posttoday
ไทยออยล์จับมือกรมทรัพย์ฯ-จุฬาฯ พลิกฟื้นชีวิตทะเลไทย

ไทยออยล์จับมือกรมทรัพย์ฯ-จุฬาฯ พลิกฟื้นชีวิตทะเลไทย

02 เมษายน 2554

เป็นที่รู้กันดีว่า แนวปะการังยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับประเทศ

เป็นที่รู้กันดีว่า แนวปะการังยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับประเทศ

ที่มาจากอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่เมื่อกลางปีที่แล้ว ได้เกิดวิกฤตแนวปะการังทั่วทั้งโลกประสบปัญหาปะการังฟอกขาวขึ้น โดยมีสาเหตุจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นเวลานานเกินกว่าปะการังในทะเลจะดำรงชีวิตอยู่ได้

ไทยออยล์จับมือกรมทรัพย์ฯ-จุฬาฯ พลิกฟื้นชีวิตทะเลไทย

ประเทศไทยเองก็มิอาจรอดพ้นจากเหตุการณ์นี้ โดยพบว่าแนวปะการังบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกได้รับความเสียหายอยู่ในระหว่าง 40-80% อันประกอบด้วย ปะการังเขากวาง ทั้งแบบกิ่งและแบบโต๊ะ ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังดอกเห็ด ปะการังฟอกขาวเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 7-8 ครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่ามีความรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง แหล่งท่องเที่ยวบางแห่งต้องงดการท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยออยล์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการพลิกฟื้นชีวิตแนวปะการังให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ในการฟื้นฟูครั้งนี้ พันธมิตรทั้งสามองค์กรได้เลือกแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะสีชัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีขนาดพื้นที่ 0.63 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 394 ไร่ ลักษณะโดยทั่วไปเป็นแนวปะการังแบบชายฝั่ง ปะการังที่พบส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน ปะการังดาวใหญ่ ปะการังวงแหวน และปะการังช่องเหลี่ยม นอกจากนั้นยังมีปะการังแบบกิ่ง เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังดอกกะหล่ำ ปะการังแบบแผ่น เช่น ปะการังลายดอกไม้ ปะการังจาน เหมือนๆ กับปะการังในแถบอ่าวไทยทั่วๆ ไป

สำหรับความเสียหายของแนวปะการังในแถบบริเวณหมู่เกาะสีชัง นอกจากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังเกิดความเสียหายและเสื่อมโทรมจากสาเหตุทางธรรมชาติ เช่น การแตกหัก และการพลิกคว่ำจากคลื่นลมในช่วงฤดูมรสุม ที่สำคัญเกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่มีผลจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งในบริเวณดังกล่าวได้ขยายตัวออกไป

ความร่วมมือระหว่างไทยออยล์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงเป็นการฟื้นฟูแนวปะการัง ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ของแนวปะการังที่เสื่อมโทรมให้กลับมีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม

เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ในการฟื้นฟูมี 2 วิธีใหญ่ๆ คือ การย้ายการปลูกปะการังและการเพิ่มพื้นที่ลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง ซึ่งควรใช้ทั้งสองวิธีควบคู่กันไป รวมถึงมีมาตรการบริหารอื่นๆ ที่เหมาะสมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ไทยออยล์จับมือกรมทรัพย์ฯ-จุฬาฯ พลิกฟื้นชีวิตทะเลไทย

นอกจากนี้ การขยายพันธุ์จากเซลล์สืบพันธุ์ของปะการังได้มีการทดลองและดำเนินการคู่ขนานกันมา เพื่อเพิ่มศักยภาพการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้กลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์ “ขอขอบคุณ บริษัท ไทยออยล์ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญโดยให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการนี้อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำงานวิจัยการขยายพันธุ์ปะการังด้วยการเพาะขยายพันธุ์จากเซลล์สืบพันธุ์ของปะการังมาใช้ในโครงการนี้ นอกจากจะทำให้แนวปะการังที่เสื่อมโทรมบริเวณหมู่เกาะสีชังได้รับการฟื้นฟูและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เพื่อเรียนรู้ระบบนิเวศน์แนวปะการัง และวิธีการฟื้นฟูแนวปะการังให้แก่นิสิตนักศึกษา นักท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป” เกษมสันต์ กล่าว

ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปะการังที่เพาะขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีนี้มีมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งวิธีการเพาะขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้มีอัตราการปฏิสนธิมากกว่าร้อยละ 95 อัตราการลงเกาะร้อยละ 50-75 และอัตราการรอดภายหลังการเลี้ยงเป็นเวลา 6 เดือน ร้อยละ 40-50 ที่สำคัญ ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของทุกภาคส่วนที่จะมาร่วมกันเริ่มต้นแก้ไขปัญหา

สุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ ในฐานะผู้สนับสนุนโครงการครั้งนี้ กล่าวว่า บริษัทเห็นความสำคัญของการรักษาสภาพแวดล้อมทั้งบนบก รวมถึงสิ่งแวดล้อมในทะเล ชุมชนที่ศรีราชาให้โอกาสเราทำงาน ประกอบกับเรามีนโยบายในการดูแลรักษาและเน้นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ทะเลที่อยู่รายรอบโรงกลั่นยังอยู่ในสภาพที่ดี ชาวประมงหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติ ชุมชนอยู่ได้ ไทยออยล์ก็อยู่ได้ ดังนั้นการที่บริษัทสนับสนุนโครงการนี้ถือเป็นการดูแลชุมชนด้วย

“นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการนำหอกลั่นขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วไปทำแนวปะการัง โดยมีการประสานกับกองทัพเรือ เพื่อใช้เป็นแหล่งอนุบาลกล้าปะการังได้อีกทางหนึ่ง” สุรงค์ กล่าว

ส่วนด้าน ศราวุฒิ ศรีรัตนะ ตัวแทนจากชุมชนตลาดอ่าวอุดม จงรัก บุญชอบ ตัวแทนชุมชนบ้านอ่าวอุดม และวิเชียร ตัวแทนจากชุมชนบ้านทุ่ง ได้ร่วมกันกล่าวว่า ปัจจุบันชุมชนเหล่านี้ทำอาชีพประมงน้ำตื้นอยู่แล้ว การที่ไทยออยล์เข้ามาดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมอาชีพของชาวบ้านในชุมชนนี้ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อทะเลได้รับการฟื้นฟู ระบบนิเวศก็จะดีขึ้น สัตว์ทะเลก็จะตามมาเช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือความร่วมมือของทั้งสามฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษา ที่ร่วมกันกอบกู้วิกฤตที่เกิดจากมหันตภัยปะการังฟอกขาวให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เพื่อสร้างสมดุลทางธรรมชาติให้กลับมาสู่ทะเลไทยอีกครั้งหนึ่ง

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69