
บวชเรียนภาคฤดูร้อนขัดเกลาจิตใจลูกหลาน (ตอน ๒)
ในช่วงฤดูร้อน นักเรียนปิดเทอม พ่อแม่จึงนิยมนำลูกๆ ไปบวชเณร ซึ่งก็น่าอนุโมทนายินดี
ในช่วงฤดูร้อน นักเรียนปิดเทอม พ่อแม่จึงนิยมนำลูกๆ ไปบวชเณร ซึ่งก็น่าอนุโมทนายินดี
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส
ในช่วงฤดูร้อน นักเรียนปิดเทอม พ่อแม่จึงนิยมนำลูกๆ ไปบวชเณร ซึ่งก็น่าอนุโมทนายินดี กับการช่วยกันเพาะบ่มต้นกล้าให้กับพระพุทธศาสนา
แต่สิ่งที่สำคัญที่อยากจะฝากเป็นข้อคิดผ่าน “ธรรมส่องโลก” และขอให้พระอาจารย์ช่วยวินิจฉัย คือ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายกับเด็กๆ ที่เขาไปบวชเณร และไม่นำมาสู่ความประทับใจเลย มีหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้น แล้วนำความทุกข์ใจมาให้กับเด็กๆ จนถึงพ่อแม่ เช่น เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศจากพระพี่เลี้ยงที่ทุศีลจนติดเอดส์กลับมา หรือเด็กไปบวชสามเณรฤดูร้อนในวัดปฏิบัติแห่งหนึ่ง เมื่อลาสิกขาออกมาแล้ว กลับได้สิ่งที่ไม่ดีกลับมา คือ สูบบุหรี่ เพราะพระในวัดสูบบุหรี่เป็นตัวอย่าง และอีกหลายๆ เรื่องที่ไม่อยากจะนำมากล่าว ขณะเดียวกันในส่วนที่ดีนั้นก็มีมากมาย เช่น เด็กๆ เข้าใจและรักพระพุทธศาสนา มีการซึมซับวิถีพุทธไว้ในชีวิต เป็นคนใกล้วัด รู้จักการปฏิบัติธรรม เจริญภาวนา และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน รู้คุณ มีความกตัญญูกตเวทิตา มีสัมมาคารวะ ให้ความเคารพกับพ่อแม่ ญาติ พี่น้องมากขึ้น รู้จักความควร ความไม่ควร กลัวการทำบาป และนิยมการทำบุญ ฯลฯ
ที่กล่าวมาทั้งหมดโดยสรุป เพื่อหวังให้พระอาจารย์อารยะวังโสช่วยให้ข้อคิดแนวทางปฏิบัติกับพ่อแม่ของเด็กๆ ที่จะนำลูกไปบวชเณร และขอให้พระอาจารย์ช่วยให้ข้อคิดกับเถรสมาคม สำนักพระพุทธศาสนา เพื่อความรับผิดชอบมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาสืบต่อไปเบื้องหน้า
จึงขอรบกวนมา ณ โอกาสนี้
ด้วยความเคารพ
ผู้ปกครองสามเณร
วิสัชนา : อันเป็นดัชนีที่แสดงถึงความเสื่อมโทรมทางจิตวิญญาณ ความย่อยสลายของระดับศีลธรรมในสังคมวิถีพุทธ ซึ่งกลายเป็นการหมักหมมเพาะบ่มปัญหาให้กับสังคมและประเทศชาติในระยะยาว ที่จะนำไปสู่ผลอันน่าสะพึงกลัวต่อสังคมของมวลมนุษยชาติในเบื้องหน้า ทั้งนี้ เพราะไม่มีอะไรที่น่ากลัวเท่ากับความชั่วร้ายของสัตว์มนุษย์ในหมู่สัตว์ทั้งหลาย... นี้เป็นเรื่องจริงที่มีปรากฏเรื่องราวอ้างอิงเป็นหลักฐานมาในทุกยุคทุกสมัย
ดังนั้น การนำเด็กๆ เข้าสู่โครงการบรรพชา หรือปฏิบัติธรรม เพื่อเพาะบ่มต้นกล้าคุณธรรม จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ดังคำกล่าวที่ว่า ปลูกพืช จะต้องเตรียมดิน ... จะกิน ต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการสังคม ต้องเตรียมมนุษย์ ... จะพัฒนาความบริสุทธิ์ ต้องเตรียมจิตใจ และหากจะเข้าสู่ความจัญไร ก็ให้อยู่อย่างไร้ศีลธรรม
ก่อนที่จะกล่าวว่า จะทำอย่างไร เมื่อต้องการนำบุตรหลานเข้าสู่โครงการบรรพชา หรือปฏิบัติธรรม อาตมาก็ขออธิบายให้เห็นอานิสงส์จากการบรรพชา หรือปัพพชา ซึ่งแปลว่า ผู้งดเว้นจากสิ่งทั้งหลายที่คฤหัสถ์กระทำกันก่อนว่ามีผลอย่างไร!? ซึ่งก็ต้องกลับไปพิจารณารูปแบบของการเข้าสู่การงดเว้นไม่กระทำกิจอย่างผู้ครองเรือน หรือไม่ทำตัวเป็นเด็กๆ ที่อยู่กับครอบครัวว่า จะต้องมั่นคงอยู่ในสามเณรสิกขา หรือ รักษาศีล โดยปฏิบัติตนตรงตามสิกขาบท ซึ่งมุ่งเน้นการงดเว้นการทำชั่วทั้งกาย–วาจา–ใจ ที่เรียกว่า กรรมบทสิบ สูงขึ้นมากขึ้นกว่าคฤหัสถ์ หรือผู้ครองเรือน โดยงดเว้นการเบียดเบียนแย่งชิง โดยหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่แย่งชิงผู้อื่น มีการเที่ยวบิณฑบาตไปตามแต่จะได้ดำรงชีวิตโดยการประพฤติพรหมจรรย์ งดเว้นการมีบุตรภรรยา โดยสรุป คือ งดเว้นสิ่งต่างๆ ที่คฤหัสถ์ทั้งหลายประพฤติกัน จึงเรียกว่า บรรพชา–เมื่อผู้ใดงดเว้น หรือละเว้นสิ่งอันเป็นวิสัยของฆราวาสได้ ผู้นั้นเรียกว่า ได้บรรพชาแล้ว และเรียกผู้เข้าสู่บรรพชาว่า ถือเพศบรรพชิต ซึ่งแปลว่า ผู้งดเว้น
สำหรับอานิสงส์ของการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนานั้นมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ดังที่มีกล่าวเล่าเรื่องไว้ว่า อานิสงส์ของการบรรพชาในอดีต แม้เพียง ๗ วันเท่านั้น ก็ยังให้เกิดในสวรรค์ตลอดกาลนาน ทั้งยังได้เป็นพระมหาจักรพรรดิในลำดับสืบต่อมาอยู่ถึง ๗ ชาติ
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







