posttoday
ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงจะไม่เสื่อมไปจากประเทศไทย? (ตอนที่ ๙)

ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงจะไม่เสื่อมไปจากประเทศไทย? (ตอนที่ ๙)

18 เมษายน 2554

สืบเนื่องจากวิสัชนา ๒ เรื่องในธรรมส่องโลก “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงสูญสลายไปจากชมพูทวีป”

สืบเนื่องจากวิสัชนา ๒ เรื่องในธรรมส่องโลก “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงสูญสลายไปจากชมพูทวีป”

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบเรียน ท่านพระอาจารย์อารยะวังโส

สืบเนื่องจากวิสัชนา ๒ เรื่องในธรรมส่องโลก “ทำไมพระพุทธศาสนาจึงสูญสลายไปจากชมพูทวีป” และ “ทำไมศาสนาพุทธจึงถูกพราหมณ์ทำลายสูญสิ้นไปจากชมพูทวีป” ขอถวายปุจฉาว่า “ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจึงจะไม่เสื่อมไปจากประเทศไทย!?”

จริงอยู่ว่าการรับฟังวิสัชนาใน ๒ เรื่องข้างต้นนั้น หากน้อมเข้ามาพิเคราะห์พิจารณาโดยดี ก็พอจะได้คำตอบต่อคำถามนี้ แต่โยมอยากกราบขอท่านช่วยเมตตาอนุเคราะห์ประมวลคำตอบ เพื่อเป็นข้อสังวรระวัง หาทางป้องกันไม่ให้เกิด และช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในทางที่ชอบที่ควร...สืบไป

กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

โยมเกศนี จิรวัฒน์วงศ์

เมื่อภิกษุขาดความรู้ในพระธรรมคำสอนที่ถูกต้อง ก็ย่อมนำไปสู่การถือผิด ตีความผิด และนำไปสั่งสอนกันผิดๆ ให้มีแปลกประหลาดในวิธีการปฏิบัติที่มองดูแล้ว อย่างไรๆ ก็ไม่ใช่พุทธศาสนา อันนี้เกิดขึ้นมากในยุคเกลื่อนอาจารวาทในปัจจุบัน เมื่อการกระทำผิดๆ เกิดขึ้นจากการยึดถือผิดๆ จึงเป็นเหตุให้การยึดมั่นถือมั่นในตนนั้นสูงมาก จนยากจะรับฟังคำบอกกล่าว แนะนำของผู้รู้ใดๆ โดยเฉพาะยิ่งมีฐานะ มีสมณศักดิ์สูงมากขึ้น ยิ่งหลงตน ถือตัว และยึดความคิดผิดๆ บอกกล่าวสั่งสอนไปอย่างไม่ยอมรับรู้ว่า “พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอะไร?”

ภิกษุเหล่านี้กลายเป็นผู้ดื้อด้าน สอนยาก ไม่เคารพในพระธรรมคำสอนที่ถูกต้องตรงพระธรรมแท้ และด้วยความที่ปิดหูปิดตา ไม่รับรู้ และไม่เร่งเรียน เพื่อให้เข้าถึงเข้าใจ ในพระพุทธธรรมแท้ จึงขาดความเป็นผู้รู้ (พหูสูตร) ไม่ทรงธรรม ไม่ทรงวินัย ไม่ทรงมาติกา จึงไม่มีความรู้จริงที่จะบอกกล่าวสั่งสอนในเนื้อความแห่งพระสูตรทั้งหลายแก่ผู้อื่น จึงไม่สามารถส่งต่อพระพุทธศาสนาให้กับบุคคลรุ่นต่อไปได้ เรียกว่า ขาดมูลราก (อาจารย์) ที่จะอาศัยสืบต่อกันไป

อีกประการหนึ่ง ของภิกษุผู้ประกอบความเสื่อมอยู่เป็นนิจ คือการมุ่งแสวงหาวัตถุกาม สั่งสมเครื่องบริขาร ประพฤติย่อหย่อนในไตรสิกขา ดำรงตนอยู่ด้วยจิตที่ตกต่ำ ด้วยอำนาจของนิวรณ์ มุ่งหน้าไปในกิจอันไม่ควรแห่งเพศสมณะ คือ ไม่ประกอบการวิเวกธรรม – ไม่ปรารถนาความเพียร เป็นไปเพื่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เพื่อการบรรลุสิ่งที่ยังไม่ได้บรรลุ เพื่อการทำให้แจ้งในสิ่งที่ไม่ได้ทำให้แจ้ง และเมื่อภิกษุผู้บวชในภายหลังได้เห็นพระเถระประพฤติเสื่อมถอยตามที่กล่าวมา ก็ย่อมประพฤติปฏิบัติตาม จึงนำไปสู่ความเสื่อมของหมู่คณะ

ดังที่ปรากฏเป็นอยู่ให้เห็นว่า ถ้าสมภาร อาจารย์ใหญ่ ยังรับเงินทองสนใจสะสมของมีค่า ผูกพันกับญาติโยมที่ไม่ใช่ธุระอันควร เที่ยวเตร่ไปทั่ว อันไม่เป็นไปตามกิจของสงฆ์ ขบฉันอาหารผิดกาล ไม่ถูกต้องในวัตถุอันควร ไม่ฝึกฝนจิต ไม่เล่าเรียนทบทวนพระธรรมคำสั่งสอน ฯลฯ สุดท้ายพระเณรเถรชีในวัดก็จะมีความประพฤติไปทางเดียวกันหมด หนักๆ เข้าสมมติสมภารเป็นตุ๊ดแต๋ว จึงมีพระตุ๊ดเณรแต๋วเข้ามาบวชอยู่ในสำนักกันเยอะแยะดังที่เป็นข่าว และแอบปกปิดกันไป ด้วยข้ออ้างว่า กลัวศาสนาเสื่อม ซึ่งแท้จริงการปกปิดซ่อนเร้นไม่แก้ไขปัญหาที่มีอยู่ให้หมดไป

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน

“วราวุธ” เผย ไม่ทิ้งรถยนต์สันดาป หนุน SME อยู่ในระบบซัพพลายเชน