
รู้ได้อย่างไรว่าสถานการณ์ใดเป็นสถานการณ์เสี่ยงทางเพศ (จากสถิติหรือการได้ยิน/รับรู้มามักจะเกิดเหตุการณ์ที่เป็นภัยทางเพศในสถานการณ์เหล่านี้บ่อยๆ)
ผู้กำกับอธิบายว่า สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้เรียกว่า “เกณฑ์ประเมินความเสี่ยงทางเพศ” ซึ่งก็คือสถานการณ์ที่มักเกิดอันตรายหรือความเสี่ยงในเรื่องเพศ ซึ่งแต่ละสถานการณ์ มีความเสี่ยงมากน้อยต่างกัน
ผู้กำกับชวนคุยถึงวิธีการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
9.ผู้กำกับเล่าเรื่องคติ/ประโยชน์
10.พิธีปิดประชุมกอง (เข้าแถว นัดหมาย ตรวจ ชักธงลง เลิก)
กิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมที่มีความยั่งยืนอยู่ในระบบการศึกษาไทย และเป็นกิจกรรมภาคบังคับที่เด็กไทยเกือบทุกคนจะได้มีโอกาสเรียนถึง 9 ปี คือตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึง ม.3 อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นให้เหมาะกับวัยของเด็ก เป็นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือกระทำ โดยใช้นิทาน เกม และเพลงเป็นองค์ประกอบอย่างสนุกสนาน วิชาลูกเสือมีไว้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต เป็นหลักสูตรที่มีทั้งสาระของลูกเสือเดิมอย่างครบถ้วนและเพิ่มสาระที่จำเป็นในการเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อป้องกันปัญหาของเด็กในปัจจุบันอีก จึงนับเป็นทางเลือกของโรงเรียนในประเทศไทย ที่จะนำไปสอนในโรงเรียนได้อย่างสะดวก จึงนับได้ว่าเป็นเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปีลูกเสือไทย







